การมีสุขภาพการนอนที่ดี เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคนไม่ใช่เฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานเท่านั้น สมาคมการนอนแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ระยะเวลา 7-9 ชั่วโมงเป็นจำนวนการนอนที่เหมาะสมในผู้ใหญ่ สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำว่าผู้เป็นเบาหวานควรปฏิบัติตามสุขลักษณะการนอนที่ดี (รายละเอียดในกล่องข้อความ) และควรคำนึงถึงปัจจัยสามอย่าง คือระยะการนอนที่เพียงพอในตอนกลางคืน คุณภาพการนอนที่ดี และเวลาที่เข้านอนและตื่นนอน หากพบว่าผู้เป็นเบาหวานมีการนอนที่ผิดปกติ ให้พิจารณาส่งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการนอน
สำหรับการปรับพฤติกรรมการนอนนั้น มีหลักฐานว่าอาจจะส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลและความดันโลหิตดีขึ้นได้ เช่น การใช้ behavioral sleep extension ในผู้ที่นอนน้อย พบว่าทำให้เบต้าเซลล์ทำงานดีขึ้น ความดันโลหิตลดลง ความอยากอาหารน้อยลง และน้ำหนักลดลง แต่บางการศึกษาก็ไม่พบผลดีดังกล่าว การให้คำปรึกษาให้มีการนอนสม่ำเสมอมากขึ้นในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่หนึ่ง ก็มีผลเบื้องต้นว่าอาจจะช่วยให้ระดับน้ำตาลดีขึ้น สำหรับการนอนไม่หลับ หรือ การรักษาที่เรียกว่า cognitive behavioral therapy for insomnia สามารถช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น และผลเบื้องต้นพบว่า อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลดีขึ้นในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่สอง
ส่วนการรักษามาตรฐานสำหรับภาวะทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น คือการใช้เครื่องอัดอากาศความดันบวก หรือ continuous positive airway pressure (CPAP) ซึ่งพบว่าการใช้เครื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระดับความดันโลหิตลดลง และอาจช่วยลดระดับน้ำตาลได้ในบางการศึกษา การลดน้ำหนักก็สามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคนี้ พบว่าการลดน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม สามารถลดดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่ว (apnea hypopnea index; AHI) ได้ 9.7 ครั้งต่อชั่วโมง คือ อาจจะทำให้ผู้มีภาวะทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นไม่รุนแรงสามารถหายได้ การลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น เช่น การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Bariatric surgery) ก็สามารถลด AHI ได้ถึง 25 ครั้งต่อชั่วโมง รวมทั้งยาเบาหวานในกลุ่ม glucagon like peptide 1 receptor agonist (GLP-1RA) และ dual agonist (GLP-1RA/GIP) ก็ได้รับการศึกษาว่า ลดความรุนแรงของภาวะทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นได้เช่นกัน เนื่องจากยาส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลง

สรุป
สุขภาพการนอนมีหลายมิติประกอบกัน ทั้งระยะเวลาและคุณภาพการนอน ความสม่ำเสมอและเวลาการเข้านอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาร่วมกันในผู้เป็นเบาหวาน เพราะมีความสำคัญกับระดับน้ำตาล รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้สุขลักษณะการนอนยังมีผลต่อสุขภาพโดยรวม เช่น สุขภาพจิต การกินอาหารและการออกกำลังกาย ความจำ ระบบภูมิคุ้มกัน สุขภาพกระดูก รวมทั้ง gut microbiome ด้วย ผู้ที่ดูแลผู้เป็นเบาหวานควรตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพการนอน คัดกรองความผิดปกติ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขลักษณะการนอนที่ดี และส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีปัญหา

| พฤติกรรมและสุขอนามัยการนอนหลับ |
| ควรทำติดต่อกันอย่างน้อยสี่สัปดาห์ ท่านจะหลับสบาย 1. ควรเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน ทั้งวันทำงานปกติและวันหยุด 2. ห้องนอนควรเงียบสงบ สบาย อุณหภูมิพอเหมาะ ไม่มีเสียง หรือแสงรบกวนขณะหลับ 3. ควรใช้ห้องนอนเพื่อการนอน หรือกิจกรรมทางเพศเท่านั้น 4. หลีกเลี่ยงการงีบหลับตอนกลางวัน 5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน 6. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน 7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหลักอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน 8. หลีกเลี่ยงการมองแสงจ้า เช่น การเล่นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ก่อนเข้านอน 9. หลีกเลี่ยงการมีอารมณ์ขุ่นเคือง ตื่นเต้นสนุกสนาน หวาดกลัว เช่น การโต้เถียง การดูภาพยนตร์ตื่นเต้นสยองขวัญก่อนเข้านอน 10. การผ่อนคลายลดความวิตกกังวล ช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้น 11. หากนอนไม่หลับภายในเวลาประมาณ 20 นาที ไม่ควรพยายามมองหาว่าขณะนี้เป็นเวลาเท่าไร ควรลุกจากที่นอนเพื่อทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากนอน เช่น นั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือสวดมนต์ แล้วกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้งเมื่อเริ่มง่วงเท่านั้น 12. รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้าอย่างน้อยวันละ 30 นาที เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวควบคุมนาฬิกาชีวิตที่สำคัญ |
| อ้างอิงจาก กัลยา ปัญจพรผล Clinical Recommendations for Diagnosis and Management of Obstructive Sleep Apnea in Thailand for Adults 2018 ภาคผนวก 1 สมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย สมาคมนิทราเวชศาสตร์ สมาคมอุรุเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย บรรณาธิการ พญ. พิมล รัตนาอัมพวัลย์, พญ. นฤชา จิรกาลวสาน,พญ. อรุณวรรณ พฤทธิพันธุ์, พญ. ดร. คุณนันทา มาระเนตร์ |
ข้อมูลจาก ศ. พญ. สิริมนต์ ริ้วตระกูล ประเทืองธรรม University of Illinois, Chicago, USA และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์



