ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของโบลูอาร์เต ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนธ.ค. 2565 เปรูเต็มไปด้วยการประท้วงหลายครั้ง ตลอดจนเรื่องอื้อฉาว การสืบสวน ความขัดแย้ง และความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรที่เพิ่มขึ้น
โบลูอาร์เต วัย 63 ปี ตกเป็นเป้าหมายของการสอบสวนมากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งรวมถึงกรณีที่เธอถูกกล่าวหาว่าไม่ได้ระบุอัญมณี และนาฬิหาข้อมือหรูแบรนด์โรเล็กซ์ เป็น “ทรัพย์สินส่วนตัว” จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวที่ถูกเรียกว่า “โรเล็กซ์เกต” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ โบลูอาร์เตยังตกอยู่ภายใต้การจับตามองเป็นพิเศษ จากการหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เมื่อปี 2566 เพื่อเข้ารับการผ่าตัดจมูก ซึ่งเธอยืนกรานว่าเป็นการผ่าตัดทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม อีกทั้งเธอยังถูกสอบสวนเกี่ยวกับบทบาทในการปราบปรามของตำรวจ ซึ่งทำให้ผู้ประท้วงเสียชีวิต 50 ราย
มิหนำซ้ำ คะแนนความนิยมของโบลูอาร์เต ซึ่งไม่เคยอยู่ในระดับสูง ก็ดิ่งเหวสู่จุดต่ำสุดในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานสำรวจความคิดเห็น “อิปซอส” พบว่า เธอมีคะแนนความนิยมอยู่ที่ 2% ลดลงจาก 21% เมื่อตอนที่เธอเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเปรู
นายอัลเฟรโด ตอร์เรส ประธานของอิปซอส เปรู กล่าวว่า ตัวเลขข้างต้นถือเป็นคะแนนความนิยมต่ำที่สุด เท่าที่หน่วยงานเคยสำรวจในประเทศอื่น ๆ 90 ประเทศ อย่างไรก็ตาม โบลูอาร์เตไม่ได้เป็นแค่ผู้รอดชีวิต แต่เธอยังเป็นรัฐสตรีอาวุโสด้วย
อนึ่ง ภายในเงลาเพียง 8 ปี เปรูเปลี่ยนประธานาธิบดีมากถึง 6 คน หากโบลูอาร์เตดำรงตำแหน่งจนครบวาระในปีหน้า เธอจะกลายเป็นผู้นำเปรู ซึ่งครองอำนาจยาวนานที่สุดในบรรดาประธานาธิบดีทั้งหมดในยุคนี้
เนื่องจากโบลูอาร์เตไม่มีพรรคการเมืองใดในสภาคองเกรสเปรู เธอจึงสามารถรักษาอำนาจไว้ได้ด้วยการสนับสนุนจากพรรครัฐบาลสายอนุรักษนิยมที่เป็นเสียงข้างมาก ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความเฉื่อยชาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และความได้เปรียบทางการเมือง ช่วยให้โบลูอาร์เตรอดพ้นแนวโน้มที่ผู้นำเปรูจะถูกโค่นล้มก่อนหมดวาระ มาจนถึงทุกวันนี้
“เปรูมีความขัดแย้งทางการเมือง นั่นคือ โบลูอาร์เตเป็นประธานาธิบดีที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกัน จุดอ่อนของเธอก็เป็นจุดแข็งของเธอ เพราะประธานาธิบดีเป็ดง่อย มีประโยชน์ทางการเมืองสำหรับสภาคองเกรสเปรู” นายออกัสโต อัลวาเรซ นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยแปซิฟิก กล่าว
แม้ชาวเปรูจำนวนมากรวมตัวบนท้องถนนบ่อยครั้ง เพื่อเดินขบวนประท้วงโบลูอาร์เต แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า การก่อกบฏเต็มรูปแบบเป็นสิ่งที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น
“ชาวเปรูรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่า เพราะถ้าโบลูอาร์เตลาออก หรือถูกปลดออกจากตำแหน่ง คนที่เข้ามาแทนก็คือ สมาชิกสภาคองเกรสเปรู ทั้งที่ตัวสถาบันมีภาพลักษณ์แย่มากเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เปรูไม่มีแคนดิเดตคนอื่นที่น่าประทับใจ นั่นจึงทำให้ผู้คนไม่รีบร้อนโค่นเธอลงจากอำนาจ” ตอร์เรส กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



