เมื่อเร็ว ๆนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) แจ้งเตือน“เพจปลอม” อ้างเป็นหน่วยงานหรือมูลนิธิรับบริจาค เพื่อช่วยเหลือทหารชายแดน ที่แท้เป็นขบวนการหลอกลวงโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว พล...อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เผยกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ถึงประเด็นดังกล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มีกลุ่มคนบางส่วนตั้งเพจเปิดรับบริจาคปลอม แต่ยังพบไม่มาก ที่พบมี 1 เคสใช้ชื่อว่า“ทหารชายแดน”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปกติก็ปรากฎเพจรับบริจาคปลอมมาอยู่เรื่อยๆ ส่วนใหญ่ใช้วิธีสร้างเพจตั้งตัวเป็นมูลนิธิที่มีอยู่จริง แต่มาดัดแปลงและใส่ QR Code หรือบัญชีของตนเอง

ในส่วนการเฝ้าระวัง พล.ต.ท.อาชยน ระบุ การเปิดเพจขึ้นมาหลอกโดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่มีผู้ร่วมขบวนการแค่ 1-2 คน แม้ยังไม่พบแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง แต่ยืนยันว่ามีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. ผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หากพบเบาะแสสามารถแจ้งสายด่วน 1441 เพื่อตรวจสอบได้ทันที

ปัจจุบันการแอบอ้าง เพื่อเปิดเพจรับบริจาคมีอยู่ทุกรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ชื่อหน่วยงานราชการ แต่ยังมีการนำภาพ เพื่อใช้ในการโฆษณาโดยกลุ่มคนเหล่านี้จะนำภาพมาจากเพจจริง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้ QR Code เลขบัญชีที่เปิดไว้

ทั้งนี้ ยังมีมิจฉาชีพบางส่วนนำ QR Code ของตัวเองไปแปะไว้แทน QR Code จริงของหน่วยงานและมูลนิธิ กว่าจะรู้ตัวก็ทำให้ประชาชนบางส่วนเสียเงินไปแล้ว

อยากบอกทุกคนว่า การโอนเงินเข้าบัญชี หากเป็นบัญชีส่วนตัวไม่ควรโอนเลย ต้องเป็นบัญชีที่มีชื่อมูลนิธิ และก่อนโอนควรโทรศัพท์ไปสอบถามมูลนิธิว่า หากโอนบัญชีนี้แล้ว จะใช้ช่องทางไหนและมีใบกำกับภาษีหรือไม่

สำหรับแนวทางรับมือ พล.ต.ท.อาชยน เผยว่า พยายามให้ทีมและเจ้าหน้าที่หน่วยต่าง ๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ในส่วนของราชการ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย หากพบเห็นการแอบอ้างใช้เพจปลอมจะรีบดำเนินคดี และเข้าจับกุมทันที ประชาชนหากถูกหลอกสามารถแจ้งได้ที่ทั้งสายด่วน 1599 191 และ 1441

พร้อมแนะนำให้เช็คชัวร์ก่อนโอนด้วยการโทรติดต่อ และควรมีปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานที่จะรับโอนหรือมูลนิธินั้นๆ หากพบเป็นบัญชีส่วนตัวไม่ควรโอน ขอให้เป็นบัญชีที่ถูกเปิดถูกต้องในชื่อมูลนิธิ หรือชื่อที่น่าเชื่อถือ สำหรับชื่อบัญชีมูลนิธิจะกำกับดูแลโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สามารถโทรไปสอบถามหน่วยงานต้นสังกัดได้ว่าหมายเลขบัญชีหรือชื่อบัญชีดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนและมีอยู่จริงหรือไม่

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังร่วมมือกับทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Facebook , Line , Instagram รวมถึง ค่ายมือถือทุกเครือข่าย เร่งสืบสวนกรณีที่มีประชาชนโดนหลอก พร้อมทั้งขอให้แพลตฟอร์มเหล่านั้นร่วมลบเนื้อหาปลอมและระงับบัญชีต้องสงสัยอย่างรวดเร็ว

อย่าหากินบนความทุกข์ร้อนของคนอื่น และผู้ใดที่ทำอยู่ คิดว่าจะทำ หรือมีช่องทางมากมายที่จะทำในช่วงนี้ ขอบอกเลยว่าตำรวจจะดำเนินการติดตาม พร้อมเข้าจับกุมทุกรายไม่มีละเว้น สุดท้ายอยากฝากไปถึงประชาชนที่เป็นผู้ใจบุญหากอยากช่วยเหลือจริง ๆ ขอให้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะไม่โดนหลอก หากตรวจสอบจนมั่นใจแล้วก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที”.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน