@เรื่องของ”การเมือง” ยังเป็น”เรื่องใหญ่” สำหรับ”ประเทศไทย”การ”ขับเคลื่อน”ไปข้างหน้า เพราะวันนี้”การเมือง”ของไทยอยู่ที่”ปากเหว” และพร้อมที่จะ”ลงเหว”ได้ทุกเมื่อ หากเดินผิดเพียง”ก้าวเดียว”โดยเฉพาะตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” ของ”แพทองธาร ชินวัตร” ที่ถูก”ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำสั่งให้”หยุดปฏิบัติหน้าที่”ในระหว่างรอการ”พิจารณา” เรื่องของ”คลิปเสียง” การ”สนทนา”กับ”ฮุนเซ็น” ที่เป็น”จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์” ซึ่งเป็น”ผู้นำตัวจริง”ของ”ประเทศกัมพูชา” ซึ่ง”กูรู” ทาง”กฎหมาย”และ”เซียนการเมือง” ส่วนใหญ่ ต่าง”วิเคราะห์” ว่า โอกาสมีอยู่สูง ที่”ศาลรัฐธรรมนูญ” จะ”ลงดาบ” ให้พ้นจากการเป็น”นายกรัฐมนตรี” ที่เป็น”ชะตากรรม”เดียวกันกับ” เศรษฐา ทวีสิน” ที่มีการทำผิด”จริยธรรม”ของ”นักการเมือง” แต่ในส่วนของ”แพทองธาร ชินวัตร” นั้น มี”มากกว่า” อดีตนายกรัฐมนตรี”เศรษฐา ทวีสิน” เพราะมีการร้องให”ปปช.”ทำการ”ตรวจสอบ”เรื่องของความ”ซื่อสัตย์สุจริต”ด้วย รวมทั้งถูก”แจ้งความ”จาก”ประชาชน” ต่อ”ตำรวจ” ให้ทำการ”เอาผิด”อีกต่างหาก…..และหาก”แพทองธาร ชินวัตร” ต้องพ้นจากตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” นั่นหมายความว่า “สภาผู้แทนราษฎร” ต้องมีการ”แต่งตั้ง” นายกรัฐมนตรี” คนใหม่ ซึ่งในฝั่งของ”เพื่อไทย” ก็จะเหลือเพียง”ชัยเกษตร นิติศิริ” เพียงคนเดียวในฐานะของ”แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี ซึ่งคง”ไม่ง่าย” ต่อ”เสียงสนับสนุน” จากทุกพรรคการเมือง ประเด็นนี้จะเป็น”จุดเปลี่ยน”ของ”รัฐบาล” และของ”ประเทศ ไทย” และเป็น”จุดเสี่ยง”ของ”พรรคเพื่อไทย”ในการที่ คนของ”พรรคเพื่อไทย”อาจจะไม่ได้เป็น”นายกรัฐมนตรี”……

@ส่วนหากคำ”ตัดสิน”ของ”ศาลรัฐธรรมนูญ”ทำให้”แพทองธาร ชินวัตร” ต้องมี”ชะตากรรม”เดียวกับ”เศรษฐา ทวีสิน” การที่”รักษาการนายกรัฐมนตรี” อย่าง”ภูมิธรรม เวชยชัย” จะมี”อำนาจ” ในการ”ยุบสภาผู้แทนราษฎร” เพื่อที่จะนำ”การเมือง” ในสู่การ”เลือกตั้ง” ครั้งใหม่ได้หรือไม่นั้น  วันนี้ถ้าฟังจากมุมของ”กฤษฎีกา” นั้นหมายถึง”รักษาการนายกรัฐมนตรี”ไม่มี”อำนาจ” ในการ”ยุบสภาฯ เพราะการ”ยุบสภาฯ” เป็น”อำนาจ”เฉพาะตัวของ”นายกรัฐมนตรี” ถ้าจะฟังจาก”กูรู”ทาง”กฎหมาย” ที่ทำหน้าที่”นิติบริกร” ให้กับ”นายกรัฐมนตรี” ทั้ง”ฝ่ายเทพ”และ”ฝ่ายมาร” มาแล้วอย่าง”โชกโชน” ก็จะเห็นว่า”รักษาการนายกรัฐมนตรี” มี”อำนาจ” ในการ”ยุบสภาฯ”ได้ แต่ต้องอยู่กับการ”โปรดเกล้าฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่”สุ่มเสี่ยง” และไม่”บังควร” เป็นอย่างยิ่ง ทั้งหมดคือเรื่องของ”การเมือง” ที่กำลังเข้าสู่”โหมด”ของการ”ยักตื้นติดกึก ยังลึกติดกัก” ……ที่”สำคัญ” การเมืองแบบนี้เป็น”การเมือง”ที่”ไปไม่รอด” เพราะไร้ซึ่ง”เสถียรภาพ” และ หนักหนากว่าการ”เข็นครกขึ้นภูเขา” ที่สุดท้ายคือการ”จอดไม่ต้องแจว” ทุกราย อยู่ที่ว่าจะมีการ”ถูลู่ถูกัง”ไปได้สัก”กี่น้ำ” และ”เคราะห์ซ้ำกรรมซัด” ไม่ได้อยู่กับ”รัฐบาล” ที่อยู่กับ”ประชาชน” ที่ต้อง”ทนอยู่”กับ” รัฐบาล” ที่เป็น”เป็ดง่อย” ไม่”สามารถ” ที่จะแก้”ปัญหา” ที่”มะรุมมะตุ้ม” อยู่ในขณะนี้ได้แม้แต่”กระผีกริ้น”……ไม่ต้องดู”อื่นไกล” ดูการ”ปรับคณะรัฐมนตรี” หรือ”ครม.” ก็จะเห็น”ความจริง” ที่”ชัดเจน” ว่า ไม่ได้ปรับเพื่อ”แก้ไขปัญหา” ของ”ประเทศชาติ” และของ”ประชาชน” แต่เป็นการ”ปรับ ครม.” เพื่อความ”อยู่รอด”ของ”รัฐบาลผสม” ที่มี”พรรคเพื่อไทย”เป็น”แกนนำ” เพื่อให้”แพทองธาร ชินวัตร” สามารถอยู่ในตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” ต่อไปโดยไม่ได้”คำนึง” ว่าจะมีความ”สามารถ” ในการ”บริหารประเทศ”หรือไม่ ทุก”ตำแหน่ง” ที่ถูก”วางตั้ง” ให้เป็น”เสนาบดี” ของ”กระทรวงต่างๆ” จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็น”มืออาชีพ” แต่เป็น”มือจ่าย” เพื่อ”สนับสนุน”พรรคการเมืองเป็นสำคัญ…..,

@แต่”เอาเถอะ” โบราณ เขาว่า”อย่าติเรือทั้งโกลน” ต้องให้”โอกาส” เพื่อให้”เสนาบดี” กระทรวงต่างๆ ได้แสดง”ฝีมือ” ให้”ประจักษ์” ว่าเป็นผู้ที่”มีกึ๋น”หรือไม่ ก็ต้องติดตามดูว่า”กระทรวงศึกษาธิการ” ที่เป็น”เสนาบดี”จาก”นายพลตำรวจใหญ่” อย่าง” พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ”” มาเป็น” อาจารย์แหม่ม” หรือ” นฤมล” ภิญโญสินวัฒน์” ที่เป็นผู้”เชี่ยวชาญ”ด้าน”การคลัง” จะมีอะไรที่เรียกว่า”ดีขึ้น” กับ”วงการศึกษา”หรือไม่”…..หรือ”กระทรวง” ที่เกี่ยวกับ”ปากท้อง” ของ”ประชาชน” อย่าง”กระทรวงพาณิชย์” ที่”เหลวเป๋ว” ในมือของ”พิชัย นริททะพันธ์” มาแล้ว ก็ต้องดู”ฝีมือ”ของ”จตุพร บุรุษพัฒน์” ที่ลาออกจาก”ปลัดกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม” มาเป็น” เสนาบดี” ของ”กระทรวงการค้า” ว่าจะมี”กึ๋น” แค่ไหนกับการ”ค้าขาย” จะสามารถ”ตรึงราคาสินค้า” อย่าให้”ขึ้นราคา”เป็น”รายเดือน”ได้หรือไม่ หรือสามารถที่จะทำให้”ราคาสินค้า”มี”ราคาที่ถูกลง” ตามราคาของ”วัตถุดิบ” ที่ถูกลงได้หรือไม่……โดยเฉพาะ”พืชผลทางการเกษตร” ที่มีราคา”ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” ทุกตัว” ตั้งแต่”ข้าวเปลือก” ที่มีราคา”ถู้กถูก” แต่ทำไมจึง”ส่งออก”ไปต่างประเทศสู้”เวียดนาม”ไม่ได้ และต้อง”เสียแชมป์”ของการ”ส่งออก” ไปให้”ประเทศอื่น ทั้งมี”ชาวนา” ขายข้าวเปลือก” ในราคาที่”ถูกมาก”…..และทำไม”ราคาข้าวสาร”ถึง”แพ้งแพง” ทั้งที่”ข้าวเปลือก” มีราคาถูก เรื่องที่เป็น”หนามยอกอก” ทั้งของ”ชาวนา” และของ”ประชาชน” ที่ต้อง”ซื้อสารข้าว” เพื่อการ”บริโภค” ท่าน”เสนาบดี” กระทรวงพาณิชย์”คนใหม่” ช่วยตอบให้”ประชาชน” ชื่นใจ”หน่อยเถอะว่า ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ทั้งหมดมาจาก”กลไก” อะไรกันแน่ …..

@จาก”ข้าวเปลือก” ก็เป็นเรื่องของ”ยางพารา” และ”ปาล์มน้ำมัน” ที่กลายเป็น”วิกฤติ” ของทั้งชาว”สวนยาง” และ”ชาวสวนปาล์ม” ที่”รัฐบาล” ที่ผ่านมา “แก้ไข”แบบ”ไม่ตรงจุด” จนทำให้”ชาวสวนยาง” และ”ชาวสวนปาล์ม”ต้อง”แบกรับ” ความ”เสดสา” แบบว่า”ประเทศนี้” ไม่มี”รัฐบาล”ในการ”แก้ปัญหา” ให้กับ”ประชาชน”…..ที่สำคัญที่ผ่านมา”กระทรวงพาณิชย์” มีการ”หารือ” หรือ”บูรณาการ”  กับ”กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” อย่างไร หรือไม่ เพราะ”ราคาสินค้า” และ”ราคาพืชผล” ทางการ”เกษตร” เป็นเรื่องที่ทั้ง”สองกระทรวง” ต้องมีการ”ร่วมมือ” หรือการ”บูรณาการ” ในการแก้ปัญหา”ร่วมกัน” ปัญหาที่”สุมรุม” จึงจะมี”ทางออก” แต่ที่ผ่านมา”ต่างคนต่างทำ” เพราะ”เสนาบดี” ของทั้งสองกระทรวง อยู่กันคนละ”พรรคการเมือง” ที่มี”หมุดหมาย” ต่างกัน และนี้คือปัญหาของ”รัฐบาล” และของ”ประเทศไทย” โดยเฉพาะ”รัฐบาล” ในขณะนี้ ที่”ทุกพรรคการเมือง” ต่าง”ดูออก” ว่า”รัฐบาล” มี”อายุสั้น” สิ่งที่ต้อง”เร่งรีบ” อาจจะไม่ใช่”ปัญหา”ความ”เดือดร้อน” ของ”ประชาชน” และความ”ล่มจม”ของ”ประเทศชาติ” แต่เป็นการ”สะสมเสบียงกรัง” เพื่อการ”เลือกตั้ง” ที่อาจจะ”มาเร็ว” กว่าที่”คาดหมาย”…….

@เห็นได้”ชัดเจน” ในการหา”คะแนนเสียง” คือ”พรรคประชาชาติ” ที่มี” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม เป็น”หัวหน้าพรรค” ที่”ลงพื้นที่” ทั่วประเทศอย่าง”ถี่ยิบ” เน้นในเรื่องความ”ยุติธรรม”” และ”หนี้สิน” ส่วนในพื้นที่”จังหวัดชายแดนภาคใต้” พรรคประชาชา “เน้น” ในเรื่องของการ”ปราบปรามยาเสพติด” ตั้งแต่”พืชกระท่อม” และ”กัญชา” จนถึง”ยาบ้า” ที่เป็น”ปัญหาใหญ่” ของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” เป็นการ”ได้ใจ” ของ”ประชาชน” ที่”ส่วนใหญ่” เป็นผู้ที่นับถือ”ศาสนาอิสลาม”ที่”ยาเสพติด” ทุก”รูปแบ” เป็น”ศัตรู” กับ”อิสลาม” ที่”สำคัญ” คือ”ฐานเสียง”ที่เป็น”สส.” ทั้งหมดของ”พรรคประชาชน” อยู่ใน”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้”  จึงเชื่อได้ว่า”พรรคประชาชาติ น่าจะ”กระสากลิ่น”ของการ”ยุบสภาผู้แทนราษฎร” จึงได้”เร่งรีบ” ในการหา”คะแนนเสียง” เพื่อ”รับมือ”กับการ”เลือกตั้ง” ที่อาจจะมาถึงใน”ไม่ช้านี้…..เช่นเดียวกับ”พรรคเพื่อไทย” ที่”ทำเก่ง” ว่าจะนำ”พรบ.อินเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์” เพื่อ”ผ่านความเห็นชอบ” ของ”สภาผู้แทนราษฎร” ที่สุดท้าย”วิปรัฐบาล” ก็มี”มติ” ถอนร่าง”ของ”กฎหมาย”ดังกล่าวข้างต้น”ออกไป” เพื่อไม่”กล้าเสี่ยง” และ เชื่อว่า”พรรคเพื่อไทย” ไม่”กล้าเสี่ยง” ในทุกเรื่องที่ต้องใช้”มติ” ของ”สส.เสียงข้างมาก” วันนี้แค่”ประคับประคอง” อย่าให้”สภาล่ม” ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่”สาหัสสากรรจ์” ที่เป็น”งานหนัก”ของ”วิปวุฒิ” เป็นการ”ประคับประคอง” เพื่อให้”พรบ.งบประมาณ” ผ่านสภาฯ เพราะเป็นเรื่อง”สำคัญ” ในการ”อยู่รอด” ของ”ประเทศชาติ” และนี้แหละที่เรียกว่า”รัฐบาลเป็ดง่าย” ที่”ประชาชน” อย่าหวังได้”ฝากฝีฝากไข้” หรือ”พึ่งพาอาศัย” เพราะ วันนี้ ทุกพรรคการเมือง”อ้างประชาชน” แต่ไม่ได้ทำ”เพื่อประชาชน” ดังนั้นในการ”เลือกตั้ง” ที่”ใกล้เข้ามา” ประชาชนอย่าง”เราๆท่านๆ” ก็คิดให้มากหน่อยว่าในการ”เลือกตั้ง” ครั้งใหม่ จะ”เอาไง” กับ”ชีวิต”ของ”ตนเอง”……

@และแล้วก็เป็นไปตาม”เกมการเมือง” เพราะหลังการ”เปลี่ยนตัว” ของ”เสนาบดี”กระทรวงมหาดไทยเพียง”ข้ามวัน” ชนิดที่”ก้น”ของ”ภูมิธรรม เวชยชัย” ยังไม่”ทันอุ่น” ก็มีการ”สั่งการ” โยกย้าย”ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” ซึ่งเป็น”อธิบดีกรมการปกครอง” ”ไปเป็น”ผู้ตรวจราชการ” และ”โยกย้าย”ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่“ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” มาเป็น”อธิบดีกรมการปกครอง” ที่เป็นคนของ”เพื่อไทย”  รวมทั้ง”โยกย้ายอีก 3 อธิบดี”ของ”มหาดไทย” เป็นการ”ล้างบาง” คนของ”ภูมิใจไทย” ที่แต่งตั้งโดย” อนุทิน ชาญวีรกุล” อดีต “มท. 1 “ และ”เชื่อว่า” ยังจะมี”คำสั่ง”ในการ”โยกย้าย” ของ”กระทรวงมหาดไทย” ออกมาอีกหลาย”ละลอก” นี่เป็นการ”แสดง” ให้เห็นว่า” เพื่อไทย” รอไม่ได้ ที่จะ”โยกย้าย” ข้าราชการตาม”ฤดูกาล” เพราะไม่รู้”อนาคต” ว่า”รัฐบาล” นี้จะ”สิ้นสุดทางเลื่อน” ณ วันไหน จึงมีการ”ชิงลงมือ” ทำการ”โยกย้าย” ตำแหน่ง”สำคัญๆ” ใน”กระทรวงมหาดไทย” เพื่อการ”รับมือ”กับการ”เลือกตั้ง” เพราะไม่ว่าจะเป็น”อดีต”หรือ”ปัจจุบัน” ที่”กลไก” ของการ”เลือกตั้ง”ความ”สำคัญ” และการ”ได้เปรียบ เสียเปรียบ” ของการ”เลือกตั้ง” ยังอยู่ที่”กระทรวงมหาดไทย” นั้นเอง…..ส่วน”ข้าราชการ” ใน”กระทรวงมหาดไทย” ตั้งแต่”ปลัดกรเทรวง, อธิบดี” จนถึง”ผู้ว่าราชการจังหวัด” และ”นายอำเภอ” คงจะไม่”หนาวๆร้อนๆ” เพราะรู้ถึง”ชะตากรรม”ของ”ตนเอง” ที่”พรรคภูมิใจไทย” ตัดสินใจ”ถอนตัว”จาก”รัฐบาล”ไปเป็น”ฝ่ายค้าน”แล้ว ลางร้าย”รู้ตัว” ขนาด”เก็บสิ่งของใส่กระเป๋า” เพื่อเตรียม”จรลี”ไปทำหน้าที่ใหม่ นี่คือ”การเมือง”แบบ”ไทยๆ” ที่ไม่ผิดกับ”ละครน้ำเน่า” เมื่อ”การเมือง”ไม่”พัฒนา” และ”ประเทศจะเดินหน้า” หรือจะ”พัฒนา”ไปได้อย่างไร….

@ส่วนเรื่อง”สำคัญ” ที่เกี่ยวกับ”ความเป็นความตาย”ของ”ประเทศชาติ” และ”ประชาชน” อย่างการ”ขึ้นภาษีส่งออก” ของ”ประธานาธิบดี”ประเทศสหรัฐอเมริกา” อย่าง”โดนัลด์ ทรัมป์” กลับเป็น”เรื่องรอง” ที่ดูเหมือน”รัฐบาล”ที่”ล่าช้า” แล้ว” ยังไม่ให้ความ”สำคัญ” หัวหน้าทีมในการ”เจรจาต่อรอง” อย่าง”พิชัย ชุณหะวชิร” ที่”เดินทาง”แบบ”ข้ามน้ำข้ามทะเล” แต่”หอบ” เอาความ”ล้มเหลว” กลับมา” เพื่อการเจรจารอบใหม่” ซึ่งก็ไม้รู้ว่า”มโน” เอาเองหรือเปล่าว่ามี”สัญญาณ”ดี กับ”ประเทศไทย …..เรื่อง”ภาษีส่งออก” ถ้าการ”เจรจาต่อรอง” มีการ”ล้มเหลว” นั้นหมายถึง”หายนะ” ทาง”เศรษฐกิจ” ของ”ประเทศไทย” ซึ่ง วันนี้ “รัฐบาล” ยังไม่ได้”หาทางออก” เพราะยัง”คาดหวัง” ว่า จะมีความ”สำเร็จ” ในการ”เจรจาต่อรอง” ใน”รอบใหม่” นี่คือความ”ประมาท” และไม่ได้มีแผน”สำรอง” ในการ”รับมือ”กับการ”แก้ปัญหา” รัฐบาล” อย่างนี้จึงเป็น”รัฐบาล”ที่พร้อมจะพา”ประเทศชาติ” และ”ประชาชน” ไปอยู่ใน”จุดเสี่ยง” หรือสู่ความ”หายนะ” ครั้งใหญ่……ดูอย่าง”ประเทศมาเลเซีย” ที่เป็น”เพื่อนบ้านเรือนเคียง” ที่เขามีการ”ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน” ครั้งใหญ่ หลังการ”ขึ้นภาษี” และมีการ”ต่อรอง”กับ”สหรัฐอเมริกา “ไปก่อนหน้า”ประเทศไทย” ซึ่ง”ดร.โมฮัมหมัด อัฟซาอิซาม อับดุล ราชิด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารมูอามาลัตมาเลเซีย กล่าวเนื่องจากการ”ขึ้นภาษี”ของ”โดนัลด์ ทรัมป์” อยู่เหนือการ”ควบคุม”ของ”รัฐบาล” จึงต้องมี”หลักการ” ในการ”รับมือ”กับ”ปัญหา”ที่”เหมาะสม” แล้ว”เสนาบดีกระทรวงการคลัง” ของ “ประเทศไทย” มี”แผน” อะไรบ้างในการ”รับมือ” ขอถามแทน”ประชาชน…..

@หันไปดู”กระทรวงบัวแก้ว” หรือ”กระทรวงต่างประเทศ” ที่ถูก”ขนานนาม”ว่า”กระทรวงเทวดา” ซึ่งเป็น”ส่วนหนึ่ง” ที่ต้อง”รับมือ”กับเรื่อง”ความมั่นคงของประเทศ”ในเรื่องความ”ขัดแย้ง”ที่”ชายแดนไทย-กัมพูชา” ที่วันนี้”นโยบายต่างประเทศ” หรือ”นโยบาย”ทาง”การทูต” ของ”มาริส เสงี่ยมพงษ์” เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศ ยังเดิน”ตามหลัง” ก้าวตามไม่ทัน” เล่ห์เหลี่ยม”ของ”ฮุนเซ็น” แห่ง”ประเทศกัมพูชา” ที่ วันนี้นำเรื่อง”ข้อพิพาท” ของ”ปราสาทตาเมือนธม” และอื่นๆ เข้าสู่”เวที”ของ”สหประชาชาติ” หรือ”ยูเอ็น” โดยมี”กระทรวงต่างประเทศ”ของ”ประเทศไทย” ทำหน้าที่การ”ตามก้น” เพื่อไป”แก้ต่าง”…..วันนี้เรื่องการ”ปิดพรมแดน” ใน”หลายจังหวัด” ที่มี”เขตแดน”ติดต่อกับ”กัมพูชา” เพื่อการแก้ปัญหาด้าน”ความมั่นคง” ได้นำเอา”ปัญหา” อื่นๆ ที่”ทับซ้อน” ให้เกิดขึ้น เช่น”ขบวนการกองทัพมด” ในการ”ขนสินค้าข้ามแดน” และมีการ”ข้ามพรมแดน”ใน”ช่องทางธรรมชาติ” ที่”ผิดกฎหมาย”เกิดขึ้น”มากมาย” ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่”เจ้เหน้าที่”หลายหน่วยงานมี”ผลประโยชน์ทับซ้อน” ถามว่า”ปัญหา”ที่”เกิดขึ้น” ใน”มุมของ”  บิ๊กอ้วน” หรือ”ภูมิธรรม เวชยชัย” เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เป็นปัญหาที่”เร่งด่วน” กว่าการ”โยกย้าย” ข้าราชการ”ระดับบิ๊ก”ของ”มหาดไทย”หรือไม่…..

@กลับมาที่เรื่องของ”ไฟใต้” ที่ วันนี้ นอกจากจะไม่”ลดความร้อนแรง” ยังมีการ”ขยายพื้นที่”ของการ”ก่อเหตุ” นอกพื้นที่ของ”สามจังหวัด” มีการ”จ้างวาน” จาก”ขบวนการพูโล” ที่เป็น”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ที่เป็น”มือรับจ้าง” และข่าว”วงใน” ที่”เชื่อถือ”ได้ อ้างว่า”ผู้จ้าง” เป็น”เอ็นจีโอ” จาก”ชาติตะวันตก” เรื่องนี้”ภูมิธรรม เวชยชัย” ใน”ฐานะ” ที่เป็น”รองนายกฝ่ายความมั่นคง” และเป็น เสนาบดีกระเทรวงมหาดไทย” มี”นโยบาย” ในการ”ดับไฟใต้” ที่”มหาดไทย” คือ”ตัวจักรสำคัญ” และที่ผ่านมา”คนของมหาดไทย” ในพื้นที่ของ”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ทำตัว”และ”ลอยตัว” อยู่เหนือ”ปัญหา” ปล่อยให้เป็น”หน้าที่”ของ” ทหาร – ตำรวจ” โดยปล่อยให้” กองอาสารักษาดินแดน” เป็น”เหยื่อรายวัน”ของ”กองกำลังติดอาวุธ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น”ก็อยากเห็น”นโยบาย” ของ” เสนาบดีมหาดไทย” ที่”มาใหม่” จะมีความ”แตกต่าง” อย่างไรกับ”เสนาบดีคนเก่า” หรือ”สุดท้าย” เหมืนเดิม ….. และที่ยัง”เหมือนเดิม” คือการ”ตายรายวัน” ของ”ตำรวจ-ทหาร-อาสารักษาดินแดน” ในพื้นที่”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่นอกจาก”ระเบิดแสวงเครื่อง” และการ”ซุ่มโจมตี” ยังมี”พลแม่นปืน” หรือ”สไนเปอร์” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่ทำหน้ามี”สอย” เจ้าหน้าที่รัฐ ในทุก”โอกาส” ที่มี”ช่องว่าง” ให้ลงมือ”ปฏิบัติการ” นี่คือความ”สูญเสีย” ใน”รูปแบบใหม่” ที่”ล่าสุด”เกิดขึ้นกับ” ตำรวจ”สภ.กรงปีนัง จ.ยะลา ก็ไม่ได้”คาดหวัง” ว่าจะแก้”ปัญหา”ด้วยการ”จับกุม” ชุด”แม่นปืน” ของ”บีอาร์เอ็น” เพราะงาน”การข่าว” ยังไม่รู้เลยว่า”พลแม่นปืน” ของ”บีอาร์เอ็น” มีจำนวนเท่าไหร่ และอยู่ที่ไหนบ้าง สิ่งที่ทำได้คือ ให้”เจ้าหน้าที่” ทุกนาย”ระมัดระวังป้องกันชีวิต”กันเอาเอง แบบ”ชีวิตใครชีวิตมัน”……

@ก็ขอ”ชื่นชม” กับ”ปฏิบัติการ” ในการ”รวบรวมหลักฐาน” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ทั้งฝ่ายของ”ทหาร”และ”ตำรวจ” ที่ติดตามความ”เคลื่อนไหว” ของ”แนวร่วม” ที่”ก่อเหตุ”ในพื้นที่”จังหวัดชายแดนภาคใต้” จน”จับกุม” ผู้ที่”ก่อเหตุ”ได้เป็นจำนวนมาก อย่างน้อยที่สุด แม้จะทำลาย”แหล่งบ่มเพาะ”ของ”บีอาร์เอ็น” ไม่สำเร็จ แต่การ”จับแนวร่วม” ได้จำนวนมาก ก็เป็นการลด”ปริมาณ” ของ”แนวร่วม” ในระดับ”ปฏิบัติการ”ลงไปได้ใน”ระดับหนึ่ง” แต่อย่างไรก็ตามเรื่องการ”ทำลายสถานที่บ่มเพาะ” เป็นเรื่อง”สำคัญ”ที่สุด เพราะหากแหล่งที่”บ่มเพาะ” ยังมีอยู่ นั่นหมายถึงการ”เพิ่มจำนวน” ของ”แนวร่วม” เข้ามา”ทดแทน” ผู้ที่ถูก”จับกุม”…..และ”ล่าสุด” คือมี”ข่าวลับ” แจ้งว่า “กลุ่ม”แนวร่วม” ที่ไปฝึกการ”ก่อการร้าย” ใน”จังหวัดอาเจะ” ประเทศอินโดนีเซีย ในระดับ”คอมมานโด” จำนวน 4 คน มีการ”เดินทาง” กลับเข้ามาในพื้นที่ของ”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ก็เป็น”หน้าที่”ของ”พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่ต้อง”ขันชะเนาะ” ให้”กำลังทหาร” ในพื้นที่ต้อง”ใส่ใจ” และต้อง”บูรณาการ” หน่วย ไม่ใช่”ต่างหน่วยต่างอยู่” และทำหน้าที่เพียง”ป้องกันหน่วย” เพื่อ”รักษาฐานที่ตั้ง” เพียงอย่างเดียว…..

@จาก”หลักฐาน” ของ”ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 “ ที่ แสดงให้เห็นว่า”กำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” ที่เข้า”โจมตี”  ชุดคุ้มครองตำบลเกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส  มีการ”ระดมยิง”จากปืน 21 กระบอก และใช้”ก่อคดี” มาแล้ว 100 กว่าคดี มี”ปลอกกระสุน” ในที่เกิดเหตุ 1,000 กว่าปลอก นี้แสดงให้เห็นถึงความ”เข้มแข็ง” ของ”กองกำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” ในพื้นที่”จังหวัดนราธิวาส” ที่ยังเป็น”หนามยอกอก” ของ” เจ้าหน้าที่ ซึ่ง “กองกำลังทหารพราน” ในพื้นที่”หลายกองพัน” ต้องใช้”ยุทธวิธี” ในการ”กวาดล้าง” ให้ได้ เพราะ”กองกำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” มีความ”สามารถ” ในการ”ละลายฐาน” ของ”ชุดคุ้มครองตำบล”ที่”เปราะบาง” หรือที่”ประมาท” ได้”ทุกเมื่อ”……

@ร้องมาจาก”ผู้ประกอบการนวดแผนโบราณ” ใน”อำเภอหาดใหญ่” จังหวัดสงขลา ว่ามี”หมอนวด” ที่เป็นชาว”เมียนมา” เข้ามา”แย่งอาชีพ” จน”เต็มบ้านเต็มเมือง” ที่สำคัญ”นายทุน” ที่เป็น”เจ้าของกิจการ” ก็เป็น”ชาวต่างชาติ” ที่มีทั้ง” มาเลเซีย” และ”เมียนมา” และอีกเรื่อง ที่กลายเป็น”ธุรกิจ”ของ”เมืองชายแดน” อย่าง” จังหวัดสงขลา” และ”จังหวัดนราธิวาส” คือเรื่องการนำ”แรงงานเถื่อน” มา”พักพิง” เพื่อ”ส่งออก” ไปยัง”ประเทศมาเลเซีย” ก็ต้องฝากไปยัง” เสนาบดีแรงงาน” คนใหม่ ได้”สั่งการ” ให้”หน่วยงาน” ที่รับผิดชอบ”ตรวจสอบ” และ”จับกุม”…..

@เรื่องของ”โต๊ะพนันฟุตบอล” ที่”ชุมชนบางแฟบ” ในเขตรับผิดชอบของ”สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มี”ประชาชน” ร้องเรียนกันมาว่ามีการ”เปิดอย่างโจ่งแจ้ง” กลายเป็นที่”มั่วสุม”ของ”เยาวชน” ก็ต้องฝากไปยัง” พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม” ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่ง”สายตรวจ”หรือ”สายสืบ” ไป “ตรวจสอบ” ว่าเป็น”เรื่องจริง” ตามที่มีการ”ร้องเรียน” หรือไม่…..

@ข่าวว่ามีอดีต”รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” ในฐานะ”ของ”พลเมืองดี” จะไป”แจ้งความ” เพื่อ”เอาผิด” กับ” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการไม่ดำเนินการ”รื้อถอน” เครื่องมือทำประมงผิดกฎหมาย อย่าง”โพงพาง” ใน”ทะเลสาบสงขลา” ที่นอกจากจะเป็น”เครื่องมือทำประมง”ที่”ผิดกฎหมาย” แล้ว ยังเป็นการ”รุกล้ำ” ร่องน้ำการเดินเรือ อีกด้วย ก็ต้องติดตามดูว่า” โชตินรินทร์ เกิดสม” ผู้ที่ทำหน้าที่เป็น”ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” จะ”แก้ปัญหา” ที่เกิดขึ้นอย่างไร……แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

————————————————–

พร้อมด้วย  สุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ติดตามโครงการฝายคลองใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง และต่อไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยต่อน้อย และระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ บ้านห้วยต่อน้อย หมู่ที่ 2 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ร่วมปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่พื้นที่ ปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาว และปลากระแห จำนวน 100,000 ตัว โดยมี ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ. ตรัง และคณะให้การต้อนรับ

มอบของที่ระลึก.   พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) มอบของที่ระลึกให้ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานที่ปรึกษาสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ในการประขุมเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนน ณ โรงแรมเคทีพาเลส แอนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ

ทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา.  ส.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ   สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ตรัง เขต 3 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่า เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา เนื่องในวันกำเนิดโรงเรียนบ้านบางด้วน ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

มอบอุปกรณ์.   ศิร  ศรีเมฆชัยกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรัง มอบอุปกรณ์สำหรับช่วยคนพิการ ประเภทรถเข็นวีลแชร์ และรถสามล้อชนิดมือโยก ตามโครงการจัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยคนพิการ 72,000 ชุด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งมอบต่อให้แก่ครอบครัวคนพิการในพื้นที่ จ. ตรัง

มอบเงิน.   เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ (เถ้าแก่หลี) เจ้าของ บจก. เขาบันไดนางศิลา จำกัด อ,บางกล่ำ  มอบเงินบริจาคให้โรงพยาบาล สงขลา จำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยมี  แพทย์หญิง วนิดา เสนเนียม ในนามตัวแทน โรงพยาบาลสงขลา เป็นผู้รับมอบ ณ รพ.สงขลา อ.เมือง จ.สงขลา

สมโภชเทียนพรรษา.    เฉลิมพล เรืองเริงกุลีทธิ์ รองนายก อบจ.ยะลา เป็นประธานในพิธีสมโภชเทียนพรรษา ณ มูลนิธิโพธิสัตว์อวโพธ์กิเตศวร อ,เมือง จ.ยะลา โดยมี จิระวิทย์ แซ่เจ็ง ผู้พิพากษาสมทบฯ จ.ยะลา ร่วมในพิธี

เปิดงาน.  กิตติ กิตติโชควัฒนา ประธานกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนยะลา เปิดงาน “ตลาดนัดชุมชน คนสร้างสรรค์” โดยนักศึกษา 8 สาขาวิชา และ 2 ชุมชน ร่วมกัน จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น กว่า 15 ร้านค้า ภายใต้แนวคิดส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างอาชีพให้เยาวชนและชุมชน เพื่อสนับสนุนการศึกษา กระตุ้นการบริโภคสินค้าท้องถิ่นโดยมี ลักขณา ญาณภาพ ผอ.วิทยาลัยชุมชนและคณะร่วมงาน

มอบเงิน.   โอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา เข้าร่วมมอบเงินช่วยเหลือ (ตั๋วแลกเงิน) ของมูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน/ทายาท ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยมี สุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผวจ.ยะลา ร่วมในพิธี ณ ห้องฉลองเมือง ศาลากลางจังหวัดยะลา

เปิดศูนย์.    คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้เชิญ อัยมานน์ อับดุลลาเต๊ะ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ยะลา พร้อมด้วย อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย / ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา ที่ปรึกษาส่วนตัว และ คณะกรรมการสมาพันธ์ SME ไทย จ.ยะลา ร่วมพิธีเปิดศูนย์ประสานงานผู้ประกอบการ (ศูนย์ธุรกิจชายแดนใต้) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวมนำเสนอข้อมูลการให้คำปรึกษาทางธุรกิจและการเชื่อมโยงกับแหล่งทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชนของผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนใต้ ณ อาคารวิทยาการจัดการ เขตเทศบาลนครยะลา

รณรงค์,  พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์ป้องกันกำจัดทุเรียนอ่อน ตามโครงการพัฒนาไม้ผลที่มีศักยภาพในกลุ่ม จังหวัดภาคใต้ชายแดนสู่เกษตรมูลค่าสูง งบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนจำหน่ายทุเรียนคุณภาพ ต.ทรายขาว อ,โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

มอบถุง.  ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส  พร้อมด้วย พนาวรรณ์ โทธรรม นายกเหล่ากาชาดนราธิวาส , นายอำเภอจะแนะ และสาธารณสุขอำเภอ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ด้อยโอกาส จำนวน 2 ราย ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะ ได้มอบถุงความห่วงใยจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , มอบถุงยังชีพของสภากาชาดไทย และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมมอบถุงยังชีพจากนายอำเภอจะแนะ  และยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยทั้ง 2 ราย  ณ ต.ผดุงมาตร อ,จะแนะ จ.นราธิวาส

บันทึกช่วยจำ.   มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา  และคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย ข้อตกลงความร่วมมือด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากอุทกภัย ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดยะลาและปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง  ณ ห้องประชุมส่วนขยาย อบจ.ยะลา

///////////////////////////////////////////

เทียนพรรษา.   เทศบาลนครยะลาจัดพิธีสมโภชเทียนพรรษา เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568 จำนวน 18 ต้นเทียน เพื่อเตรียมถวายวัด 17 วัด ในเขตอำเภอเมืองยะลา โดยมี อำนาจ ชูทอง รองผวจ.ยะลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย. วิศาล จิรภาพงพันธ์ รอง นายกเทศมนตรีนครยะลา และคณะร่วมในพิธี ณ อาคารศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา

เยี่ยมโรงเรียน.   อาดัม  มะลาบู นายกเทศมนตรีตำบลเมืองรามันห์ ลงพื้นที่ เข้าเยี่ยมโรงเรียนบ้านรามันห์ และได้มอบหมายให้ วันมูสตอพา แวหะยี รอง นายกเทศมนตรี อิสมาแอ วาแมดีซา เลขานุการ และ นิอัสมาน อับดุล สมาชิกสภาเทศบาล เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านรามัน ณห้องประชุมอำนวยการ   ร.ร,บ้านรามัน อ.รามัน จ.ยะลา

พบปะ.  ชารีฟ เต๊ะเด็ง ผู้จักการไฟฟ้าสาขารือเสาะ อ,รือเสาะ พร้อมด้วยทีมงาน เข้าพบปะ อามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ และแวหะมะกูซี อีปง ประธานสภาเทศบาลตำบลรือเสาะ ในโอกาศเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการไฟฟ้าสาขารือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ร่วมทำบุญ.   ธีรวิทย์ เธียรฆโรจน์ ผอ,กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมงาน ทำบุญครบ 50 วัน สามเณรวงศกร ชูมาปาน ที่ถูกแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นซุ่มยิงจนมรณภาพ ณวัดเกาะอภินิหาร ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา