ประเทศไทยติดหล่มกับรัฐประหารเมื่อปี 57 เสียเวลากับรัฐบาลทหาร รัฐข้าราชการ มายาวนาน 9 ปี ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม และปัญหาคอร์รัปชันของภาครัฐซึมลึก!

“อนุสรณ์” ของรัฐบาลทหาร รัฐข้าราชการ ไม่ต้องมองไปที่ไหนอื่นไกล แต่ให้นึกถึงภาพ “ตึกสตง.ถล่ม” ทั้งที่อยู่ห่างศูนย์กลางแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ประมาณ 1,000 กิโลเมตร

ตึกอายุ 40-50 ปี ใน กทม. มีเยอะแยะแต่ไม่ถล่ม! เสาไฟฟ้าไม่โค่นล้มซักต้นเดียว วันก่อนเมื่อ สตง.ได้รับการประเมินเรื่องความโปร่งใสเป็นที่ 1 ของบรรดาองค์กรอิสระทั้งหมด ผู้คนจึงขำกันทั้งบ้านทั้งเมือง

ประเทศไทยมีการเลือกตั้งครั้งหลังสุดในเดือน พ.ค.66 แต่กว่าจะได้รัฐบาลพลเรือน ได้นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ เข้ามาบริหารแผ่นดินก็ปาเข้าไปถึงเดือน ก.ย. 66 ขณะที่งบประมาณปี 67 กว่าจะมีผลบังคับใช้ก็ล่าช้าไปถึงเดือน เม.ย.67

นายเศรษฐาเป็นนายกฯได้ 11 เดือนกว่า ๆ ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญสอยเรื่องจริยธรรม ด้วยมติ 5 ต่อ 4 แต่ผลงาน หรือภาพรวม ๆ ที่นายเศรษฐาทำไว้ คือ “จีดีพี” ปี 67 ได้ขยายตัว 2.5% เร่งขึ้นจาก 2% ในปี 66

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามารับไม้ต่อ เป็นนายกฯตั้งแต่เดือนก.ย.67 ล่วงเลยมาปี 68 ในไตรมาสที่ 2 จีดีพีขยายตัว 2.8%  ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 68 จีดีพีโต 3.0% ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

ส่วนภาพรวมปี 67-68 มีเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามามากเป็นประวัติการณ์ (ข้อมูลบีโอไอ) การส่งออกช่วง 6 เดือนแรกปี 68 ยังโต 15% ด้วยมูลค่า 5.57 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.68 จนถึงเดือนส.ค.68 เข้าประเทศไทย เกิน 20 ล้านคนไปแล้ว

ล่าสุดงาน “โอทอป” ที่เมืองทองธานี (9-17 ส.ค. 68) ช่วงโลว์ซีซันที่ว่าเศรษฐกิจซบเซา แต่กลับมียอดขายรวม 814 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี และมากกว่าปี 67 ประมาณ 25%

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 68 ก็ยังเห็นนายจักรพงษ์ แสงมณี ประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ที่ห้องประชุมในกระทรวงการคลัง

เพื่อเร่งแก้ไขหนี้สินของประชาชน ทั้งหนี้บุคคล หนี้เอสเอ็มอี หนี้เกษตรกร หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิต หนี้ข้าราชการและพนักงานรัฐ รวมทั้งแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ การไกล่เกลี่ยหนี้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งทำกันมาตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา-แพทองธาร

แต่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ และแก้ไขหนี้สินให้ประชาชน จะได้ทำต่อไปหรือไม่? ขึ้นอยู่กับวันที่ 29 ส.ค.68 ผู้นำประเทศจะติดหล่ม “จริยธรรม” ไปอีกคนหรือไม่?

เนื่องจากอนาคตของนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตกอยู่ในมือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน จากกรณี “คลิป” สนทนากับ “ฮุน เซน” ในบริบทการปิด-เปิดด่านชายแดน และไม่ต้องการให้เกิดสงคราม

สงครามที่บ้านร่มเกล้า-ช่องบก (ปี 28-30)-เขาพระวิหาร (ปี 54) ยืดเยื้อเสียหายมากกว่าปี 68 ไปถามทหารรุ่นเก่า ๆ ดูเถอะ! แล้วการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียเกียรติภูมิไปเยอะ!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่