เชื่อว่าหลายเติบโตมากับโทรทัศน์และวิทยุในสมัยอดีต ที่เป็นเสมือนเพื่อนยามเหงาหรือยามที่เราต้องการพักจากการทำงานหนัก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในความบันเทิงของโทรทัศน์หรือวิทยุนั่นคือความบันเทิงผ่าน “ละคร” หรือ “หนัง” นั่นเอง โดยทั้งละครและหนังก็ต่างสอดแทรกทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่สมัยนั้นออกมา ยิ่งประกอบกับตัวแสดงทั้งพระนางหรือตัวประกอบด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ละครมีสีสันเป็นที่จดจำมากขึ้น

แม้วันนี้โลกจะหมุนไปไกลและพัฒนามากแค่ไหน แต่เชื่อหรือไม่ว่า ละครโทรทัศน์หรือหนังไทยในอดีต ยังคงมีผลงานหลายเรื่องที่ถูกนำมารีเมคหรือทำซ้ำในหลากหลายเว่อร์ชั่นเช่นกัน โดยวันนี้ yimyim จะพาทุกคนไปส่อง 5 ละครหรือหนังที่ถูกรีเมคมากที่สุด

1. แม่นาคพระโขนง / แม่นากพระโขนง

จำนวนครั้ง: มากกว่า 7 ครั้ง (ในรูปแบบละครโทรทัศน์) และอีกกว่า 23 เวอร์ชั่นภาพยนตร์ โดยเป็นเรื่องราวของ สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนาค ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนากตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนากจึงต้องอยู่ตามลำพัง เวลาผ่านไป ท้องของนางนากก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนากไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนากเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนากก็ทนความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม หลังจากนั้น ศพของนางนากได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการก็กลับจากบางกอกมายังพระโขนงโดยที่ยังไม่ทราบความว่าเมียของตัวได้หาชีวิตไม่แล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลาเข้าไต้เข้าไฟพอดี จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากบริเวณบ้านของนางนาก หลังจากที่นางนากตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวผีนางนากซึ่งต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก

ครั้งเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน ผีนางนากก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนากตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนากทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาก โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนากเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนากตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนากไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนากไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนากออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนากก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่

จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่องเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เก็บหม้อที่ถ่วงนางนากได้ขณะทอดแหจับปลา นางนากจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนากถูกเคาะออกมาทำหัวปั้นเหน่ง เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนากสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่น ๆ อีกหลายมือ ตำนานรักของนางนาก นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผู้ฟังอย่างไม่รู้จบ กับความรักที่มั่นคงของนางนากที่มีต่อสามี ที่แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้

โดยจากเรื่องราวที่น่าสนใจนี้ ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นละครโทรทัศน์และหนังมากมาย ซึ่งหนึ่งในเว่อร์ชั่นที่คนพูดถึงมากที่สุด และได้รับการพูดถึงแบบปากต่อปากในความหลอนและการแสดงที่มีคุณภาพคงหนีไม่พ้นในเว่อร์ชั่นในปี พ.ศ. 2502 นำแสดงโดย สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, ปรียา รุ่งเรือง ที่หลายคนคอนเฟิร์มว่า น่ากลัวและขนลุกหนักมาก ซึ่งเว่อร์ชั่นต่อๆมาก็ถูกพูดถึงทั้งในหนังและละครโทรทัศน์นั่นเอง

2. เมียหลวง

จำนวนครั้ง: 7 ครั้ง โดยประมาณ (เฉพาะเวอร์ชันละครโทรทัศน์) โดยเป็นเรื่องราวของสามีและภรรยาครอบครัวหนึ่ง ที่มีหน้าตาและฐานะดี คนนอกต่างชื่นชมว่าเป็นคู่ที่น่าอิจฉา แต่จริงๆ แล้วภายในครอบครัวเต็มไปด้วยปัญหามากมายที่เกิดจาก ดร.อนิรุทธิ์ (พระเอก) สามีที่เจ้าชู้และมักมากในเรื่องผู้หญิงทำให้เขานอกใจเธอหลายครั้งและเรื่องราวในต้องพบเจอกับจุดหักเหมากมาย

โดยเว่อร์ชั่นที่หลายคนชอบและพูดถึงมากๆ จะมีเว่อร์ชั่นของบทเมียหลวง ดร. วิกันดา ที่ตกเป็นของ สาว ป๊อกปิยธิดา วรมุสิก ที่มาประชันบทกับพระเอกหน้าคม ตุ้ยธีรภัทร์ สัจจกุล ซึ่งต้องมาถูก ยั่วยวนด้วย ลีลาเซ็กซี่ของนางเอกดังอย่าง อั้มพัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งยอมพลิกบทเป็นเมียน้อย ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกเพียบ โดยเว่อร์ชั่นนี้นอกจากจะถูกใจแฟนๆแล้ว ยังทำให้หลายคนชอบลุคต่างๆของนักแสดงในเรื่องอีกด้วย ไม่ว่าจะการแต่งกายหรือแต่งหน้า เรียกว่าโดนใจแฟนๆมากๆ

3. ผู้กองยอดรัก

จำนวนครั้ง: 7 ครั้ง โดยเรื่องราวดังกล่าวเป็นละครที่เล่าถึง พัน น้ำสุพรรณ หลังจากที่เรียนจบสาขานิติศาสตร์ เขาก็ทำงานเป็นทนายฝึกหัดอยู่เกือบปีเมื่อหมดกำหนดการผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร เขาก็เดินทางกลับบ้านเกิด กำนันพูนกับนางจันทร์ ก็เตรียมจัดงานต้อนรับการกลับมาของลูกชายอย่างใหญ่โต พันอยากเป็นทหาร แต่พ่อกำนันไม่ยอมเพราะกลัวลูกจะลำบาก จึงติดสินบนเจ้าหน้าที่สัสดีเพื่อไม่ให้พันได้เป็นทหาร เมื่อพันรู้เรื่องจึงทะเลาะกับพ่อและคิดวางแผนฆ่าตัวตาย ทำให้พ่อกับแม่จึงต้องตามใจ แต่พันจับได้ใบดำ เขาจึงไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์โดยใช้วุฒิการศึกษาแค่ ป.4 วันแรกที่กรม พันได้พบเพื่อน และได้พบกับ ผู้กองฉวีผ่อง พันเกิดปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่อ่ำเตือนพันว่าให้ตัดใจเพราะเธอเป็นลูกสาวสุดหวงของ พันเอกผวนกับคุณนายไฉววงษ์ แต่กลับทำให้พันเกิดความรู้สึกท้าทายมากกว่าที่คิดจะเด็ดดอกฟ้าโดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ พันตรีนายแพทย์สุทธิสาร

พันเสนอตัวเป็นคนขับรถให้ผู้กองเพื่อหวังจะจีบหล่อน แต่พันก็โดนผู้กองตอกกลับมาทุกครั้ง ผู้กองเริ่มรู้สึกว่าพันมีความคิดอ่านเกินกว่าคนจบ ป.4 คุณนายไฉววงษ์ ซึ่งเป็นคนที่มีนิสัย ขี้เหนียวสุด ๆ ชอบใจพัน เพราะพันชอบเอาของมาฝากอยู่บ่อย ๆ และเก็บขวดในบ้านไปขายได้ราคาดี แต่หารู้ไม่ว่าพันควักเงินของตัวเองให้คุณนาย พันเริ่มเห็นว่าผู้กองไม่ได้เป็นคนเหย่อหยิ่ง แต่เธอเป็นคนรู้จักวางตัว เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ส่วนผู้กองก็เริ่มเห็นความจริงใจของพัน และเริ่มจะเขวอยู่เหมือนกัน พันเป็นที่โปรดปรานของคุณนายไฉววงษ์ เพราะช่วยคุณนายทำขนม จนพันเอกผวนหึง ทางกรมมีคำสั่งด่วนให้ผู้กองไปรักษาคนไข้ที่ต่างจังหวัด พันเอกผวนจึงให้พันเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างทางมีโจรดักปล้นรถผู้กอง พันจึงพาผู้กองหนี แต่ดันไปเจอรังโจรและถูกจับ หัวหน้าโจรเห็นผู้กองก็อยากจะได้มาเป็นเมีย

พันจึงออกอุบายหลอกโจรว่าผู้กองเป็นเมียตนเองและจูบผู้กองให้โจรดู หัวหน้าโจรจึงยอมตัดใจ ในค่ายผู้กองได้รักษาโจรคนหนึ่ง และผู้กองได้บอกเมียโจรคนนี้ว่าจะต้องรีบพาสามีหล่อนไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะตายได้ เมียโจรจึงวางแผนใส่ยานอนหลับไว้ในเหล้าจนหัวหน้าโจรและพวกหลับสนิท จึงหนีออกมาได้ มาถึงกรุงเทพฯ พันตรีสุทธิสารก็เร่งรัดขอแต่งงานกับผู้กอง พันเอกผวนเห็นด้วยและเปิดโอกาสให้พัน โดยการให้หาสินสอดทองหมั้นจำนวนมากมาสู่ขอ พันจึงกลับไปบอกพ่อกับแม่ที่สุพรรณให้มาสู่ขอผู้กอง ขบวนขันหมากมาถึงบ้านผู้กองพร้อม ๆ กัน แต่ขันหมากของพันตรีสุทธิสารดูจะได้เปรียบมากกว่า เพราะว่ามีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาเป็นเถ้าแก่สู่ขอ แต่พอพันเอกผวนได้พบกับกำนันพูนถึงกับตะลึงเพราะทั้งสองคนเคนเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน ที่สำคัญกำนันพูนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ขอพันเอกผวนอยู่มากโข พันเอกผวนจึงให้ผู้กองฉวีผ่อง ตัดสินใจเองว่าจะรับขันหมากจากฝ่ายใด และเรื่องราวรักน่ารักก็เกิดขึ้น โดยเว่อร์ชั่นที่หลายคนพูดถึงหนักมากในปี พ.ศ. 2545 ที่มีนักแสดงคือ ศรราม เทพพิทักษ์ (ผู้กองยอดรัก), ติ๊ก กัญญารัตน์ (ผู้กองฉวีผ่อง) เพราะด้วยเคมีและความน่ารักทำเอาหลายคนติดละครเรื่องนี้กันเลยทีเดียว

ตามด้วยเว่อร์ชั่นของหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี (ผู้กองยอดรัก), มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ (ผู้กองฉวีผ่อง) ที่น่ารักและเล่นได้ดีจนหลายคนอินทำให้หลายคนกลับมาติดตามละครเรื่องนี้อย่างมากมายทีเดียว

4. คู่กรรม

จำนวนครั้ง: 6 ครั้ง (สำหรับละครโทรทัศน์) โดยคู่กรรม เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย ทมยันตี ดำเนินเรื่องที่มีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเป็นเรื่องของ อังศุมาลิน เติบโตท่ามกลางความรักของแม่อร กับยายที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย โดยปราศจากความใยดีของหลวงชลาสินธุราช ผู้เป็นพ่อที่เป็นนายทหารระดับสูงแห่งกองราชนาวีไทย ที่ไปมีครอบครัวใหม่เพื่อความก้าวหน้าทาง การงาน อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก คือ วนัส ก่อนเดินทางไปเรียนต่อ ที่อังกฤษ วนัสได้ขอความรักจากอังศุมาลิน แต่เธอขอให้คำตอบในวันที่เขาเรียนจบกลับมาเสียก่อน

โดยทั้งคู่สัญญา ว่าจะรอกัน อังศุมาลินเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นกับหมอโยชิ ทันตแพทย์ชาวญี่ปุ่นแถวตลาด ใกล้บ้าน แต่พอเกิดสงครามเขากลับแต่งเครื่องแบบทหารและประกาศตัวว่าเป็นคนของกองทัพญี่ปุ่นผู้รุกราน ทำให้อังศุมาลินผิดหวังและโกรธแค้น วันหนึ่งอังศุมาลินก็ได้พบกับโกโบริ เรือเอกหนุ่มประจำกองทัพเรือญี่ปุ่น ที่มาประจำอยู่ที่อู่ต่อเรือใกล้บ้าน อังศุมาลินประกาศตนเป็นศัตรูกับกองทัพญี่ปุ่น เมื่อโกโบริสั่งลงโทษกรอกน้ำมันตาบัว กับ ตาผล คนในชุมชนชาวสวนที่อังศุมาลิน รู้จัก ซึ่งไปรับจ้างทำงาน แต่กลับช่วยกันขโมยน้ำมันของกองทัพญี่ปุ่น โกโบริ รู้สึกรักอังศุมาลินตั้งแต่แรกพบ เค้าพยายามแสดงไมตรีจิตกับครอบครัวของอังศุมาลินมาตลอด เช่น เมื่อยายของเธอป่วยเป็นไข้มาลาเรีย เขาก็พาหมอทาเคดะ มารักษา ด้วยเหตุนี้แม่กับยายเอ็นดูมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีและเรียกขานว่า “พ่อดอกมะลิ” และแล้วเรื่องราวก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นกลายเป็นรักสุดเศร้าที่ทั้งสองคนรักกันแต่ไม่สามารถพูดมาได้ จนวาระสุดท้ายของชีวิตโกโบริ

โดยเว่อร์ชั่นที่คนพูดถึงมากๆคือเว่อร์ชั่นของ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ และ กวาง กมลชนก โกมลฐิติ ตามด้วยพ.ศ. 2547 นักแสดง ศรราม เทพพิทักษ์ (โกโบริ), พรชิตา ณ สงขลา (อังศุมาลิน) และปี พ.ศ. 2556 นักแสดง บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว (โกโบริ), หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ (อังศุมาลิน) ที่แสดงได้ดีและเข้าถึงอารมณ์จนแฟนๆพากันพูดถึงและสนใจอย่างมาก

5. บ้านทรายทอง

จำนวนครั้ง: 6 ครั้ง โดยเป็นเรื่องราวของ พจมาน พินิตนันทน์ ที่เดินทางจากต่างจังหวัด มาอาศัยอยู่กับญาติที่ “บ้านทรายทอง” ตามคำสั่งเสียของ พระดุลยธรรมพินิต หรือ พนา บิดาที่เสียชีวิตไป เพื่อให้เธอได้เรียนต่อจนสำเร็จการศึกษา พจมานเป็นเด็กสาววัยรุ่น มีนิสัยหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว จากการอบรมปลูกฝังจากบิดาที่เธอรักและรักเธอยิ่ง แต่วันแรกที่มาถึงอัครสถาน บ้านทรายทอง เธอไม่ได้รับการต้อนรับอย่างที่หวัง โดยหม่อมพรรณราย ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของเธอวางแผนหนีหน้าไปศรีราชา ไม่ยอมอยู่ต้อนรับ แม้จะได้รับจดหมายจาก คุณนายพระดุลย์ แม่ของเธอล่วงหน้าแล้วก็ตาม

ด้วยความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจากการเดินทาง ทำให้พจมานเป็นลมหมดสติไป ต่อหน้า ม.ร.ว. ภาระดีสว่างวัฒน์ หรือ คุณหญิงใหญ่ ที่มารับหน้าเธอในวันนั้น บุคลิคภายนอกของหญิงใหญ่ดูเป็นคนเย็นชา อารมณ์ร้าย แต่ลึกๆ มีจิตเปี่ยมไปด้วยความเมตตา เมื่อคุณหญิงได้พิจารณาจากจดหมายยืนยันของบิดาพจมานโดยที่ไม่ได้เปิดอ่าน เธอก็ตัดสินใจให้พจมานพักที่บ้านทรายทอง จนกว่าจะพบหม่อมพรรณราย โดยหม่อมพรรณรายเดินทางกลับจากพักร้อนมาพร้อมกับ ม.ร.ว ภาวิณีจรัสเรือง หรือ คุณหญิงเล็ก เมื่อทราบว่าหญิงใหญ่ได้รับพจมานเข้ามาในบ้านก็ด่าทอต่อว่าต่างๆ นานา โดยพยายามผูกเรื่องราวให้บิดามารดาของพจมานในทางลบ แต่ครั้นเล่าไปเล่ามา หญิงใหญ่ก็ยิ่งมั่นใจว่าพจมานต้องเกี่ยวดองเป็นญาติกับสกุล สว่างวงศ์ จริงแท้ หญิงใหญ่จึงรับอาสาดูแลพจมาน และเป็นผู้ปกครองให้แทนมารดา ขณะอยู่ในบ้านทรายทอง

ด้านหญิงเล็ก รู้สึกไม่ถูกชะตากับพจมานตั้งแต่แรกเห็น แสดงความไม่เป็นมิตรชัดแจ้ง และคอยคิดหาทางกำจัดให้พจมานพ้นออกไปจากบ้านทรายทอง ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเสมอ พจมานอยู่ในบ้านทรายทองท่ามกลางความกดดันและโดนกลั่นแกล้งต่างๆ นานา จากทั้งหม่อมป้า หญิงเล็ก และ พวกคนใช้ มีเพียง ม.ร.ว ภาณุทัตสวัสดี หรือ คุณชายน้อย ลูกชายคนเล็กวัย 14 ปี ของหม่อมพรรณราย ที่มีร่างการพิการ ขาเป๋ ปากเบี้ยว คอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้ พี่พจมานต่อมาพจมานต้องอดทนอยู่บ้านทรายทองอย่างผู้อาศัย ทำงานไม่ต่างกับบ่าวไพร่ แต่ก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ จนกระทั่งวันหนึ่ง ม.ร.ว.ภารดาพัฒน์ระพี หรือ คุณชายกลาง เดินทางกลับจากต่างประเทศ แล้วทราบเรื่องของพจมาน ชายกลางจึงเปลี่ยนทุกอย่างในบ้านทรายทองให้ดีขึ้น ตั้งแต่ ชายน้อย ที่ได้รับการส่งตัวไปรักษา ตลอดจนบ่าวไพร่และพจมานด้วย เธอได้รับอนุญาตให้มีห้องพักเป็นของตัวเอง เทียบเท่ากับญาติพี่น้อง และได้อยู่ในความปกครองของชายกลาง เธอและเขาจึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตของกันและกันตามลำดับ

เหตุการณ์พลิกผันอีกครั้งเมื่อชายกลางต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ หญิงเล็กเริ่มวางแผนทำลายพจมานเสียคนโดยการพาเข้าไปรู้จักสมาคมกับบุคคลต่างๆซึ่งเป็นคนไม่ดี โดยทำทีขอตอบแทนพระคุณชายกลางที่มอบเงินจัดงานหมั้นระหว่างเธอกับ ท่านชายอเนกนพรัตน์ หรือ ท่านต้อม เจ้าพี่ของ ท่านหญิงปิยะฉัตรโสภา หรือ ท่านติ๋ว สตรีสูงศักดิ์ซึ่งสนิทสนมกับหญิงเล็กเพราะหมายปองชายกลาง เธออาสาเป็นผู้ปกครองให้พจมาน ชายกลางตกลง ให้หญิงเล็กดูแลพจมาน แผนการร้ายๆจึงเริ่มขึ้น ท่านต้อมเห็นใจพจมานจึงคอยปกป้องพจมานอยู่บ่อยๆ ทำให้ท่านต้อมไม่พอใจมีปากเสียงกับหญิงเล็ก จนเรื่องราวบานปลายเกี่ยวกับข่าวเรื่องเจ้าของสิทธิ์ครอบครองบ้านทรายทอง ว่าไม่ใช่ชายกลางอย่างที่เข้าใจ หญิงเล็กไปอาละวาดกับ เจ้าคุณราชาพิพิธ ที่ตึกขวาง จนอาการทรุดหนัก เมื่อพจมานกลับถึงบ้านทรายทองก็ถูกเรียกเข้าไปดูใจท่านเจ้าคุณ ท่านเจ้าคุณสารภาพว่าบ้านทรายทองเป็นของสุรพลน้องชายท่าน ซึ่งทายาทที่แท้จริงก็คือ พจมาน นั่นเอง ท่ามกลางความตกตะลึง พจมานก็ปฏิเสธจะรับสิทธิ์นั้น รุ่งเช้าเจ้าคุณราชาพิพิธก็สิ้นใจ พอชายกลางกลับมาถึงก็ได้ทราบความจริง จึงตัดสินใจจะย้ายออกจากบ้านทรายทอง เพื่อคืนกรรมสิทธิ์ให้กับพจมานและครอบครัว ท่านต้อมทราบข่าวว่าชายกลางกลับมา ก็ขอนัดเพื่อถอนหมั้นหญิงเล็ก และขอหมั้นพจมานโดยให้ชายกลางเป็นเถ้าแก่ หญิงใหญ่ไปหาพจมานที่ห้อง เอาสร้อยที่ชายกลางซื้อให้พจมานไปสวมให้และบอกเป็นนัยๆว่าชายกลางรู้สึกพิเศษกับพจมาน หญิงใหญ่พูดกับพจมานอย่างหวังดีว่าถึงเวลาแล้วที่พจมานต้องเลือก คนที่เธอรัก พจมานเลยตัดสินใจเลือกชายกลาง ทั้งสองตัดสินใจแต่งงาน ท่ามกลางความไม่พอใจของหม่อมพรรณราย จากนั้นความรักของพจมานและชายกลางก็ดำเนินต่อไป จนในที่สุดก็เอาความรักชนะอุปสรรคได้

โดยเรื่องดังกล่าวเว่อร์ที่คนสนใจมากๆคงหนีไม่พ้นในปี พ.ศ. 2543 นักแสดง จอย รินลณี ศรีเพ็ญ (พจมาน), หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ (ชายกลาง) ที่แสดงได้ดีจนจนแฟนๆหลงรักในเคมีและความน่ารักของตัวละครนั่นเอง จากนั้นในปี พ.ศ. 2558 นักแสดง มีน พีชญา วัฒนามนตรี (พจมาน), วี วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ (ชายกลาง)ก็นำมารีเมคใหม่ได้น่าสนใจมากๆ และมีนเองก็ทำให้แฟนๆหลงรักพจมานได้อีกนั่นเอง

งานนี้จะเห็นได้ว่า ละครทั้ง 5 เรื่องเป็นละครและหนัที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอเมื่อนำมาทำใหม่ ซึ่งก็มีทั้งเว่อร์ชั่นที่ได้รับคำชมและติเตียน แต่ก็เป็นการยืนยันได้ดีว่าละครแต่ละเรื่อง คงความสนุกและน่าสนใจเอาไว้จนมัดใจแฟนๆได้ตลอดทุกยุคทุกสมัยนั่นเอง

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Thai Movie Posters , ละครออนไลน์ , ช่อง7HD , เอ็กซ์แซกท์


คอลัมน์ 1 Day With ซุปตาร์

โดย yimyim