@เป็นอันได้ข้อ”ยุติ” เรื่องของ”ญัติติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ”เป็นที่เรียบร้อย และ เวลาการอภิปราย 30 ชั่วโมง ก็น่าจะเป็น เวลาที่”เหมาะสม” กับการที่”ฝ่ายค้าน”เลือก”อภิปราย” นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว เป็นอันว่า”ประชาชน” จะได้ รับฟัง”ข้อมูล” ของ” ฝ่ายค้าน” ว่าจะมี”หลักฐาน” หรือ”ทีเด็ดทีขาด” อะไรที่จะทำให้”ประชาชน” เชื่อว่าการ”บริหารราชการแผนดิน” ของ”แพทองธาร ชินวัตร” มีความ”ผิดพลาด” และ”ล้มเหลว” รวมทั้งเป็น”รัฐบาล” ที่ ปล่อยให้”คนนอก” รัฐบาล”บงการ” คนทำให้”เสียหาย” ต่อการ”บริหารราชการแผ่นดิน”….. และ นอกจาก”ประชาชน” จะ”เงี่ยหู” รับฟังการ”อภิปราย” ของ” ฝ่ายค้านที่มาจาก”พรรคประชาชน” แล้ว วันนี้”ประชาชน” ยังให้ความ”สนใจ”ต่อ”บริบท”ของ”บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ์” หัวหน้าพรรคพลังประชาชารัฐ” ที่”ประกาศ”ล่วงหน้า” เพื่อเป็นการ”เรียกแขก” ให้มารับฟัง”ไม้เด็ด” ในการ”ขยี้” กล่องดวงใจ ของ”ทักษิณ ชินวัตร” หรือ”กระแทกกลาง” โดยมี”เป้าหมาย” อยู่ที่”ทักษิณ ชินวัตร” เป็น สำคัญ….. ดังนั้นพรรค”ร่วมรัฐบาล” ก็อย่าเพิ่ง”อ้าขาผวาปีก” รับปากกับ”ทักษิณ ชินวัตร” ว่าจะ”ชัวร์ปึ้ก” ในการ”ลงคะแนน”เพื่อ”ไว้วางใจ” แพทองธาร ชินวัตร จาก”ศึกซักฟอก” ในครั้งนี้ โดยที่ยังไม่ได้”ฟังเนื้อหา” ของการ”อภิปราย” ซึ่งในทาง”การเมือง” ใน”ระบอบประชาธิปไตย” การออกมา”ให้ข่าว” ว่าจะลง”มติ” อย่าง”ท่วมท้น” ให้กับผู้ที่ถูก”อภิปราย” โดยที่ยังไม่ได้ฟัง”ข้อมมูล ข้อเท็จจริง” และ เนื้อหา “ รวมทั่ง”หลักฐาน” ของ”ฝ่ายค้าน” ถือว่าเป็นการ”ดูถูกประชาชน”อย่าง”ร้ายแรง”…..
@สิ่งที่”ประชาชน” จะได้พบเห็น และเป็นที่”รำคาญใจ” คือบทบาทของ”องครักษ์พิทักษ์นายน้อย” ตามคำสั่งของ” นายหญิง”และ”นายใหญ่” ที่ต้อง”ยกมือ”เพื่อ”ขัดขวาง” การ”อภิปราย” ของ”ฝ่ายค้าน” ทั้งที่”หลายครั้ง” คนที่”ยกมือ” ยังคิดไม่ออกว่าจะ”ประท้วง” ใน”ข้อบังคับข้อไหน”…… ที่ สำคัญ “ประชาชน” จะได้เห็นถึง”ความเก่งกล้าสามารถ” ของการ”เป็นนักการเมือง” ของการเป็น”ผู้นำหมายเลขหนึ่ง” ของ” แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และ”ศึกการซักฟอก” หรือการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ของ”ฝ่ายค้าน” ในครั้งนี้ จะเป็น”เครื่องหมาย” ว่า”นายกรัฐมนตรี” จะ”รุ่ง”หรือจะ”ร่วง” ในทาง”การเมือง” เพราะถ้าต้อง”พึงบริการ” ในการ”ตอบแทน” ในทุกประเด็นปัญหาที่”ฝ่ายค้าน” หยิบยกมาใช้ในการ”อภิปราย” หรือลุกขึ้นเพื่อ”ตอบโต้” หรือ”ชี้แจง” ในข้อ”กล่าวหา” แบบ”ไปไหนมาสามวางสองศอก” ตามแบบ”คนเจนวาย” ที่ผ่านๆ ก็เป็นเรื่องที่”น่าเป็นห่วง” เป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้า”ทีมสอนการบ้านมาดี” และให้” อิ๊งค์” ได้”แจ้งเกิด” ก็ต้องใช้เวทีในการ”ซักฟอก” ของ”ฝ่ายค้าน” ให้เป็นประโยชน์ และสามารถ”เปล่งประกาย” และ”สอบผ่าน” เป็น”นายกรัฐมนตรี” ที่”สง่างาม”…..
@สำหรับ”ทักษิณ ชินวัตร” แม้ว่า”ฝ่ายค้าน”จะถูก” บีบ” จนสุดท้ายต้องถอนชื่อออกจาก”ญัตติการอภิปราย” ในครั้งนี้ แต่เมื่อถึงเวลาของการ”อภิปราย” จริงๆ เชื่อเถอะ ทั้ง”ทักษิณ ชินวัตร” และ”รัฐมนตรี” คนอื่นๆ ก็ถูก”ลากจูง”เข้ามาเกี่ยวข้องกับการ”อภิปราย” เพื่อ”ซักฟอก” รัฐบาล แบบไม่ให้น้อยหน้า”นายกรัฐมนตรี” เช่นกัน ก็หวังว่า”ฝ่ายค้าน” จะมี”หมัดเด็ด” หรือ”หมัดฮุค” ให้ผู้ถูก”อภิปราย”ต้อง”หงายเก๋ง” กลางเวที ไม่ใช่”ฝ่ายค้าน”กลายเป็นฝ่าย”หงายเงิบ” ที่ไม่สมกับ”ราคาคุย” ก็เท่ากับ”จบอนาค” ของพรรคประชาชน เช่นกัน…..เรื่องของ”เศรษฐกิจ” ก่อนที่จะมีการ”แจกเงิน” ให้”ประชาชน” คนละ 10,000 บาท ทีม”เศรษฐกิจ” ของ”เพื่อไทย” โดยเฉพาะ”เผ่าภูมิ โรจนพันธ์” รมช. กระทรวงการคลัง บอกว่านี้คือการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” ของ”ประเทศ” ที่เป็นเหมือน”สึนามิ” จะมีการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ”ถึง 4 รอบ แต่หลังจากที่”แจกไปแล้ว” สองครั้ง หมดเงินงบประมาณและ”เงินกู้”ไปแล้ว หลายแสนล้าน” เศรษฐกิจ”ของ”ประเทศก็ยังไม่มีการ”กระเตื้องขึ้น” มีแต่”ย่ำแย่”ลงกว่าเดิม นี้ก็จะ”แจก” เป็นครั้งที่สาม “เป้าหมาย” อยู่ที่ ประชาชนที่อายุ 16-20 ปี เพื่อเป็นการ”เอาใจวัยรุ่น” ที่”รัฐบาล” อาจ”หวังผล” ในการ”แย่งชิงคะแนนเสียง” ของ”พรรคประชาชน” และ เช่นเดิม “ฝ่าย”เศรษฐกิจ” ของ”เพื่อไทย” ก็ยังพูดคำเดิมๆแบบเดิมๆ ว่าจะเป็นการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” ให้”กระเตื้อง” ขึ้น ก็ต้องดูกันต่อไปว่าการ”แจกเงิน” ให้ประชาชน” คนละ 10,000 บาท เป็นการ”แจกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” หรือเพื่อการ”ซื้อเสียง” ใน”อนาคต”……
@เห็นด้วยกับการที่” เสนาบดีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์”เด้ง”รพีภัทร จันทรศรีวงศ์ “อธิบดีกรมวิชาการ” ไป”ช่วยราชการ” ที่กระทรวงเกษตร เพราะที่ผ่านมา”กรมวิชาการ” ของ”กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ไม่มี”ผลงาน” ในการทำให้ “ประชาชน” ที่เป็น”เกษตรกร” สามารถ”ลืมตาอ้าปาก” ด้วยการ เพิ่ม”ผลผลิต” ในการ”ปลูกพืช” ให้มี”ผลผลิต” ที่”เพิ่มขึ้น” เหมือกับ”ประเทศอื่นๆ” เช่น”ผลผลิตข้าว” ที่วันนี้”ชาวนาไทย” มีผลผลิตต่อไร่ ที่สู้ “เวียดนาม สู้ มาเลเซีย สู้ ลาว สู้ กัมพูชา ไม่ได้ ชนะ เมียนมา เพียงประเทศเดียว เช่นเดียวกับ”ผลผลิตปาล์มน้ำมัน” ที่ถูก”มาเลเซีย” และ”อินโดนีเซีย” ทำการ”ทิ้งห่าง” ประเทศเขาได้ผลผลิตต่อไร่ 5-6 ตัน แต่ของ เกษตรไทย” ยัง”กระย่องกระแย่ง” อยู่ที่ 3-4 ตัน ต่อไป ในขณะที่” ต้นทุน” ทุกอย่าง ทั้ง “ค่าแรง ค่าไถ ค่าจ้าง ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช ขึ้นราคาอยู่ตลอดเวลา แล้ว “เกษตรกร” จะไป”ลืมตาอ้าปาก” อย่างไร เช่นเดียวกับ”ผลผลิตยางพารา” เมื่อ 50 ปีก่อน มีการ”ปลูกแทน” ด้วยยางพันธุ์ดี” อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 ได้”น้ำยาง” ไร่ละ 2.5. กิโลกรัม ผ่านไปแล้ว 50 ปี วันนี้ เกษตรกรชาวสวนยาง ก็ยังคง”ปลูกแทน” ด้วยยางพันธุ์” อาร์อาร์ไอเอ็ม 600” ได้”น้ำยาง” ไร่ละ 2.5 กิโลกรัม เหมือนเดิม ……
@ส่วนเรื่องของ”ทุเรียน” ที่ กลายเป็น”ปัญหาให้เกิดการ”เด้ง” ในครั้งนี้ เนื่องจาก” ทุเรียน” คือ” พืชเศรษฐกิจ” ที่”ส่งออก” ไป”ประเทศจีน”เป็นประเทศหลัก ที่”ทำเงิน”ให้กับ”เกษตรกร” และทำเงิน”เข้าประเทศ” เป็นจำนวนมาก และ วันนี้”ทุเรียนไทย” มีปัญหา มี”คู่แข่ง” ที่สำคัญคือ” เวียดนาม” และ อีกหลายประเทศ ปลูกทุเรียนได้แล้ว และ”ผลผลิต”กำลังออกสู่”ประเทศจีน” ถ้า”กรมวิชาการ” ยังไม่”ตอบสนอง” ในการ”แก้ปัญหา” ให้กับ”ชาวสวนทุเรียน” ปีนี้ จะเป็นปีที่”เดือดร้อน” ของ”เกษตรกรชาวสวนทุเรียน” เพราะ วันนี้”ล้งจีน”ใน”ประเทศไทย” นอกจากจะ”ลดน้อยลง” ยังมีการ”กดราคารับซื้อ” ในราคาถูก หาก”ทุเรียนไทย” ไม่มีการ”ปรับปรุง” ด้านของ”คุณภาพ” ให้มี”มาตรฐานสากล” เพื่อให้เป็นที่ยอมรับจาก”ประเทศจีน” สิ่งที่เกิดขึ้นคือ”หายนะ” ของ เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ที่เป็น”พืช” ที่ต้อง”ลงทุน” มากกว่าการ”ปลูกพืชชนิดอื่น”…..นี่ ข่าวว่า “ชาวสวนปาล์ม” ใน ภาคใต้ ก็เตรียมที่จะ”เคลื่อนไหว” เพราะราคา”ผลผลิต” ที่”เกษตรกรชาวสวนปาล์ม” เคยขายให้กับ”ลานเท” และ”โรงงาน” กิโลกรัมละ 9-10 บาท วันนี้ “ร่วงผล็อย” เหลือเพียง กิโลกรัมละ 6 บาท หากยัง”ร่วง”ลงกว่านี้ นั้นคือความ”ไม่คุ้มทุน” ของ”เกษตรกรชาวสวนปาล์ม” เพราะ”ต้นทุนการผลิต” อยู่ที่ “กิโลกรมละ 5 บาท” เข้าไปแล้ว” ….
@เป็นเรื่องของ”ดวงเมือง” ที่”พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” ที่ทำให้”ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ” แทบทั้งหมด ทั้ง” ข้าว,มัน,ปาล์ม” และ”อ้อย” หรือเป็นเพราะ”รัฐบาล” ไม่มี”ฝีมือ” ในการ”บริหารประเทศ และ “ทีมเศรษฐกิจ” ทำเป็นเพียงเรื่อง”หวยออนไลน์ ,หวยเกษียณ” และ”อินเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์” ที่มี”บ่อนการพนัน” หรือ”กาสิโน” ที่ถูกต้องตาม”กฎหมาย” เป็น”ตัวชูโรง” เลยทำให้”ละเลย” ถึงการ”ลงทุน” และ”ธุรกิจการค้า” ในเรื่องอื่นๆ……
@ส่วนนี้ไม่ใช่เรื่อง”ดวงเมือง” หรือเรื่อง”พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” หรือ” ราหูทับลัคนาดวงเมือง” แต่เป็นการ”แส่หาเรื่อง” ของ”รัฐบาล” เมื่อ” สหรัฐอเมริกา” ใช้ นโยบาย ตอบโต้รัฐบาลไทย ในการส่ง” อุยกูร์ 40 “ คน ให้กับ”รัฐบาลจีน” ด้วยการ”จำกัด”ในเรื่องการออก”วีซ่า” ให้กับ”เจ้าหน้าที่รัฐ” ผู้”เกี่ยวข้องกับการ”ส่งกลับชายอุยกูร์” และอาจจะไป”ลุกลาม” ไปยัง”ประชาชนไทย” ใน”รูปแบบ” อื่นๆ เรื่องนี้ “รัฐบาล” จะ”รับผิดชอบ” อย่างไร และอย่าคิดว่าเป็น” เรื่องเล็ก” เมื่อ”ประเทศเล็ก” อย่าง”ประเทศไทย” ไป”ขัดแย้ง”กับ”ประเทศที่เป็น”มหาอำนาจ” และ นอกจากเรื่องการไม่ให้”วีซ่า” ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการส่ง”อุยกูร์” แล้ว “สหรัฐอเมริกา” ยังจะมีเรื่องอะไรมา”บีบ” ประเทศไทยอีกหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ต้อง”ติดตาม”……แต่ที่ แน่ๆ อีกไม่กี่วัน” โดนันล์ ทรัมป์” ผู้นำหมายเลข 1 ของ “สหรัฐอเมริกา” จะมี”มาตรการ” ทางด้าน”ภาษี” และด้าน”การค้า” กับประเทศที่”สหรัฐอเมริกา” อยู่ในภาวะของการ”ขาดดุล” และ”ประเทศไทย” คือหนึ่งในนั้น ที่ได้รับ”ผลกระทบ” ก็ต้องถามว่า” รัฐบาล”ของ”เพื่อไทย” ที่มี”แพทองธาร ชินวัตร” เป็น”ผู้นำ”มีการ”ตั้งรับ” และ”แก้ไข” หรือ”รับมือ” กับการ”ดำเนินการทาง”ภาษี” และ”การค้า” ที่มี”ผลกระทบ” กับ”เศรษฐกิจ”ของ”ประเทศไทย” อย่างแน่นอน เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ของที่เป็นการ”ซ้ำเติม”การ”ขับเคลื่อน” ในการแก้ปัญหา”เศรษฐกิจ” ของประเทศไทย และ”ปากท้อง”ของ”คนไทย” อย่างแน่นอน……
@ส่วนเรื่องการที่”บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” วุ่นวาย อยู่กับการนำ”สื่อมวลชนไทย” ไปดู “ความเป็นอยู่”ของ”ชาวอุยกูร์” 40 คน ที่ส่งให้”รัฐบาลจีน” ว่าทุกคนยัง”อยู่ดีมีสุข” เพื่อให้”รัฐบาล” พ้นจากการเป็น”จำเลย”ของ”สังคม” เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่อง”การละคร” ที่ “รัฐบาลจีน” สร้างขึ้นมา เพื่อการ”อำพราง”ข้อเท็จจริง แต่ หลังจากที่เรื่อง”การละคร” ครั้งนี้”ปิดม่าน” ลงแล้ว ชีวิตของ”อุยกูร์” ทั้ง 40 คน” อาจจะถูกนำเข้า”ค่ายกักกัน” ก็เป็นได้เพราะ”รัฐบาลจีน” ทำทุกอย่าง เพื่อให้”ชาวอุยกูร์” อยู่ภายใต้”กฎหมาย”ที่เป็น”กฎเหล็ก” ของ”สี จิ้นผิง” สิ่งที่” เสี่ยอ้วน”ต้องทำให้”ความจริงปรากฏ” คือ” ต้องให้”รัฐบาลจีน” นำ”ชาวอุยกูร์ 109 คน” ที่”รัฐบาล” เคย”ส่งกลับ” ให้”รัฐบาลจีน” เมื่อหลายปีก่อน ว่ายังมี”ชีวิต” อยู่หรือไม่ และหากยังอยู่”อยู่ดีกินดี” หรืออยู่แบบ”คุมขังอยู่ค่ายกักกัน” ที่ สำคัญ ที่มีผู้”สงสัย” ว่าการ ส่งกลับ” 40 อุยกูร์” ให้กับ” รัฐบาลจีน” ในครั้งนี่” รัฐบาล” มี”ดีลลับ” ในเรื่องของ”ผลประโยชน์”อะไรหรือไม่ เรื่องนี้กลายเป็น”ข้อสงสัย” ที่ห้ามกันไม่ได้ และที่สำคัญ”อุยกูร์”ที่ถูก”จับกุมคุมขัง” อยู่ใน”ประเทศไทย” ไม่ได้มี จำนวน 40 คน แต่มีมากถึง 470 กว่าคน จึงต้องถามไปยัง”รัฐบาล” ไปยัง”ภูมิธรรม เวชยชัย” ว่า “อุยกูร์” ที่ยังอยู่ในที่”ควบคุมตัว” ของ” สำนักตรวจคนเข้าเมือง” ใน”จังหวัดต่างๆ” รัฐบาล” จะดำเนินการอย่างไร จะส่งตัวให้กับ”รัฐบาล”ของ” สี จิ้นผิง” เมื่อไหร่ และหากมีการส่ง”อุยกูร์” ที่เหลือกลับไปให้กับ”จีน” เป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3” ผลกระทบ” ที่ตามมาคืออะไร…..และที่เป็นเรื่องเดียวกันคือการที่ “รัฐสภายุโรป จะใช้”เงื่อนไข” FTA” ทำการ”กดดันรัฐบาลไทย” เพื่อให้”ปฏิรูป” กฎหมายมาตรา 112 และการปล่อยตัว” นักโทษทางการเมือง” รวมทั้งการส่งกลับ” อุยกูร์” ให้กับ”รัฐบาลจีน” นี่ก็เป็น”อีกเรื่อง” ที่”รัฐบาลเพื่อไทย”ต้องเร่ง”แก้ไข” ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งในทาง”เศรษฐกิจ” และความ”มั่นคง” ถ้า “ประเทศไทย” ต้องมีปัญหาทั้งกับ” สหรัฐอเมริกา” และ”สหภาพยุโรป” ประเทศไทยจะ “เสียหาย” ขนาดไหน และ”รัฐบาลจีน” จะช่วยเหลือให้”ประเทศไทย” พ้นจาก”หายนะ” ทาง”เศรษฐกิจ”ได้อย่างไร ทั้งหมดคือ”โจทย์ใหญ่” ที่” แพทองธาร ชินวัตร” ผู้เป็น”นายกรัฐมนตรี” ต้อง”แบกรับ” และทั้งหมดมาจาก” ผลพวง” ของการ”ส่งกลับ” ชาว”อุยกูร์” ให้กับ” ประเทศจีน”……
@เรื่องของ”ไฟใต้” ที่ยิ่งนานวันยิ่งมีการ”พัฒนาการ” จากฝ่ายของ” บีอาร์เอ็น” วันนี้นอกจากเรื่องของ”ระเบิดแสวงเครื่อง” เรื่องของ”คาร์บอมบ์” และการ”ซุ่มโจมตี” เจ้าหน้าที่ด้วย”กองกำลังติดอาวุธ” แล้ว ยังมีเรื่องของ”สไนเปอร์” หรือ” พลแม่นปืน” ที่”บีอาร์เอ็น” ฝึกได้ และเริ่มออก”ปฏิบัติการ” ซึ่งที่ผ่านมาในรอบ 4-5 เดือน มีการ”สอย” เจ้าหน้าที่รัฐด้วย”สไนเปอร์” แล้ว 5 ราย ราน”ล่าสุด” คือ”ร.ท.วิภูวัฒน์ คำสง” ผบ.มว.ปล.ที่ 1 ร้อย ร.ที่ 2 ที่ บ้านสนามบิน หมู่ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา นี่คือ”ปฏิบัติการ” 1 นัด 1 ศพ. ซึ่งหาก “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” หน่วย”หน่วยงาน” ที่”ตั้งฐานปฎิบัติการในพื้นที่ ไม่มีการ”ตั้งรับ” และการ”ป้องกัน” จะต้องเกิดความ”สูญเสีย” กับ”กำลังพล” ที่”สำคัญ” วันนี้” หน่วยงานความมั่นคง” หน่วยงานด้าน”การข่าว” มีรายละเอียด “มากน้อย” เพียงใด ที่เกี่ยวกับ”พลยิงสไรเปอร์” ของ” บีอาร์เอ็น….. และ ในการ”ป้องกัน” เจ้าหน้าที่” และ”ข้าราชการระดับสูง” ที่ต้องเข้าไป”เปิดงาน” ต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะ”ฝ่ายปกครอง” อาจจะตกเป็น”เป้า” ของ”สไนเปอร์” เรื่องนี้ มีการ”ป้องกัน” อย่างไร หรือยังไม่เกิด และต้องรอให้เกิดก่อน จึงค่อยป้องกัน”….. ซึ่งเป็นแบบเดียวกับการ”ปิดช่องทาง” ในพื้นที่หลัง”โรงแรม” หลัง”ชุมชน” ต่างๆ ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 9 แห่ง ที่ ปล่อยให้เป็น”ท่าข้ามเถื่อน”ในการข้าม”แม่น้ำสุไหงโก-ลก “ ที่เป็นการ” เอื้อ” ให้กับ”นายทุน” เจ้าของ”ธุรกิจ” ในพื้นที่ได้รับ”ผลประโยชน์” ที่เพิ่มมีการ”ประกาศปิด” หลังจากที่” กองกำลังติดอาวุธ” ทำการ”ก่อวินาศกรรม” ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก สำเร็จเรียบร้อยแล้ว…..
@ก็ต้องถามต่อไปว่าแล้ว “ช่องทางเถื่อน” ที่เรียกว่า”ท่าข้ามตามใจชอบ” ในพื้นที่ อ.ฅตากใบ อ.สุไหงโก-ลก จนถึง อ.แว้ง จ.นราธิวาส จำนวน 250 กว่า” ท่าข้าม” วันนี้ทำไมยังเปิด”เสรี” ทั้งที่รู้ว่า นี้อาจจะเป็น”ท่าข้าม”ที่”บีอาร์เอ็น” ใช้การ”ขนระเบิด” และ”กำลังพล” ข้ามมา”ปฏิบัติการ” ในพื้นที่ของ จ.นราธิวาส ….. ซึ่งล่าสุด “แหล่งข่าว” จาก”นารายณ์ 102” แจ้งว่า”อับดุลมาน๊ะ อูเซ็ง” มือประกอบระเบิดระดับ”ปฏิบัติการ” มีการ”นำระเบิดแสวงเครื่อง” จาก”บ้านบังเปาะยงเปิงกาลันกูโปร์ อ.ตุมปัต รัฐกลันตัน เข้ามาในพื้นที่ เพื่อเตรียมก่อเหตุใน 15 วันสุดท้ายของ”เดือนรอมฎอน” ประเด็นนี้ “หน่วยงานความมั่นคง” ในพื้นที่ของ”จังหวัดนราธิวาส” ที่มีอยู่”มากมาย” รวมทั้ง”ตำรวจ” และ”ฝ่ายปกครอง” มีการ”สกัดกั้น” และการ” รุกกลับ” หรือการ”ป้องกัน” อย่างไร เพราะหลังการ”ก่อวินาศกรรมที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก”พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้เรียกประชุม”หน่วยขึ้นตรง” ทุกหน่วย ให้มีการ”บูรณาการ” ในการ”ป้องกัน” และ”สกัดกั้น” เพื่อมิให้”บีอาร์เอ็น” มี”เสรีภาพ” ในการ”ก่อการร้าย”…..
@ที่ต้อง”ตั้งข้อสงสัย” การไม่มีการนำ”ปัญหา” ของ”ท่าข้ามเถื่อน” ใน อ.สุไหงโก-ลก แ, อ.ตากใบ” มา”หรือ”เพื่อ”ปิดท่าข้าม” เหล่านี้ หรือเพื่อให้มีอยู่”ตามความจำเป็น” กับ”ประชาชน” ในการ”ข้ามไปข้ามมา” ระหว่าง”ฝั่งไทยกับมาเลเซีย” เป็นเพราะเรื่องของ”ผลประโยชน์ ในพื้นที่ของ”เจ้าหน้าที่” ของ”นักการเมือง” และของ” ผู้มีอิทธิพล” ใช่หรือไม่….เพราะ”ท่าข้าม” เหล่านี้คือ”ช่องทาง” ในการค้าของที่ผิด”กฎหมาย” เช่น การ”ส่งยาเสพติด” การส่ง”แรงงานเถื่อน” การส่ง”วัวเถื่อน” ไปยัง”ประเทศมาเลเซีย และการ”นำเข้า” สินค้า”หลบหนีภาษี” จาก” ประเทศมาเลเซีย” อาทิ”น้ำมันเถื่อน, เนื้อเถื่อน,เหล้า,บุหรี่” และ”สินค้าหลบหนีภาษี” ทุกชนิด โดยเฉพาะก่อนที่จะถึง”เดือดรอมฎอน” จะมีการส่งออก”วัวเถื่อน” เป็นจำนวนมาก ในยัง” รัฐกลันตัน ” เพื่อที่จะใช้ในการทำ”เนื้อกุรบาน” เพื่อใช้ในประกอบ”ศาสนกิจ” ไม่ถามนะว่าทำไมไม่มีการ”จับกุม” เพียงแต่”ถามว่า”เหตุผล” ที่มีการปล่อยให้มี”ช่องทาง” หรือ”ท่าข้าม” จำนวนมาก เพราะต้องการ”รักษาผลประโยชน์”เหล่านี้ โดยไม่สนใจถึง”ชีวิต” ของ”เจ้าหน้าที่” และ”ความสูญเสีย” ของ”ประเทศชาติ” ใช่ หรือไม่ เรื่องนี้”ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี” และ”เสนาบดีกลาโหม” รวมทั้ง” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผบ.ทบ. ไม่ทราบ จริงหรือ…..
@อีกเรื่อง คือความฉาวโฉ่” ของการรับสมัคร” บุคคลภายนอก” เข้ามาเป็น”อาสารักษาดินแดน” หรือ “อส. ที่มีทั้ง” อส.อ. และ”อส.จ.” เพื่อมาทำหน้าที่”รักษาคามสงบ” ใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่เป็น”กองกำลัง”ของ”ฝ่ายปกครอง” ที่มีการ”นินทา” และมีการ”พูดคุยในวงน้ำชา” ว่ามีการเรียกเก็บเงิน”ใต้โต๊ะ” เป็น”รายตัว” คนละ 150,000-200,000 บาท เพื่อการได้รับการ”คัดเลือก” ให้เป็น” อส.อ.และ “อส.จ.” เพราะมีผู้”สมัคร” เป็นจำนวนมาก เนื่องจาก”ว่างงาน” จนมีการ”วิ่งเต้น”ยอม”จ่ายเงิน” เพื่อให้ได้”งานทำ”มีการทำกันเป็น”ขบวนการ” ในการนำคนเข้ามาเป็น” กองกำลังรักษาดินแดน” ตั้งแต่”ผู้นำ”หมู่บ้าน-ตำบล” จนถึง”อำเภอ “ และ”จังหวัด” เป็นการ”ทำมาหากิน” กับ”ไฟใต้” ดังนั้นการ”เสียชีวิต”ของ”กองกำลังอาสารักษาดินแดน” จึงไม่มีความหมาย” ใน”ความรู้สึก” ของ”ผู้มีอำนาจ” เพราะเมื่อมีการ”การตาย” ก็มีการ”รับสมัครใหม่” และนั่นหมายถึง”รายได้” ของ”ผู้อยู่ในขบวนการ” นี้ก็เป็น”ขบวนการก่อการร้าย” อีก”ขบวนการหนึ่ง” ที่”หากิน” อยู่กับ”หยาดเลือด”และ”ความตาย” ของ”เจ้าหน้าที่” ใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่” อนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรี และ”เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ต้องส่งคนมา”หาข้อเท็จจริง” และต้อง”เอาผิด” กับ” ขบวนการหากินกับความตาย” ของ”เจ้าหน้าที่….. ข่าวว่า แม่ทัพน้อยที่ 4 “ พล.ท.คมกฤช รัตนฉายา” จะลาออกจากตำแหน่งก่อนเกษียณอายุราชการ เพื่อที่จะได้”ติดยศพลเอก” และผู้ที่จะขึ้นมาทำหน้าที่”แม่ทัพน้อยที่ 4 คือ “พล.ต.อนุสรณ์ โออุไร “ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งส่วนใหญ่มี”ภารกิจ” อยู่ที่”ภาคใต้ตอนบน และจะมีการโยกย้าย” ให้” พล.ต. เฉลิมพร ขำเขียว” ผบ.ฉก.นราธิวาส ไปเป็น”รองแม่ทัพภาคที่ 4” ส่วนผู้ที่จะมาเป็น” ผบ.ฉก.นราธิวาส ก็ขอให้มีการ”พิจารณา” เอา”นายทหาร” ที่”มือดี” มาทำหน้าที่ เพราะ”สถานการณ์” การ”ก่อการร้าย” ในพื้นที่”จังหวัดนราธิวาส” มีความ”รุนแรง” มากกว่า”ปัตตานี” และ”ยะลา “ ซึ่งต้อง”นายทหาร” ที่มีความรู้ความสามารถมา”ทำหน้าที่” เพื่อให้”สถานการณ์” ลดลง……
@ติดตามการ”พูดคุยสันติสุข” หรือการ”เจรจาสันติภาพ” มาเป็นเวลาหลายเดือน ตั้งแต่”มีข่าว” ที่”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และ”ปัจจุบัน” คือ” พ่อ”ของ”นายกรัฐมนตรี” ลงไป”พบปะ” กับ” อันวาร์ อิบราฮิบ” นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย” และหลังจากนั้นมีข่าวจาก” บิ๊ก อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ”เสนาบดีกลาโหม” ว่าจะ”แต่งตั้ง” ให้” พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก” อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม” นายทหารวิชาการ ที่เคยเป็นผู้”ร่วมพูดคุยสันติภาพ”ที่เคยทำงานร่วมกับ” พล.ท.ภราดร พัฒนาถาบุตร” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ” สมช.” หัวหน้า”คณะเจรจาสันติภาพ” คนแรก สมัยที่”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็น”นายกรัฐมนตรี” โดย”ส่วนตัว” เห็นด้วย และทราบว่า” พล.อ.นิพัทธิ์ ทองเล็ก” เป็น”นายทหาร” ที่มี”ฝีมือ” มีความ”รอบรู้” ใน”กระบวรการเจรจาสันติภาพ” เพราะเคยร่วมทำหน้าที่ในการ”สร้างสันติภาพ” ที่ “จังหวัดอาเจะ ประเทศอินโดนีเซีย….. แต่จากการ”ติดตามร่องรอย” ทั้งของ”เจ้าหน้าที่ สมช.” และ” พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก” ที่ไปพบกับ”บุคคล”ต่างๆ ทั้งใน”รัฐกลันตัน” ประเทศมาเลเซีย” และใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยเฉพาะ”อูลามา”หลายคน จึงบอกได้คำเดียวว่า”คนเหล่านี้” ยังไม่ใช่”ของจริง” และเป็น”อูลามา” ที่”จอมปลอม” กับ”รัฐไทย” เพราะถ้าเป็นของ”จริง” และ”จริงใจ” ทำไม”ไฟใต้” จึงไม่”ยุติ” ทั้งที่”บรรดา”นายพล”และ”หน่วยงานทุกหน่วย” ที่เข้ามา”ปฏิบัติการ” ใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่าง”หิ้วกระเช้า” ไป”กราบกราน” เหล่า” อูลามา” เหล่านี้มาแล้วเกือบ 20 ปี อะไรคือความ”สำเร็จ” ดังนั้น กลับไปคิดใหม่ และ”ทำใหม่” ลด”บทบาท” ของ”อูลามา” เหล่านี้ลงบ้าง และหา”บุคคลรุ่นใหม่” มา”แทนที่” เพราะอาจจะ”ดีกว่า” และอาจจะเห็น” แสงสว่าง”ของการ”ดับไฟใต้” และ”บทเรียน”ของความ”ล้มเหลว” ของ”คนเหล่านี้” ทั้งที่อยู่ใน”กลันตัน” และใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่รับปากว่า” 30 วัน ของเดือนรอมฎอน”จะเป็น”30 วันแห่งสันติภาพ” ก็เป็นอัน”พิสูจน์”ได้แล้วว่าเป็นเรื่อง”จอมปลอม” การ”ดับไฟใต้” ณ เวลานี้จึงไม่ควร”ย่ำเท้าอยู่กับที่”.….
@ทราบว่าหลัง”เดือนรอมฎอน” รัฐบาล จะต้องการแต่งตั้งให้”มีคณะพูดคุยสันติสุข” เพื่อการ”ขับเคลื่อน” ของ”โต๊ะพูดคุย”อีกครั้ง ตามคำเรียกร้องของ”ปีกทางการเมือง” ของ”บีอาร์เอ็น” ก็ “เห็นด้วย” กับการ”พูดคุย”กันไปและ”ก่อเหตุ”กันไป แต่ก็ไม่”คาดหวัง” ว่าการ”พูดคุย” บนเวที”เปิดเผย” ต่อ” สาธารณะ” จะประสพความ”สำเร็จ” ในการ”ดับไฟใต้” เพราะ”เวทีเปิดเผย” เป็นเพียงเวทีของการ”สร้างภาพลักษณ์”เท่านั้น ความ”สำเร็จ” จะมีได้ก็คือการ”เจรจาทางลับ” กับผู้ที่”กุมอำนาจ” ของ”บีอาร์เอ็น” ทั้ง”ทางทหาร” และ”มวลชน” อย่าง”นิเซะ นิฮะ” ผู้เป็น”ผบ.กองกำลัง” ที่รับผิดชอบทาง”ทหาร” และ”เฮง ปะจุศาลา” ที่เป็น”ผู้นำจิตวิญญาณ” ของ”บีอาร์เอ็น ดังนั้น ใครจะมาเป็น”หัวหน้าคณะพูดคุย” วันนี้ต้องคุยกับ 2 คนนี้เท่านั้น…..เวที “สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน” ที่ “จังหวัดตรัง” และที่”จังหวัดพัทลุง” เสียงสะท้อนจากประชาชนทั้ง 2 จังหวัด คือเรื่อง”ที่ดินทำกิน” ที่อยู่ใน”ป่าสงวนแห่งชาติ” และ อยู่ใน”อุทยานแห่งชาติ” อยู่ในที่”สารธารณะ” อยู่ใน”ทุ่งเลี้ยงสัตว์” ซึ่งอยู่มา”หลายชั่วอายุคน” แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งหมดเป็นปัญหา”กำปั้นทุบกิน” ของ”ประเทศไทย” ที่”รัฐบาล”ยังมีความ”ล่าช้า” ในการแก้ปัญหาให้กับ”ประชาชน” ทำให้”เกษตรกร” ที่ทำกินอยู่ในที่เหล่านั้น” ลืมตาอ้าปาก”ไม่ได้ เช่นไม่สามารถ”โค่นต้นยาง”เพื่อการ”ปลูกแทน” ไม่สามารถได้”เอกสารสิทธิ์ เพื่อการ”แปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน”และอีกมากมายของปัญหาในภาคการเกษตร ที่” ทวี สุระบาล”อดีต ผู้ว่าราชการจังหวัด สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดตรัง และ”วิรัตน์ รักษ์พันธ์” สมาชิกวุฒิสภา” จังหวัดพัทลุง” ต้องรับ”ปัญหา” ของชาว”เกษตรกร” เพื่อเป็น”การบ้าน” หลายกระบุงปุ้งกี๋” เพื่อไปให้”รัฐบาล” รับรู้ถึงความ”เดือนร้อน” ของ”เกษตรกร” แม้แต่เรื่อง”พันธุ์ปาล์มปลอม” ที่มีขายอยู่ในพื้นที่ ซึ่งสร้างความ”เสียหาย” ให้”เกษตรกร” ก็เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข และ “เวที สว.พบประชาชน”ทั้ง 2 จังหวัด ที่มีความสำเร็จอย่าง”งดงาม” ต้อง”ชื่นชม” ดร.กมล รอดคล้าย”และ”สุนทร เชาว์กิจค้า”หัวหน้า และ รองหัวหน้า คณะทำงาน” สว.พลประชาชน” ของ”7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง….
@ส่วน”เวที “สว.พบประชาชน” ของ”จังหวัดสงขลา จะจัดที่ “มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ “ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 27 มีนาคม 2568 และ เวที” สว.พบประชาชน” ของ”จังหวัดสตูล” จะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2568 ส่วนเวที “สว.พบประชาชน” ใน”จังหวัดปัตตานี,ยะลา” และ”นราธิวาส” จะมีขึ้น หลัง”เทศกาลสงกรานต์” ประชาชนในทุกจังหวัด สามารถนำ “ปัญหา”ที่ต้องการให้”รัฐบาล”แก้ไข” มา”บอกกล่าว” กับ” สมาชิกวุฒิสภา” ได้ในทุก เวที โดยมี” ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสงขลา ทำหน้าที่รับเรื่องราว”ร้องทุกข์” ในฐานะของ”คณะทำงาน” เพื่อ”รับเรื่องราว” ร้องทุกข์ “ ของ”ประชาชน ….. แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดี ครับ
ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
——————————————————————–

มอบยะกีน. พล.ท.ไพศาล หนํสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 และ นันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต.รับมอบยะกีนฉบับชาวบ้าน (กีตาบเล็ก) จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนาอิสลาม เพื่อนำไปมอบให้กับผู้นำศาสนา และ ประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปราบปราม. พิพฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นำทีมชุด ไตรเทพพิทักษ์ ตรวจเข้มแรงงานต่างด้าว ปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องอาชีพแรงงานไทย

พระราชทานเพลิงศพ. ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อส.ทศพล ผายพิมพ์ ซึ่งเสียชีวิตจาก กองกำลัง ขบวนการแบ่งแยกดินแดนโจมตีที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ณ วัดชลเฉลิมเขต อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ร่วมละศีลอด. พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ รอง ผอ,กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกิจกรรมละศีลอด ในเดือนรอมฎอน มีผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ประชาชน ในพื้นที่ จ.ยะลา ฌ สำนักงานกรรมการอิสลาม ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา

เสริมสร้างความเข้าใจ. พ.อ.อนุชา โนนคู่เขตโขง รองเลขาธิการ กอ,รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประชุมหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างงานประชาสัมพันธ์ แก่ ฉก,พท.41 และ ฉก.พท.42 เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ณ ฉก,ทพ.ที่ 41 อ.รามัน จ,ยะลา

ทัพพระยาเกมส์. สุพิศ พิทักษ์ธรรม. นายก อบจ.สงขลา ได้รับเกียรติให้เป็นประธานในพิธีเปิดกีฬา “ทัพพระยาเกมส์” การแข่งขันกีฬาประเพณีตำบลทับช้าง อ.นาทวี จ.สงขลา โดยมีประชาชนชาวทับช้าง อ.นาทวี 10 หมู่บ้านเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อความรักสามัคคี และส่งเสริมให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด

เปิดการแข่งขัน. ฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เข้าร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามวยไทย สงขลาเมืองกีฬา (Songkhla Sports City) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อส่งเสริมกิจกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพที่ดี ณ เวทีมวยชั่วคราว อ.เมือง จ.สงขลา

วันผูกเปล. จิรวัตร์ มณีโชติ รอง ผวจ.สงขลา เป็นประธานในงานวันผูกเปลหลวงปู่ทวด ปีพุทธศักราช 2568 ณ สำนักสงฆ์นาผูกเปล ตำบลชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา โดยมี สตอ.ชัยวัฒน์ อินอ่อน นายอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา ให้การต้อนรับ

ปชส.ท่องเที่ยว. ที่น้ำตกวังหินลาด ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง เป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ ธารน้ำใส ไหลเย็น @ โพรงจระเข้บ้านเรา โดยมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้ นายอำเภอย่านตาขาว ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมงาน

ชมรมต้านโกง. ที่ห้องประชุมโรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง บัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ตรัง พร้อมด้วย ยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปราบปราม สำนักงาน ป.ป.ช.ตรัง และชมรมตรังต้านโกง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ผู้อำการการฝ่าย หัวหน้าสำนักงานกองคลัง กองช่าง และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้านงบประมาณและการก่อสร้าง ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง

เปิดปอซอ. วันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานีพร้อมด้วย นันทรัตน์ บัวแย้ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมเปิดละศีลอด ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1446 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานราชการ และผู้นำศาสนาในพื้นที่ ณ บริเวณสนาม ถนนโรงเหล้า ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี

ร่วมพบปะ. อามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล และชาวบ้านชุมชนมัสยิดกลาง ร่วมพบปะพูดคุยพร้อมละศิลอด เดือนรอมฎอน อันประเสริฐ ร่วมกัน และมอบผ้าห่มศพให้กับมัสยิดมัสยิดปากีสถาน ณ ชุมชนมัสยิดปากี หมู่ที่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ต้อนรับ. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยม มว.ฉก.นปพ.ยะลา 13 กรงปินัง จ.ยะลา โดยมี พ.ต.อ.ต่อพันธุ์ ปุสันเทียะ ผกก.สภ.กรงปินัง , ผบ.มว.ฉก.นปพ.ยะลา 13 และกองกำลังให้การต้อนรับ ทั้งนี้ยังได้รับฟังบรรยาย ฯ พร้อมชมการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้องพร้อมสั่งการให้มีการแก้ไขทันทีเพื่อให้กำลังพลทุก มว.ฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ณ ต.สะเอะ อ.กรงปีนัง จ,ยะลา

รอมฎอนสัมพันธ์. พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล สวญ.สภ.ตาเซะ พ.ต.ท.อิสระพันธ์ สุรทิพย์ สว.(สอบสวน) สภ.ตาเซะ พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ สภ.ตาเซะ ร่วมกิจกรรมรอมฎอนสัมพันธ์ขุมชน (กิจกรรมละศีลอด) มอบอินทผาลัม เพื่อไว้ใช้ในช่วงถือศีลอด ในเดือนรอมฎอน ฮ.ศ 1446 อันประเสริฐ ของพี่น้องมุสลิม และ พบปะพูดคุยกับ กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน , ผูันำชุมชน,ผู้นำศาสนา และ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ สุไลมาน บือแนปีแน สส. จ.ยะลา เขต 1 พรรคประชาชาติ เข้าร่วมพบปะอย่างอบอุ่น มัสยิดมุตมาอินนะห์ ต,ตาเซะ อ,เมือง จ.ยะลา

ตรวจเยี่ยม. โอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ-จุดบริการ/กำชับการปฏิบัติหน้าที่ และในการนี้ ได้มอบอินทผาลัม และ ของบริโภค ในช่วงเดือนรอมฎอน อันประเสริฐ ซึ่งได้จัดซื้อโดยงบประมาณส่วนตัวให้แก่สมาชิก อส. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ณ จุดตรวจ – จุดบริการ บริเวณประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

แลกเปลี่ยน. อนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน และ เป็นผู้แทนเทศบาลนครยะลา รับมอบเกียรติบัตร จาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เทศบาลนครยะลา เป็นเทศบาลที่มีศักยภาพและได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมโครงการรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ปี 2567 ประเภทแข่งขัน (Certificate of Recognition) ด้านน้ำ (Clean Water) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
////////////////////////////////////////////////



