กลายเป็นผลพวงกระทบผู้ใช้ชีวิต ประกอบสัมมาอาชีพปกติ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายที่มีเงินหมุนเวียนจากลูกค้ามากหน้าหลายตา แต่ไม่อาจล่วงรู้ถึงที่มา หรือรู้ว่าจะกลายเป็นช่องทางผ่านเงินมิจฉาชีพหรือไม่

จากกระแสระงับบัญชีแบบเหวี่ยงแห จนธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องปรับมาตรการปลดล็อกบัญชีให้เร็วขึ้น ซึ่งยังต้องรอผลลัพธ์สถานการณ์“ลูกหลง”จะดีขึ้นแค่ไหน

ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสสอบถามหลายมุมมองกับ ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเห็นว่าต้องให้โอกาสระบบใหม่ทำงานสักระยะ หากยังเกิดเหตุซ้ำ ก็แสดงว่ามาตรการล้มเหลว พร้อมระบุบัญชีใดจะเป็นม้าหรือไม่ ไม่อาจรู้ล่วงหน้าเพราะความเป็น“ม้า”เกิดหลังจากบัญชีถูกใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย ดังนั้น หากมิจฉาชีพยังไม่ได้ใช้บัญชีเลย 1 เดือน ก็ยังไม่ถือว่าเป็นม้า

ทั้งนี้ ไม่ควรโฟกัสแค่คนเปิดบัญชี แต่สิ่งสำคัญต้องไม่ให้ประชาชนถูกหลอกโอนเงินด้วย พร้อมแนะป้องกันต้นเหตุ ได้แก่

1.ป้องกันไม่ให้ถูกแอดไลน์(LINE) ด้วยเบอร์แปลก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของมิจฉาชีพ

2.ปรับระบบให้“ปิด”การแอดLINE ด้วยเบอร์โดยอัตโนมัติ

3.เอาผิดคนปล่อยข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล ทำให้โอกาสถูกใช้บัญชีม้าน้อยลง

4.ปรับมาตรการลงโทษ เช่น จำคุก 5 ปี ปรับหนัก คนรับจ้างเปิดบัญชี

ดร.ปริญญา ชี้ถึงการปรับตัวของประชาชนช่วงยาแรงที่อาจกระทบผู้บริสุทธิ์ว่าทั้งฝ่ายรับ(คนค้าขาย)และฝ่ายจ่าย(ผู้บริโภค)ควรมีหลายบัญชีและมีเงินสดสำรอง หลีกเลี่ยงการโอนไปปลายทางบัญชีไม่รู้จัก หรือเว็บพนัน

ส่วนการป้องกันไม่ให้บัญชีถูกใช้เป็นม้า ย้ำว่าบัญชีประชาชนทั่วไปจะไม่มีวันกลายเป็นม้าเอง สิ่งสำคัญคือต้องไม่เปิดบัญชีหรือขายบัญชีให้คนอื่นไปใช้ จะได้ปลอดภัย แต่หากประชาชนตกเป็นเหยื่อเส้นทางบัญชีม้า ธนาคารก็จะมีมาตรการติดตามและแก้ไข

อย่างไรก็ตาม จากสถิติคนที่ติดต่อขอปลดล็อกบัญชี จาก 100 เคส พบบริสุทธิ์เพียง 11 เคส สะท้อนว่าปัญหาบัญชีม้าหนักกว่าที่คาด ปัจจุบันมีเหยื่อสูญเงินให้มิจฉาชีพเฉลี่ยวันละประมาณ 71 ล้านบาท

ขณะที่การปรับแก้กลไกปลดล็อกใหม่จากเดิม 3-7 วัน เป็นภายใน 4 ชม. หลักการดังกล่าวจะเป็นการต่อเส้นเงินเท่าที่จำเป็น ไม่ล็อกเกินวงเงินที่เกี่ยวข้อง , เป็นการล็อกที่ตัวบุคคล ไม่ใช่ตามทุกบัญชีแบบเหวี่ยงแห , เป็นการปลดบัญชีสุจริตให้เร็วที่สุด ไม่ปล่อยช้าจนคนเดือดร้อน และเป็นการจำแนกประเภทบัญชีม้าออกเป็นหลายระดับ แต่แต่ม้าดำที่ถูกแบล็กลิสต์แน่นอน จนถึงม้าเทา-ม้าน้ำตาลที่ยังต้องตรวจสอบ

สำหรับข้อสงสัยเสถียรภาพของประเทศไทยกับระบบความปลอดภัยยังไม่ดีพอ ทำให้ยังจัดการไม่เข้าถึงเป้าหมายมิจฉาชีพหรือไม่ เรื่องนี้ ดร.ปริญญา ระบุ ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย การเมืองไม่มั่นคง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากรัฐบาลปัจจุบันทำงานได้ต่อเนื่องเต็มที่ช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า จะเป็นโอกาสทองในการลดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะโชว์ศักยภาพ

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่บางบัญชีได้รับผลกระทบเพราะเกี่ยวพันกับเว็บพนันออนไลน์ หรือการซื้อหวยออนไลน์หรือไม่ ดร.ปริญญา มองอาจมีบ้าง และถือเป็นบทเรียนของประชาชนว่าไม่ควรเข้าไปเว็บเหล่านี้ เมื่อการโอนเงินเข้าเว็บเหล่านี้เสี่ยงถูกติดตาม บัญชีที่เข้าเว็บพนันมักถูกใช้เป็นบัญชีม้า แต่แม้จะมีมาตรการจริงจัง แต่บางครั้งก็ยากที่ประชาชนจะยอมรับว่าตัวเองเข้าเว็บพนัน

สกัดบัญชีม้า ล็อกเงินคืนเหยื่อ ยาแรงเฉพาะหน้าถือว่าสั่นสะเทือนตั้งแต่รากหญ้า ยันความเชื่อมั่นสถาบันการเงิน ส่วนผลลัพธ์ระยะยาวต้องรอวัดกันอีกที.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน