เรื่องอ่อนตัวหลั่งไว พบว่าโอกาสที่จะได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางมีอยู่แค่ 20% เท่านั้น โดย 80% จะเก็บเงียบเป็นความลับ ปัญหาทางเพศคนไข้ผู้ชายจะอายมากจนไม่ยอมรับการรักษาจะขอลองแต่ยา โดยไม่ขอรับการตรวจจึงมักพบการฟื้นตัวทางสมรรถภาพทางเพศที่เสื่อม จะไม่ได้ผลดีการเดินทางพบแพทย์เปิดเผยจุดอ่อนแล้วร่วมกับแพทย์อดทนรักษาจุดอ่อนก็จะได้ผลที่ดีที่สุด อย่าปกปิดข้อมูล ที่ควรปรึกษากับแพทย์ขณะเริ่มรักษาเช่น อ่อนตัวกลางคัน ชอบมีเพศสัมพันธ์หลังอาหารทันที เวลามีเพศสัมพันธ์ชอบตอนก่อนนอน แต่ฝ่ายหญิงชอบตอนเช้า ต้องการมี 1 ครั้งต่ออาทิตย์แต่ฝ่ายชายขอมีทุกวัน ทำไมต้องให้รายละเอียดก็เพราะการมีสมดุลทางเพศต้องจัดยาที่เหมาะกับเวลาที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ยาบางตัวออกฤทธิ์เร็ว 30 นาที บางตัว 1-2 ชั่วโมงถึงออกฤทธิ์ ยาบางตัวมีฤทธิ์นาน 6 ชั่วโมง บางตัวอยู่ได้นาน 36 ชั่วโมง ก็ต้องจัดให้เหมาะสมกับเวลาที่จะออกฤทธิ์ หากผิดเวลาก็จะมีอาการค้าง เช่น จะใช้หัวค่ำ แต่ยาไปออกฤทธิ์ตอนตีสามเป็นต้น เพราะเกี่ยวข้องกับอาหารก่อนร่วมรับประทาน ยาเลยไม่ถูกดูดซึม ดังนั้นอาหารมื้อก่อนมีเพศสัมพันธ์ไม่ควรเป็นอาหารหนัก ให้ได้แค่อาหารไม่มัน อาหารเบา ๆ ขอให้ผ่านเรื่องเซ็กซ์ก่อนแล้วค่อยกินอาหารให้อิ่มเต็มที่ทีหลัง
การเริ่มรักษาอาการอ่อนตัวมีตัวเลขที่น่าสนใจคือพอทราบว่าเริ่มเป็นอีดี แล้วคนไข้จะใช้เวลาเริ่มรักษากับแพทย์ ในคนไข้บางรายใช้เวลาถึง 17 เดือนกว่าจะเชื่อมั่นในตนเองว่าต้องการรักษาอาการอ่อนตัวแล้ว นี่เป็นจุดสำคัญเพราะอาการอ่อนตัวคืออาการของควันไฟที่ฟ้องว่ากำลังมีไฟไหม้ในบ้าน ในร่างกายกำลังมีปัญหาเส้นเลือดหัวใจที่จะตีบตันมีปัญหาเบาหวานที่กำลังจะแสดงออกมีปัญหาฮอร์โมนชายที่ลดลงมากที่กำลังบ่งอาการที่ชัดเจน ถ้ารู้จริงรีบรักษาโดยการกำจัดจุดอ่อน ก็จะเหลือแค่ฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง สามารถปกป้องอวัยวะที่สำคัญได้ทันที การใจเย็นแบบเสี่ยง ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่คุ้มทุนเป็นที่สุด ชนิดร้ายแรงก็อาจจะฟุบคาที่ทำงานหรือฟุบคาสนามกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งได้ พบได้บ่อยในหน้าหนึ่งหรือช่องทีวี พบว่าชายเป็นอีดีบ่อยที่อายุ 55 ปี พบมากที่สุด โดยเป็นมานานก่อนรักษาถึง 48-60 เดือน กลุ่มนี้พบว่าจำนวน 40% ต้องใช้ยารักษาและพบว่าอีก 60% จะไม่ใช้ยารักษาเพราะไม่ได้ผลดีจากการที่ขาดการรักษาอย่างถูกต้อง
สุดท้ายคือคนไข้ที่มีอาการอีดีจะเป็นโรคหัวใจตามมาภายใน 3-5 ปี อาการอีดีคือสัญญาณควันไฟบอกว่าสุขภาพคุณต้องการรักษาอย่างจริงจังไม่ใช่กินยาให้แข็งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ผู้ที่รีบปรับปรุงรักษาก็จะรอดตัวไม่ต้องใส่บอลลูน หรือป่วยเป็นอัมพฤกษ์น่ากลัวที่สุด.
………………………………
ดร.อุ๋มอิ๋ม



