แต่อีกด้านหนึ่งของประเทศที่มีเศรษฐกิจซับซ้อนมาก การบริโภคกลับร่วงลงอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ขณะที่ชาวอาร์เจนตินาจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำงานที่ไม่มั่นคง และซื้อสินค้าแบบผ่อนจ่าย

มิเล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือน ธ.ค. 2566 ประสบความสำเร็จบางส่วนในภารกิจควบคุมการใช้จ่ายของรัฐและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ซึ่งแตะระดับต่ำสุดประจำเดือนในรอบ 5 ปี เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคือ สกุลเงินเปโซอาร์เจนตินาที่อ่อนค่า และการตัดเงินอุดหนุนของรัฐครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้การเข้าถึงที่อยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ และการศึกษา มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่วสำหรับประชาชนหลายล้านคน

การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว และการฟื้นตัวชั่วคราวก็ไม่เท่ากัน โดยการใช้จ่ายในทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น อพาร์ตเมนต์ และรถยนต์ พุ่งสูงในกลุ่มคนรวย ซึ่งมีสัดส่วนไม่เกิน 6% ของประชากรในอาร์เจนตินา ขณะที่คนจนจำนวนมากไม่สามารถซื้อรองเท้าหรืออาหารได้

อนึ่ง ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า 90% ของครัวเรือนในอาร์เจนตินา มีหนี้สิน และมีครัวเรือนอีกจำนวนมากที่ผิดนัดชำระหนี้

ภายใต้มาตรการของมิเล สินเชื่อมีราคาถูกลง และชาวอาร์เจนตินาได้รับการสนับสนุนจากการนิรโทษกรรมทางภาษี ส่งผลให้พวกเขานำเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่เก็บไว้ออกมาใช้ อีกทั้งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบแบบรายปี ในกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2568 อาร์เจนตินามีการจำนองมากกว่าทั้งปี 2567

แม้เงินเปโซอาร์เจนตินาที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ แต่มันก็ส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งระหว่างเดือน ม.ค. – เม.ย. ของปีนี้ ชาวอาร์เจนตินาเดินทางไปต่างประเทศประมาณ 6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน อาร์เจนตินาต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เพียงราว 2 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ด้านบริษัทที่ปรึกษา “มอยเกร์” ระบุในรายงานฉบับล่าสุดว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยนานหลายเดือน ไม่ส่งผลดีต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และทำให้ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ชาวอาร์เจนตินาในสัดส่วน 50% บอกกับผู้สำรวจความคิดเห็นว่า พวกเขาไม่มีเงินพอประทังชีวิต และสัดส่วนประมาณ 33% เลื่อนการซื้อของที่วางแผนไว้ เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้าที่จำเป็น

ขณะที่ นายเฟอร์นันโด ซาโวเร ประธานสหพันธ์ธุรกิจรายย่อยในจังหวัดบัวโนสไอเรส กล่าวว่า การมีงานทำไม่ได้รับประกันความมั่นคงทางการเงินอีกต่อไป เนื่องจากค่าจ้างไม่ได้ปรับตามค่าแก๊ส ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง หรือค่าเล่าเรียนที่สูงขึ้น

“รายได้ส่วนใหญ่ของคนงาน ต้องนำไปจ่ายค่าสาธารณูปโภคที่เป็นภาระผูกพันเหล่านี้ ซึ่งสินค้าหลายรายการที่ขายไม่ออกแล้ว เช่น ลูกอม และของหวาน เพราะผู้คนซื้อแต่สิ่งของจำเป็นเท่านั้น เช่น พาสต้า และซอสมะเขือเทศ แถมหลายคนซื้อสินค้าแบบผ่อนจ่ายด้วย” ซาโวเร กล่าวทิ้งท้าย.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP