ได้แก่ ชนิด Squamous Cell Carcinoma มีปัจจัยเสี่ยงจากการระคายเคืองของผนังหลอดอาหาร สาเหตุเกิดจากการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การกินกรดหรือด่าง การดื่มเครื่องดื่มร้อนจัด ประวัติการเคยฉายแสงบริเคณคอและหน้าอก และประวัติการเป็นมะเร็งช่องปาก และมักพบในเพศชายมากกว่า และชนิด Adenocarcinoma ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะกรดไหลย้อนเรื้อรัง ภาวะโรคอ้วน และการสูบบุหรี่
โรคมะเร็งหลอดอาหารพบเป็นอันดับที่ 14 ของโลก โดยพบมากในประเทศเอเชียตะวันออก และแอฟริกาตะวันออก ในประเทศไทยพบได้น้อยกว่าสถิติโลก แต่สามารถพบได้เป็นอันดับที่ 8 ในผู้ชายไทย ถึงแม้โรคมะเร็งหลอดอาหารพบได้น้อยกว่าโรคมะเร็งชนิดอื่น แต่ยังมีอัตราการเสียชีวิตที่สูง เนื่องจากความซับซ้อนของการรักษา และมักพบผู้ป่วยในระยะลุกลามแล้ว โดยในประเทศที่พัฒนาแล้วมักมีอัตราการรอดสูงมากกว่า เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซึ่งจะตรวจพบโรคมะเร็งนี้ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งหลอดอาหาร ได้แก่ ผู้ที่มีอาการกลืนติด กลืนลำบาก มีอาการอาเจียนเป็นเลือด มีน้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบครั้งแรกเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนเรื้อรังมากกว่า 5 ปี ผู้ที่สูบบุหรี่นานกว่า 10 ปี ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำนานมากกว่า 10 ปี มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร และรับประทานอาหารร้อนจัด ของหมักดองและเค็มจัด เป็นประจำ โดยสามารถเริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 40-50 ปีขึ้นไป หากมะเร็งลุกลามอวัยวะข้างเคียง อาจทำให้เกิดการสำลักเวลากลืน เสียงแหบ หรือคลำพบก้อนได้ตามคอ เมื่อเข้าสู่ระยะแพร่กระจาย พบการกระจายไปที่ตับ ปอด และกระดูก
ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งหลอดอาหารให้แม่นยำ ได้แก่ การตรวจด้วยการกลืนสารทึบรังสี (Upper GI study) การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (EGD) การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI scan) หรือ การทำอัลตราซาวนด์ผ่านกล้องทางเดินอาหาร (EUS)

การรักษามะเร็งหลอดอาหารขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางปากเฉพาะบริเวณที่เป็นโรคมะเร็ง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตไม่มาก และมีโอกาสหายขาดจากโรคสูง เมื่อตัวโรคลุกลามมากขึ้นอาจทำให้การรักษาซับซ้อนมากขึ้น จำเป็นต้องผ่าตัดหลอดอาหารออก มีผลข้างเคียงหลังผ่าตัดและการดำรงชีวิตได้ สุดท้ายถ้าหากไม่สามารถผ่าตัดได้ จะใช้วิธีการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัดในการรักษาตัวมะเร็งหลอดอาหาร
มะเร็งหลอดอาหารเป็นโรคที่พบได้ไม่มาก ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับการคัดกรองอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และเพิ่มอัตราการรอดชีวิต สำหรับประชาชนทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งหลอดอาหารและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เช่น การงดสูบบุหรี่ การงดการดื่มแอลกอฮอล์ การงดรับประทานอาหารร้อนจัด ของหมักดองและเค็มจัด รวมถึงการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขหากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการหาความรู้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ Line : NCI รู้สู้มะเร็ง
ข้อมูลจาก นายแพทย์ธนิจ เลาหวินิจ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


