นอกจาก “เพื่อไทย” ไม่ขอรวมเป็นวิปฝ่ายค้าน ยังนึกไม่ถึงว่า อดีตพรรคแกนนำรัฐบาล จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในสภา เวลามีการ พิจารณาร่างกฎหมาย ที่เพื่อไทยเคยเสนอไว้ ในสมัย รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เช่น ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด จนทำให้เกิดปัญหาสภาล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ “นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม” รองเลขาธิการพรรค
เพื่อไทย เป็นประธานกมธ.พิจารณา
จริง ๆ ก็ไม่อยู่นอก เหนือความคาดหมาย ของคนที่ติดตามการพิจารณา พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะแต่ละมาตรา ที่ประชุมสภา พยายามประคับประคององค์ประชุม ให้เกินกึ่งหนึ่ง มาได้อย่างทุลักทุเล จนต้องหยุดการพิจารณาไว้มาตรา 22 หลังมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมสภาเพียง 245 คน
อีกทั้งในระหว่างการพิจารณา ยังมีความพยายามตีรวน “นายอดิศร เพียงเกษ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้เลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ไปประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อให้สภาหารือต่อปัญหาเฉพาะหน้า คือถนนสามเสน ช่วงหน้าวชิรพยาบาล ทรุดเป็นหลุมลึก และเป็นโอกาสที่สภาจะหารือ เสนอแนะให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้พิจารณาสิ่งที่เป็นประโยชน์คน กทม.
แต่ สส.พรรคประชาชนไม่เห็นด้วย ขอให้เดินหน้าต่อ โดย “นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ว่า อากาศสะอาด หรือ ถนนทรุด อะไรสำคัญกว่ากัน แต่คือ พรรคเพื่อไทยไม่สามารถให้คนมาร่วมประชุมได้ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้า ตนจับเวลาพบว่า แม้ไม่มีการอภิปราย แต่ต้องใช้เวลารอองค์ประชุม 3-8 นาที ดังนั้นเมื่อ คิดเวลา 300 มาตรา ทำให้ต้องเสียเวลาถึง 15 ชั่วโมง เพื่อรอพรรคเพื่อไทยเป็นองค์ประชุม
นอกจากนี้ “นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกอภิปรายว่า ไม่ขัดข้องที่จะพักการประชุม เพราะเห็นใจ สส. แต่ชักเหลืออด ในห้องประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย สส.พรรคประชาชน นั่งครบ แต่พรรคไหนหายไปตนขอไม่พูด ขอให้ สส.ทุกพรรค กลับมาเป็นองค์ประชุม มาร่วมทำกฎหมายที่ ครม. ชุดที่แล้วเสนอ และคนที่นำไปหาเสียงไม่ใช่พรรคตน
แต่พรรคตนต้องมาแบก
“หากทำแบบนี้ 50-60 คน ผมพร้อม ถอนฟืนจากไฟ หากอะไรจะเกิดก็เกิด ในห้องประชุม กมธ.ที่นั่งอยู่เห็นแบบเดียวกัน แต่ประชาชนมองไม่เห็น ว่าใครที่หายไป ดังนั้นหากอยู่ในสภาพนี้ ขอให้ถอนออกไป หาก กมธ.ตามพรรคพวกไม่ได้ ขอให้ถอน พร้อมเมื่อไรกลับมา สภาเหลือเวลาไม่มาก จะได้ใช้เวลาพิจารณากฎหมายฉบับอื่นที่ สส.เห็นความสำคัญมากกว่านี้” นายกรวีร์ อภิปราย
ขณะที่ “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” สส.เชียงใหม่ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ชี้แจงกรณีองค์ประชุมในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ของเพื่อไทย เพียงพรรคเดียว แต่เป็นร่างของทุกพรรคการเมือง ที่เสนอร่วมกัน การรักษาองค์ประชุม ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ทำไมตอนโหวตเลือกนายกฯ สส. หลายท่าน พร้อมใจกันขานชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงมี 311 เสียง
แต่วันนี้มัน หายไปไหนหมด ถ้าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้ำอยู่กันครบจริง จะมาถามหาพรรคเพื่อไทยทำไม ยืนยันเราไม่ได้ ทอดทิ้งกฎหมายฉบับนี้ หรือไม่อยากให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ เดินหน้า แต่ความจริงคือเมื่อเข้าสู่ช่วงโหวตลงมติสุดท้าย มี สส. จำนวนหนึ่งอยู่นอกห้อง ไม่เข้ามา เป็นองค์ประชุม
จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะสภามีมติร่วมกันแล้วว่า จะเลื่อนร่างกฎหมาย ฉบับนี้ไปสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดทางให้หารือปัญหาเร่งด่วนของประชาชน คือ เรื่องถนนสามเสนทรุดตัว ที่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทที่เกี่ยวโยงกับนายกฯ หรือไม่
น่าเสียดาย…ถ้าพรรคเพื่อไทย ไม่เลิกหมกมุ่น หรือหลุดจากความแค้น หลังพรรคสีส้มไม่ยอมรับเงื่อนไขเพื่อไทย ให้ช่วยสนับสนุน “นายชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกฯ หันมาร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้าน ช่วยกันผลักดันกฎหมายที่มีประโยชน์ จะช่วยกู้ภาพลักษณ์เพื่อไทย หลังล้มเหลวจากการ เป็นแกนนำรัฐบาล
แต่กลับมา ติดกับดักอำนาจ ที่หลุดลอยไป จนไม่รู้ว่าเลือกตั้งใหญ่ที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต จะมีอะไรไปอวดชาวบ้าน.
“เขื่อนขันธ์”



