‘มาริลิน มอนโร’ ดาราสาวผู้กลายเป็นตำนานด้วยรูปร่างหน้าตาและเสน่ห์เย้ายวนทางเพศของเธอ เสียชีวิตในบ้านพักของเธอในเบรนท์วูด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2505 ขณะที่เธออายุเพียง 36 ปีเท่านั้น
การจากไปก่อนวัยอันควรของซูเปอร์สตาร์สาวกลายเป็นหัวข้อที่ผู้คนมากมายให้ความสนใจ รวมถึงข่าวลือเรื่องที่เธอมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีชื่อเสียงทำให้มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาเกี่ยวกับการตายของเธอมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
เมื่อไม่นานมานี้ มีหนังสือที่เพิ่งตีพิมพ์เผยแพร่ชื่อว่า L.A. Coroner: Thomas Noguchi and Death in Hollywood เขียนโดยแอนน์ ซุน โชอี ได้เจาะลึกรายละเอียดของการชันสูตรพลิกศพที่ดำเนินการโดย ดร. โทมัส โนกูชิ แพทย์ชันสูตรเชื้อสายอเมริกัน-ญี่ปุ่นผู้ได้รับฉายาว่า “หมอชันสูตรของเหล่าดารา” พร้อมกับเผยรายละเอียดที่แทบไม่เคยมีใครรู้หรือยืนยันอย่างแน่ชัดมาก่อน

มาริลิน มอนโร มีชื่อจริงว่า นอร์มา จีน มอร์เทนสัน เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2469 เธอกลายเป็นดาราสาวผมบลอนด์สุดฮอตที่โด่งดังจากบทบาทในภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เช่น The Seven Year Itch, How to Marry a Millionaireม Gentlemen Prefer Blondes และ Some Like it Hot ตอนที่เธอเสียชีวิต ทางการสรุปสาเหตุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย กระนั้นก็มีคนที่ไม่เชื่อและตั้งทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ นานา พยายามชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าการตายของเธอเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ลับอันยุ่งเหยิงกับประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี และโรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี น้องชายของเขา
หนังสือเล่มนี้บรรยายตอนที่พบศพของมอนโรว่า เธออยู่ในสภาพเปลือยกาย นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงโดยมีแขนข้างหนึ่งอยู่ในท่าเอื้อมมือไปหาโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้ๆ มีขวดยาหลายขวดวางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะข้างเตียง รวมถึงขวดยาเนมบิวทัลซึ่งออกฤทธิ์ระงับประสาทและช่วยให้นอนหลับระยะสั้นกับขวดยาคลอรัลไฮเดรต ซึ่งเป็นยากล่อมประสาทและใช้เป็นยานอนหลับอย่างแรงที่เหลืออยู่ครึ่งขวด
เป็นที่น่าสังเกตว่า มอนโรได้รับยาเนมบิวทัลเพียงแค่สองวันก่อนจะเสียชีวิต

หนังสือที่เผยรายละเอียดที่น่าติดตามเกี่ยวกับการตายของคนดังเล่มนี้ได้บันทึกรายละเอียดการชันสูตรพลิกศพของสาวเซ็กซี่ระดับตำนานอย่างพิถีพิถัน บางบทในหนังสือเล่าว่า “โนกูชิค่อยๆ ดึงผ้าปูที่นอนออก เผยให้เห็นร่างของ มาริลิน มอนโร ซูเปอร์สตาร์สาวที่สวยที่สุดในโลก เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่คือเธอจริงๆ”
แม้ว่ามอนโรจะเป็นดาราทรงเสน่ห์ แต่แพทย์ชันสูตรรายนี้ก็ตระหนักดีถึงความสำคัญของภารกิจของเขาที่จะต้องเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในสภาพศพของเธอ หลังจากสังเกตเห็นเงื่อนงำบางอย่างที่บ่งชี้ว่า การตายของเธออาจมาจากการเสพยาเกินขนาด เขาก็ “เริ่มต้นด้วยการค่อยๆ ตรวจสอบร่างกายของเธอทุกส่วนด้วยแว่นขยายเพื่อค้นหารอยเข็มที่บ่งบอกถึงการฉีดยา… แต่เขาไม่พบเลย”
ระหว่างการตรวจสอบภายนอก ดร. โนกูชิ “สังเกตเห็นรอยช้ำใหม่ๆ ที่สะโพกและหลังส่วนล่างของเธอ และภาวะตัวเขียวที่ทำให้ผิวของเธอเป็นสีเขียวคล้ำ”
หลังจากการชันสูตร โนกูชิสรุปว่า “เรื่องนี้ชัดเจนและเรียบง่าย เธอเสียชีวิตจากการกินยานอนหลับเกินขนาด”
ส่วนการชันสูตรศพเชิงจิตวิทยาก็สรุปว่ารูปแบบการเสียชีวิตคือการฆ่าตัวตาย โดยพิจารณาจากประวัติของเธอ ซึ่งรวมถึง “ความผิดปกติทางจิต ภาวะหวาดกลัวอย่างรุนแรง และมีภาวะซึมเศร้าบ่อยครั้ง” พร้อมกับประวัติการพยายามฆ่าตัวตายในอดีตหลายครั้ง
แม้ว่าบทสรุปการเสียชีวิตของมอนโรอย่างเป็นทางการจะเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่เคยมีการจัดทำรายงานพิษวิทยาฉบับสมบูรณ์ที่ตรวจสอบจากศพของเธอ เนื่องจากพบว่าปริมาณของยานอนหลับประเภทเพนโทบาร์บิทอล และคลอรัลไฮเดรตในร่างกายของเธอนั้นอยู่ในระดับ “เป็นอันตรายถึงชีวิต” ทำให้หัวหน้านักพิษวิทยาตัดสินใจไม่ทำการทดสอบเพิ่มเติม
ทว่า การขาดการทดสอบที่ครอบคลุมสารพิษทุกชนิดในร่างกายของมอนโรนี้ทำให้ ดร. โนกูชิกังวล เขาเคยคิดว่า “มีความเป็นไปได้ไหมที่เธอจะถูกฆาตกรรม?” และ “เขาเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกใช้ในการปกปิดความจริงหรือไม่?”
หนังสือเล่มนี้ชี้ว่า หลังจากมอนโรเสียชีวิต ก็เริ่มมีคนแพร่ข่าวลือเรื่องการสั่งฆ่าเธอ และเมื่อสภาพแวดล้อมขณะเสียชีวิตของเธอถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ข่าวลือก็กลายร่างเป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อฆาตกรรม เช่น ข่าวลือว่า หน่วยสืบราชการลับ ‘ซีไอเอ’ เป็นผู้ลงมือสังหารเธอ หรือแม้กระทั่งลือว่าตระกูลเคนเนดีสั่งฆ่าเธอ

นักวิจารณ์บางคนชี้ให้เห็นว่าการชันสูตรเชิงจิตวิทยา ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในนิติวิทยาศาสตร์ในขณะนั้น คือองค์ประกอบสำคัญเบื้องหลังที่ทำให้ผลการชันสูตรออกมาว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ หลายคนจึงมองว่านี่คือส่วนหนึ่งของแผนการปกปิดความจริง
สิ่งที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ ผลจากการชันสูตรที่ไม่มี “หลักฐานเชิงประจักษ์” สนับสนุนว่าดาราสาวปลิดชีวิตตัวเอง กล่าวคือตรวจไม่พบเม็ดยานอนหลับในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กของเธอ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ตอกย้ำทฤษฎีที่ชี้ให้เห็นว่าเธออาจถูกฆาตกรรม
มาริลิน มอนโร มีอายุเพียง 36 ปีในขณะที่จากโลกนี้ไปอย่างน่าเศร้า หากเธอยังมีชีวิตอยู่ ในวันที่ 1 มิถุนายนปีหน้า เธอจะมีอายุครบ 100 ปี
ที่มา : express.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGS



