มูนีร์ปาเล่าว่า เช้าวันหนึ่งเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เธอทิ้งขยะลงในลำธารที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร ตามปกติ แต่จระเข้ตัวหนึ่ง ความยาว 4 เมตร เข้าทำร้ายเธออย่างรวดเร็ว และงับร่างกายของเธอเกือบทั้งหมด เหลือเพียงศีรษะของเธอเท่านั้น ซึ่งเธอก็สู้กลับ และพยายามจิ้มตาของมัน

กระทั่งสามีของมูนีร์ปาได้ยินเสียงร้องของเธอ จึงวิ่งมายังที่เกิดเหตุ และพยายามดึงขาของเธอออกจากปากจระเข้ จนเกิดการยื้อแย่งสักพัก ก่อนที่จระเข้จะฟาดหางใส่เขา ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่เขาช่วยชีวิตของมูนีร์ปาไว้ได้ทัน

อนึ่ง ชาวอินโดนีเซียหวาดกลัวจระเข้มานานแล้ว โดยเฉพาะในเขตมามูจูกลาง ของจังหวัดสุลาเวสีตะวันตก ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำบูดอง-บูดอง ไหลลงสู่ทะเล แต่สำหรับมูนีร์ปา ความกลัวนั้นกลายเป็นความจริงอันโหดร้าย เมื่อเธอกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อเกือบ 180 คน ที่ถูกจระเข้โจมตีในอินโดนีเซีย เมื่อปีที่แล้ว

แม้ชาวอินโดนีเซียหลายคน รวมถึงมูนีร์ปา เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับจระเข้ ซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมายในอินโดนีเซีย โดยพวกเขารักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการดูแลความปลอดภัย แต่เมื่อการจู่โจมเพิ่มขึ้น ประชาชนและผู้สันทัดกรณีจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าแทรกแซงมากขึ้น เพื่อยับยั้งปัญหาไม่ให้เลวร้ายยิ่งกว่านี้

หลังจากมูนีร์ปาถูกจระเข้ทำร้าย เธอก็รักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 เดือน และเข้ารับการผ่าตัด 2 ครั้ง โดยเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ความกลัวของเธอยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับรอยแผลเป็นที่ขาทั้งสองข้างของเธอ ซึ่งในตอนนี้ เธอไม่กล้าไปที่ชายหาด หรือแม้แต่หลังบ้านของตัวเอง รวมถึงรู้สึกหวาดผวาจนถึงขั้นที่บอกให้ลูก ๆ ของเธอ ไม่เข้าใกล้แหล่งน้ำเลยทีเดียว

ในหมู่บ้านหลายแห่งที่อยู่รอบ ๆ แม่น้ำบูดอง-บูดอง จระเข้ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาประจำวัน เนื่องจากการพบเห็นพวกมันถือเป็นเรื่องปกติ และในปัจจุบันก็มีป้ายเตือนบอกบริเวณที่จระเข้แอบซ่อนอยู่ ตั้งแต่ปากแม่น้ำ ไปจนถึงทางน้ำที่เคยเป็นจุดว่ายน้ำยอดนิยมของเด็ก ๆ

ด้านนายรุสลี ปาไรลี ผู้จัดการดูแลจระเข้ วัย 39 ปี กล่าวว่า เหตุการณ์จระเข้จู่โจมมนุษย์เริ่มมากขึ้นเมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว เนื่องจากการขยายตัวของสวนปาล์มน้ำมันรอบปากแม่น้ำ โดยบริษัทบางแห่งขุดลอกทางน้ำเทียม เพื่อเชื่อมต่อกับแม่น้ำบูดอง-บูดอง ส่งผลให้จระเข้เริ่มออกจากแม่น้ำ และเลื้อยคลานไปยังพื้นที่อยู่อาศัยใกล้เคียง เช่น บ่อเลี้ยงปลาและกุ้ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น จระเข้น้ำเค็ม เป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมายในอินโดนีเซียมาตั้งแต่ปี 2542 ส่งผลให้ผู้คนไม่สามารถล่าพวกมันได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม จระเข้ถือเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นหมายความว่า ประชากรจระเข้ไม่สามารถควบคุมได้ตามธรรมชาติ

แม้กฎหมายอินโดนีเซียจะคุ้มครองจระเข้จากการถูกฆ่า แต่การจู่โจมมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน ซึ่งเขาตอบสนองด้วยการดูแลจระเข้บางส่วน ในฟาร์มที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ และตั้งอยู่ห่างไกลจากพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP