ที่มา-สาเหตุ’ ของ ‘ตัวการสร้างปัญหา’
อาการที่มักจะจองเวรสร้างปัญหาให้คนวัยทำงาน โดยเฉพาะใครที่ขยันขันแข็งในการใช้มือและแขนทำโน่นทำนี่เป็นประจำแทบไม่เว้นว่าง ก็คือ “เอ็นข้อมืออักเสบ” แล้วก็หนีไม่พ้นอาการอื่นที่จะตามมา ไม่ว่าจะกระดกข้อมือขึ้น ๆ ลง ๆ ก็จะผิดปกติไปหมด บางรายถึงขนาดว่าสิ่งของที่กำลังหยิบยกน่ะร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นเลยก็มี และเมื่อเป็นถึงขนาดนั้นแล้วจะต้องพึ่งใครล่ะ…ถ้าไม่ใช่ “คุณหมอ” ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ ซึ่งก็จะช่วยให้รู้แน่ชัดถึงที่มา-สาเหตุ รวมถึงวิธีแก้ไขให้ฟื้นคืนสู่การใช้งานตามปกติ… เพราะเหตุนี้เองทีมงาน “SMART HOSPITAL” จึงยกขบวนไปที่ “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” เพื่อไปขอข้อมูลความรู้จาก “รศ.นพ.ต่อพล วัฒนา” ซึ่งมีความรู้ความชำนาญทางสาขา “ศัลยศาสตร์ทางมือ” และ “จุลศัลยศาสตร์” ต่อท้ายอีกด้วย โดยเป็น 1 ในทีมคุณหมอที่จัดเวลามาดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยปัญหาอาการเกี่ยวกับมือ รวมถึง “มือชา-ชามือ” ที่มารังควานการใช้ชีวิตประจำวันจนสุดทนโดยผู้ป่วยหวังรักษาให้พ้นปัญหาเสียที… จึงเป็นโอกาสดีสำหรับทีมงาน “SMART HOSPITAL” ที่ได้ความรู้จาก “อาจารย์หมอต่อพล” นำมาสาธยายถ่ายทอดสู่ท่านผู้อ่านในวันนี้เพื่อให้มีข้อมูลแก่ตัวท่านเองและคนใกล้ชิดอีกต่อหนึ่งด้วย ซึ่ง “อาจารย์หมอต่อพล” เริ่มเปิดฉากให้ความรู้ดังนี้ครับ…

“…อาการที่เราชามือนี่มีได้ 2 แบบ คือชาทางด้านฝั่งนิ้วโป้ง ชี้ กลาง นาง กลุ่มหนึ่ง กับอีกกลุ่มหนึ่งคือชาที่นิ้วก้อยกับนิ้วนางครับ ส่วนใหญ่ที่มาพบผมจะเป็นชาด้านนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง ซึ่งสาเหตุเกิดจาก เส้นประสาท ที่เรียงร้อยผ่านข้อมือลงมาจะลอดผ่านใต้พังผืด ก่อนลงไปตามฝ่ามือและไปเลี้ยงนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง ที่จะ ถูกกดทับโดยก้อนพังผืด นี่แหละครับ เพราะฉะนั้น เมื่อพังผืดกดทับเส้นประสาทมาก ๆ ก็จะมีอาการชาบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง เมื่อใดที่เจ้าของนิ้วไปถือของ-ยกของ บิดมือ หรือต้องใช้นิ้วเวลาจะขึ้นรถ มือก็จะเกิดอาการชา นอกจากนี้ เวลากระดกข้อมือ ไม่ว่าจะกระดกขึ้นหรือลง มันก็ไปกดทับเส้นประสาท เหมือนกับว่าเส้นประสาทมันโดนขึงอยู่ตรงนั้นเลย เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะกระดกขึ้น-กระดกลงเวลาใช้งาน อย่างเช่นกดเมาส์หรือใช้นิ้วกดคีย์บอร์ดด้วยท่าทางที่ไม่ปกติ ก็จะทำให้มีอาการชาขึ้นมาครับ…”

“SMART HOSPITAL” วันนี้มีข้อมูลจากผู้ผ่านประสบการณ์เรื่องนี้มาฝากในช่วงต่อไปด้วย เพียงแต่จะขอเวลาพาท่านผู้อ่านไปติดตามเรื่อง “วิธีรักษา” ก่อนนะครับ…
ใช้วิธี ‘ผ่าแบบมาตรฐาน’ หรือ ‘เจาะข้อมือ’
พอพ้นจากเรื่องที่มา-สาเหตุแล้ว “อาจารย์หมอต่อพล” ลุยต่อด้วยเรื่อง “การรักษา” ตามมาทันที โดยระบุว่า…
“…การรักษา ก็อาจจะเริ่มตั้งแต่การพักการใช้งาน ให้ยาไปกิน หรือไม่บางคนก็อาจใช้วิธีฉีดยา แต่ถ้าท้ายสุด-สุดท้ายแล้วยังไม่ได้ผล ซึ่งหากจำเป็นขึ้นมา…ก็อาจถึงขั้นต้องผ่าตัดครับ ซึ่งหลักการผ่าตัดไม่มีอะไรซับซ้อนครับเพราะตำแหน่งของพังผืดก็อยู่ส่วนล่างของฝ่ามือนั่นเอง เราก็เพียงแค่ไปแบะมันออก โดยกรีดแบะมันออกเลยเพื่อให้มันคลายการกดทับเส้นประสาท แหวกให้มันกว้างขึ้น ซึ่งวิธีผ่าตัดมี 2 แบบ แบบแรกใช้มีดกรีดผ่าเปิดพังผืดตรงฝ่ามือเป๊ะเลย แต่ผ่าแบบนี้แล้วจะมีปัญหาตอนที่ผ่าเสร็จแล้วผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บที่แผลเป็น ที่เรียก Painful Scar คือเป็นแบบนี้ทุกคนครับ คือคนไข้จะเจ็บตรงแผลเป็นสักระยะหนึ่งหลังผ่าตัดแล้วประมาณ 1-2 เดือน…” ซึ่งขณะให้ข้อมูลแก่ทีมงาน ทาง “อาจารย์หมอต่อพล” ก็เปิดจอคอมพิวเตอร์ให้เราได้เห็นภาพประกอบเพิ่มความเข้าใจไปพร้อมกันด้วย จากนั้นจึงอธิบายถึงวิธีผ่าตัดแบบที่ 2 ว่า…

“…อีกแบบหนึ่งเรียกว่าการผ่าตัดแบบส่องกล้องครับ โดยใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่มีลักษณะเหมือนหลอดดูดน้ำโดยมีกล้องโทรทัศน์ขนาดจิ๋วติดอยู่ตรงปลาย เจาะ-สอดเข้าไปที่ข้อมือเหมือนเจาะอุโมงค์ทางลอดภูเขา เข้าไปตัดพังผืดซึ่งอยู่ไม่ห่างจากรูที่เจาะเข้าไป โดยมีแผลกว้างราว 1 เซนติเมตร โดยตัวกล้องจิ๋วที่ติดไว้ปลายท่อจะทำหน้าที่ส่งภาพบริเวณที่พังผืดกดทับเส้นประสาทที่อุ้งมือขึ้นมาปรากฏที่หน้าจอให้แพทย์ได้เห็นระหว่างปฏิบัติการผ่าตัดพังผืดได้อย่างชัดเจนครับ… หลังจากผ่าตัดเสร็จก็สามารถกลับมาใช้งาน มาฟื้นฟูได้ ในเวลาไม่ถึงเดือนก็ใช้การได้ กดฝ่ามือลงกับพื้นโต๊ะก็ไม่เจ็บแล้วครับ…”
ถือว่าเป็นคำอธิบายที่ให้ความรู้กระจ่างแจ้งมาก ซึ่งก็ใคร่ขอแสดงความขอบคุณมายัง “รศ.นพ.ต่อพล วัฒนา” ในฐานะที่เป็น “ที่พึ่ง” ให้การดูแลรักษาผู้ที่เผชิญฤทธิ์พิษภัยจากปัญหาอาการเกี่ยวกับมือ รวมถึง “เอ็นข้อมืออักเสบ” ที่มาบั่นทอนความสุขในการใช้ชีวิต ดังที่ท่านผู้อ่านจะได้ทราบจากผู้ป่วยที่พ้นทรมานได้จากการรักษาเรียบร้อยแล้ว และยินดีมาเล่าสู่กันเพื่อเป็น “Case Study” สำหรับทุกท่านต่อไป… ซึ่งก็ขอแสดงความขอบคุณด้วยเช่นกันครับ
อาการที่แตกต่าง ระหว่าง 2 กรณี 2 ผู้ป่วย
คราวนี้ “SMART HOSPITAL” จะพาไปติดตามคำบอกเล่าของ “คุณนพมาศ เจียมบูรณะกุล” ซึ่งชอบออกกำลังโดยปั่นจักรยานเสือหมอบ แต่หากไปทำงานก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ มียกของหรือหยิบจับของเรื่อยมาเป็นประจำทุกวันจนกระทั่งมีอาการ “ปวด-ชามือ” เมื่อ 6 เดือนก่อน จึงมารับการรักษาที่ “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” โดยเผยว่า…

“…มีอาการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยิบของแล้วเหมือนไฟช็อตจนของหลุดมือ หยิบของไม่อยู่แล้ว จึงได้มาหาคุณหมอ ซึ่งคุณหมอตรวจพร้อมกับซักว่ามีอาการชาตรงไหนอย่างไร และพบว่าที่ฝ่ามือขวามีภาวะกล้ามเนื้อลีบบ้าง และเริ่มอ่อนแรงด้วย คุณหมอบอกว่าเป็นพังผืดรัดข้อมือและแนะนำให้ผ่าตัด โดยท่านได้อธิบายว่าการผ่าตัดมีแบบไหน-ต่างกันอย่างไร ก็เลยได้ทราบว่ามันมีนอกเหนือจากวิธีผ่าไปที่กลางฝ่ามือ ก็คือมีวิธีผ่าตัดแบบส่องกล้องแบบใช้ยาชา แล้วก็ผ่าตัดส่องกล้องโดยใช้ยาสลบ ก็เลยเลือกวิธีหลังค่ะ… อยู่ในห้องผ่าตัดประมาณชั่วโมงครึ่งได้ค่ะ แล้วพอฟื้นมาก็หายชามือค่ะ ไม่ได้มีความรู้สึกปวดอะไรเลย แต่ตอนนั้นอาจเป็นเพราะยังมีฤทธิ์ยาชา และช่วงนั้นคุณหมอได้ให้ยาแก้ปวดคุมไว้ก็เลยไม่มีอาการปวดเลย พอ 4 วันคุณหมอจึงได้นัดมาดูแผล ซึ่งแต่ละวันที่ผ่านไปจะมีความก้าวหน้าในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน วันที่ 10 ก็เริ่มขยับได้แทบจะปกติแล้ว มีตึงฝ่ามือตรงแผลบ้างเท่านั้น แต่ไม่รู้สึกเจ็บเลย…”
อีกรายซึ่งได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จากความเจ็บปวดเพราะ เอ็นอักเสบตรงบริเวณข้อมือ คือ “คุณสายใจ ตั้งเจริญชัยวัฒนา” ซึ่งเผยว่าได้ เกิดปัญหาเจ็บปวดบริเวณข้อมือลามไปทั่วแขน หลังจากไปตกแต่งสวนในบ้านและมีการยกกระถางต้นไม้บ้าง จนมารู้สึกเจ็บปวดหนักขึ้นเมื่อกลับมานั่งประจำทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์แต่ไม่สามารถขยับมือและนิ้วได้ตามปกติเพราะเจ็บจนทนไม่ไหว จึงได้มาเป็นคนไข้อีกรายหนึ่งของ “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” เมื่อประมาณ 2 ปีมาแล้ว โดยได้เผยเรื่องนี้ว่า…

“…เป็น ปลอกเอ็นข้อมืออักเสบ ซึ่งเห็นทางแพทย์เรียกกันว่า เดอกาแวง ซึ่งโรคนี้คนทำงานทั่ว ๆ ไปเขาเป็นกันเยอะ และตอนช่วงที่เป็นต้องใส่ตัวซัพพอร์ตข้อมือ พอใครมาเห็นก็ถามเลยว่าเป็นโรคนี้ใช่ไหม… ตอนที่ปวดก็ทายาบ้าง กินยาแก้ปวดบ้าง แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยดีขึ้น เวลาทำงานใช้คอมพิวเตอร์จะต้องเกร็งมือตอนพิมพ์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ปวดมากขึ้น ตอนแรกเลยไปทำกายภาพ แต่เราเองก็รู้สึกได้เลยว่ามันไม่ทันแล้ว ทนไม่ไหว เลยไปพึ่ง ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี ค่ะ ซึ่งพยาบาลแนะนำว่าให้ไปพบ อาจารย์ต่อพล พอให้อาจารย์ตรวจแล้วท่านบอกเลยว่าเป็นเรื่องปลอกเอ็นข้อมืออักเสบ จากนั้นอาจารย์ก็แนะนำให้ผ่าตัดโดยจะผ่าให้วันนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่เราขอเวลาท่านมาทำใจอาทิตย์หนึ่งจึงกลับไปผ่าค่ะ ซึ่งหลังผ่าตัดก็ไม่มีอาการเจ็บอีกเลยค่ะ ขยับข้อมือได้ปกติเลย จะเจ็บก็แค่ตรงแผลที่ขนาดแค่เซนติเมตรเดียวนี่ล่ะค่ะ ส่วนการขยับแขนก็ทำได้แล้ว ไม่เจ็บ ไม่ปวดร้าว ไม่ลามไปตามแขนกับนิ้วด้วยค่ะ…”
“หมอฝั่งธน” ขออนุญาตกล่าวถึงที่มาของคำว่า “เดอกาแวง” ดังที่ “คุณสายใจ” เอ่ยถึง ซึ่งนี่เป็นชื่อเฉพาะของโรคนี้ โดยสะกดว่า “De Quervain” ตามนามสกุลของคุณหมอชาวสวิส “Fritz de Quervain” ซึ่งค้นพบโรค “ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ” ตั้งแต่ ค.ศ. 1895 หรือเมื่อ 131 ปีที่แล้ว…

ปิดท้าย “SMART HOSPITAL” วันนี้ด้วยการส่งความปรารถนาดีมายังท่านผู้อ่านที่เจอปัญหาแบบเดียวกับ “คุณสายใจ” หรือ “คุณนพมาศ” จะได้หมดกังวลและมั่นใจได้ในเรื่องการรักษาที่ช่วยให้พ้นจากภาวะอาการจากโรคเกี่ยวกับมือดังกล่าวนี้ได้แน่นอน สวัสดีครับ
หมอฝั่งธน




