ทั้งนี้ ปัจจุบันชายกับหญิงมีความเท่าเทียมกันมากขึ้นกว่าในยุคอดีต ซึ่งแม้การเท่าเทียมกันจริง ๆ แบบเต็มร้อยจะยังไม่เกิดขึ้นในสังคมไทย ยังมีอีกหลายกรณีที่หญิงยังไม่เท่าเทียมชายอย่างแท้จริง หากแต่กรณี “เจ้าชู้” นี่ก็อย่างที่ทราบ ๆ ว่า “หญิงไทยยุคใหม่ก็ไม่เบา”

บ้างก็ว่า “ชายเจ้าชู้ได้ หญิงก็เจ้าชู้ได้”

และยุคนี้อื้ออึง “เจ้าชู้แบบแย่งคนอื่น”

เกี่ยวกับเรื่อง “เจ้าชู้” นั้น แม้ก็ดูจะเป็นเรื่องความชอบ-ความรัก อย่างไรก็ตาม ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าชู้นี่ก็มักไม่พ้นเป็นเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ-ทางเซ็กซ์ ซึ่งกับ “เรื่องเพศเรื่องเซ็กซ์” นี่ยุคปัจจุบันนี้สังคมไทยก็เปิดกว้างให้กับผู้หญิงมากขึ้น ขณะที่ “ผู้หญิงไทยก็เปิดกว้างให้กับตัวเองมากขึ้น” กว่าหญิงไทยในยุคอดีต โดยก่อนจะดูกันเรื่องเจ้าชู้…ก็ชวนพลิกแฟ้มดูกรณี “การเปิดกว้างเรื่องเซ็กซ์ของหญิงไทยยุคใหม่” กันก่อน ซึ่งขอเน้นย้ำว่านี่หมายถึง “บางคนบางส่วน” ไม่ใช่ทั้งหมด

ผู้หญิงรู้จุดอ่อนผู้ชายที่อารมณ์ทางเพศจะพุ่งเร็ว ก็มีผู้หญิงบางคนที่ใช้หน้าตาเรือนร่างหาประโยชน์จากผู้ชาย” …นี่เป็นการระบุกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ไว้โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) อีกทั้งยังสะท้อนอีกว่า… ผู้หญิงไทยยุคใหม่เปิดตัวสู่โลกมากขึ้น มีหลาย ๆ คนแสดงออกแบบหลุดพ้นจากการถูกกดขี่ข่มเหงในเรื่องเพศจากผู้ชาย ดังที่เคยมีมาในอดีต

ผู้หญิงไทยยุคใหม่มีความกล้ามากขึ้น ก็มีบางคนที่อยากจะมีอะไร ๆ โดยใช้ร่างกายกระตุ้นเรียกร้องความสนใจจากผู้ชาย”…ทาง ดร.วัลลภ ระบุไว้ …ซึ่งหลาย ๆ คนก็แสดงออกเชิงเรื่องเพศโดยการ “โชว์เซ็กซี่” ขณะที่บางคนก็ไปไกลถึงการ “เปิดกว้างเรื่องการมีเซ็กซ์” และบางคนก็ยิ่งไปไกลถึงเลเวล “ไปยุ่งเกี่ยวผู้ชายที่มีเจ้าของมีครอบครัวแล้ว”

ทั้งนี้ จากกรณีการเปิดกว้างเรื่องเซ็กซ์มากขึ้นของหญิงไทยยุคใหม่ ก็ยึดโยงกรณี “หญิงไทยยุคใหม่ก็เจ้าชู้ไม่เบา” ซึ่งนี่ก็ขอเน้นย้ำเช่นกันว่าหมายถึง “บางคนบางส่วน” ไม่ใช่ทั้งหมด โดยกรณีหญิงไทยยุคใหม่ก็เจ้าชู้ไม่เบานี่ปรากฏการณ์หนึ่งที่ก็อาจเป็นการฉายภาพให้เห็นชัดเจน คือปรากฏการณ์ “ฉันรักผัวเขา” ซึ่งที่ไปไกลถึงขั้น “ฉันแย่งผัวเขา”ก็อื้ออึงอยู่บ่อย ๆ

ถามว่านี่ “มีมุมศาสตร์จิตเกี่ยวมั้ย?”

กับคำตอบนั้น… ทาง ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยา สะท้อนกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มาว่า… ความจริงแล้วเรื่องที่ “ผู้หญิงบางคนชอบยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่มีเจ้าของหรือมีครอบครัวแล้ว” นั้น เรื่องแบบนี้มีมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มามีเฉพาะในยุคนี้ และเมื่อ ถามย้ำว่า…เรื่องแบบนี้มีเรื่องทางจิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่? นักจิตวิทยาท่านเดิมบอกว่า…

ถ้าผู้หญิงชอบผู้ชายที่อายุน้อยกว่ามาก ๆ หรืออายุมากกว่ามาก ๆ ถ้าอย่างนี้ถึงจะเข้าข่ายว่าอาจจะมีปมทางจิต” …อย่างไรก็ตาม ทาง ดร.วัลลภ สะท้อนมุมมองปรากฏการณ์ “ฉันรักผัวเขาฉันแย่งผัวเขา” ที่ยุคนี้อื้ออึงอยู่บ่อย ๆ ว่า… ส่วนใหญ่แล้วมองว่าไม่ใช่เพราะมีปม หรือไม่ใช่ว่าเพราะอยากจะเอาชนะอะไร แต่น่าจะเพราะสาเหตุอย่างอื่น

เช่น… เพราะผู้หญิงจะไว้ใจผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วมากกว่าผู้ชายที่ยังโสด เพราะไม่เสี่ยงต่อการติดโรค เนื่องจากว่าผู้ชายที่โสดส่วนใหญ่จะซุกซน ก็มีโอกาสติดโรคติดอะไรได้ง่าย” …ประเด็นนี้นี่ยึดโยง เปิดกว้างเรื่องเซ็กซ์”

และทางนักจิตวิทยาท่านเดิมยังระบุถึงอีกสาเหตุที่ “ผู้หญิงบางคนชอบยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว” ว่า… อาจจะเพราะผู้หญิงที่มีพฤติกรรมนี้ “ต้องการความมั่นคง” โดยในไทยยุคนี้การคบหากันของผู้ชาย-ผู้หญิง โดยเฉพาะที่เพิ่งเริ่มคบหากัน เวลาที่ไปกินข้าวด้วยกันหรือไปทำกิจกรรมอะไรต่าง ๆ ด้วยกัน ค่าข้าวหรือค่ากิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่แล้วมักจะแชร์กันจ่าย50 : 50 ซึ่งก็จะมีประมาณสัก 25% เท่านั้นแหละที่ผู้ชายโสดเลี้ยงผู้หญิง หรือบางทีให้ผู้หญิงเลี้ยงด้วยซ้ำ

ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วมักจะเอาใจผู้หญิงมากกว่าพวกหนุ่มโสด เพราะพวกหนุ่มโสดมักไม่ค่อยแคร์อะไร ดังนั้นผู้หญิงส่วนหนึ่งจึงมักจะชอบผู้ชายที่ไม่โสด ที่จะดูแลดีกว่า รวมถึงเรื่องเงินทอง พูดง่าย ๆ ว่าจะเปย์มากกว่า”

ทาง ดร.วัลลภ ระบุต่อไปว่า…ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว มักเป็นคนมีอายุ ไม่ใช่หนุ่มน้อย แต่ก็มักมีเงินทองมั่นคงกว่าพวกหนุ่มโสด ก็สามารถเป็นคนจ่าย สามารถเปย์หนักและเอาใจใส่ผู้หญิงได้มากกว่าหนุ่มโสด ทั้งนี้ ในไทยผู้ชายที่มีเงินระดับที่เรียกว่ามีมาก ก็มีไม่น้อยที่มักมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากเมีย หรือมีเมียเก็บ ซึ่งบางคนก็มีหลายคน และก็มีผู้หญิงที่ยอมจะอยู่ในสถานะนี้ มีผู้หญิงที่ ยอมเป็นเมียของผู้ชายที่มีเมียแล้ว โดยไม่แคร์ ถ้าผู้ชายฐานะดี เพราะมองว่ามีแต่ได้ ไม่เสียหาย

อย่างไรก็ตาม การที่ “ผู้หญิงบางคนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว” จนถูกมอง-ถูกระบุว่า “แย่งผัวคนอื่น!!” ก็ยังมีกรณีที่ “เพราะผู้ชายเจ้าชู้” โดยที่ผู้หญิงก็ไม่รู้ว่าเขามีเจ้าของแล้ว มีเมียแล้ว หรือ “เพราะผู้ชายกะล่อน”นี่ก็มี…

กะล่อน หลอก โกหกผู้หญิงว่าตัวเองมีปัญหากับที่บ้าน มีปัญหากับครอบครัว ทะเลาะกับเมียบ่อย ใกล้จะหย่าแล้วอะไรอย่างนี้ ให้โอกาสเขาหน่อยนะ คือให้ความหวังผู้หญิง”…ทาง ดร.วัลลภ สะท้อนอีกสาเหตุปรากฎการณ์

ฉันรักผัวเขาฉันแย่งผัวเขา” มีอื้ออึง

ก็มีไม่น้อย “ผู้หญิงเจ้าชู้ผู้หญิงแซ่บ”

แต่กระนั้น…“ที่ยังคงแสบก็ผู้ชาย!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์