ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในเดือน ธ.ค.นี้ จะเป็นโอกาสดีที่ ไทย และ กัมพูชา จะได้กลับมาเจริญสัมพันธไมตรีต่อกัน รักกัน จูบปาก มีแต่ความจริงใจต่อกัน ไม่แถลงข่าวสตอๆ…

….อันนี้โลกสวย โลกอุดมคติ เป็นฉากทัศน์ที่ดีที่สุด ถ้าเป็นจริงก็ดี

ทว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ห่างไกลโข ลิบลิ่วจากความเป็นไปได้

การเมือง การทหาร ซัดกันโครมๆ แม้มีข้อตกลง “หยุดยิง” แต่ก็ยังไม่สนสี่ สนแปด ตีมึนซัดปังๆ แล้วบอกไม่ได้ทำ ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ

นอกจากความขัดแย้งระดับการบริหารประเทศ ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ก็มีอารมณ์ ความรู้สึก ดูข่าวแล้วก็อยากเอา ซ่งติงกระแทกจอ

ดูตอนนี้จึงไม่ใช่อารมณ์ที่ดีที่จะกัมพูชา จะยกทัพมาแข่งซีเกมส์ที่ไทย

ทัพนักกีฬากัมพูชา ในซีเกมส์ 2023 (AFP)

โอเค อาจจะบอกว่า โหย อีกตั้ง 4-5 เดือน มันต้องสงบแล้วหล่ะ…แหม ชนวนก็เริ่มมานานแล้วนะ ยิ่งทวีความรุนแรง

แล้วใครจะรับประกันว่า จากนี้เป็นต้นไป พ่อ-ลูก จะไม่ทำอะไรแผลงๆ

จะด้วยจับกระแสการเมือง หรือด้วยเหตุผลจริงๆ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ทันทีที่ “เสียงปืนแตก” ว่าจะพิจารณาหาวิธีไม่ให้ “กัมพูชา” มาแข่งที่ไทย
และคำพูดก็แข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ถึงกับบอกว่า จะทำทุกวิถีทางไม่ให้กัมพูชามาแข่ง

ในโลกความเป็นจริง แม้เราจะเห็นๆ กันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เมื่อมีระเบียบขีดไว้ จะทำอะไรก็ไม่ง่าย

“บิ๊กแนต” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานมนตรีซีเกมส์ ที่ทำงานกับภูมิภาคนี้มานาน ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ว่า จะแบน กัมพูชา ดื้อๆ มันทำไม่ได้

ผิดกฎบัตรโอลิมปิก ที่กีดกันชาติใดชาติหนึ่งที่เป็นสมาชิกเข้าร่วมมหกรรมกีฬาในระดับภูมิภาค, เอเชีย และ ของโลก กีฬาต้องปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง(หราาาาา)

ตราบใดที่ กัมพูชา ไม่โดนแบนจากองค์กรใหญ่ อย่าง คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ไทยจะกีดกันไม่ได้

ถ้า กัมพูชา จะไม่มาแข่งขัน ก็ต้องมาจากกัมพูชาเอง ที่รู้ตัวว่าไทยไม่ต้อนรับ ขอถอนทัพเอง

ตรงนี้ย้อนไปถึงการที่ นายสรวงศ์ พูดทำนองว่า “ไม่ต้อนรับ” ซึ่งเหตุผลก็เมกเซนส์มาก ด้วยสถานการณ์เดือดแบบนี้ แถมถ้านักกีฬามาก็อาจไม่ปลอดภัย

และก็เห็นด้วยที่ รัฐมนตรีบอย ในฐานะรัฐบาลไทย ชิงพูดก่อนว่า “ไม่ต้อนรับ” ก่อนที่ “พ่อ-ลูก” จะทำเท่บอกมาเองว่า “ฉันไม่ไปบ้านแกหรอก”

ทัพนักกีฬากัมพูชา ในซีเกมส์ 2023 (AFP)

คิดอยู่ว่า ล่อกันขนาดนี้ เดี๋ยว กัมพูชา ก็ต้องออกแถลงการณ์ว่า ว่าจะไม่มาแข่งซีเกมส์ที่ไทย แล้วฟูมฟาย บีบน้ำตา สตอๆ หน่อยนะ ว่า “ไม่เชื่อในความปลอดภัยที่ไทย” หรือ “นี่ไงชาวโลก ไทยไม่ต้อนรับเรา ไทยรังแกเรา ไทยเป็นชาติที่ไม่มีสปิริต”

และด้วยสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่แปลก เป็นใครก็ต้องถอนทัพไปก่อน ส่งนักกีฬาไปก็อันตราย

แต่มาคิดๆอีกที คิดถึงความพิเรนทร์ คิดถึงก้นบึ้งจิตใจ ประเมินจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา

การที่ไม่แคร์ว่าจะเกิดสงคราม ไม่แคร์ว่าจะมีชีวิตเลือดเนื้อสูญเสีย และทหารที่ส่งไปแนวหน้านั้น ศักยภาพสู้ไม่ได้ โอกาสร่วงมีสูง

และประเมินจากความเคลื่อนไหวใดๆ ที่ยังไม่มีทางกัมพูชา มาพูดสักแอะ ว่า “ไม่อยากมา”

ไม่แน่เหมือนกัน ในเมื่อไม่มีกฎข้อใดห้ามได้ กัมพูชา อาจเดินหน้าส่งนักกีฬากว่า 1 พันคน ตามที่แจ้งยอด มาแข่งที่ไทยตามปกติ

แม้อารมณ์คนไทยจะเดือด และในเกมกีฬา มีแข่งขัน มีกระทบกระทั่ง ทุกอย่างพร้อมปะทุ

กัมพูชา อาจต้องการแบบนี้ ใช้นักกีฬาตัวเองเข้ามาในไทย เป็นเหยื่อล่ออารมณ์คนไทย

ล่อให้เกิดเหตุรุนแรงไม่คาดฝัน เพื่อไปฟ้องโลก เป็นหมากหนึ่งเพื่อเรียกแต้มต่อ

นักกีฬาทีมชาติกัมพูชา ที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จะรับเคราะห์

อาจจะดูสุดโต่ง เลวร้าย แต่จงระวังไว้ให้ดี

ไม่กี่วันก่อน ยังเนียนพาทูตทหารนานาชาติ ไปพื้นที่เสี่ยงอยู่เลย

เราก็ไม่รู้ ถ้ามีลูกหลงมาสักตูม สองตูม ก็เรียบร้อย…เกมส์ ทันที

ดังนั้น ที่ไม่น่าเป็นไปได้ ก็อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้

กับคนพรรค์นี้ อะไรก็ไม่แน่หรอก.

***วุฒินล***