ทั้งนี้ นอกจากเรื่องราวชีวิตของคุณครูสาวคนนี้จะน่าค้นหาแล้ว กับมุมมองความคิดของเธอก็น่าสนใจ ที่วันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” จะพาไปทำความรู้จักกับเธอ…

ปัจจุบัน “ครูน้ำหวาน-สิริลักษณ์” สอนหนังสืออยู่ที่ โรงเรียนวัดอัมพาราม จ.สุราษฎร์ธานี และเธอยังเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “Namwan Siriluk” กับเพจเฟซบุ๊ก “ครูน้ำหวาน” รวมถึงเธอยังมีช่องของตัวเองในแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง TikTok ที่ใช้ชื่อช่องว่า “Namwan.srl” โดยมีแฟนคลับและยอดผู้ติดตามเธอล้นหลาม รวมถึงเธอยังมีดีกรีเป็นถึงทูตการท่องเที่ยวและกีฬา จ.สุราษฏร์ธานี อีกด้วย ทั้งนี้ ครูน้ำหวานได้เล่าย้อนไปถึงวัยเด็กให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟังว่า เติบโตและเรียนอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่เด็ก ๆ จนจบชั้น ม.6 หลังจากนั้นก็เรียนต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร โดยเธอเลือกเรียนคณะครุศาสตร์ ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ สำหรับสาเหตุที่เธอตัดสินใจเลือกเรียนครู และเลือกสาขาวิชาสอนเป็นคณิตศาสตร์นั้น เนื่องจากคุณแม่ของเธออยากให้รับราชการ ทำให้ในช่วงที่ต้องตัดสินใจเลือกสายที่จะเรียน เธอก็ต้องคิดหนักว่าอยากเรียนสายไหน หรือฝันอยากจะทำอาชีพอะไร ระหว่างการเป็นพยาบาล กับอาชีพครู ซึ่งสุดท้ายเธอก็เลือกอาชีพหลัง เพราะมองว่า ครูเป็นอาชีพที่มั่นคง และอีกอย่างหนึ่ง เธอมองว่าอาชีพครูน่าจะทำให้เธอมีเวลาดูแลพ่อแม่ได้มากกว่าการทำงานเป็นพยาบาล
“และเหตุผลอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เลือกเรียนครู เพราะชอบสอนเด็กมากกว่าจะต้องไปเป็นพยาบาลดูแลคนป่วย ซึ่งตัวเองมองว่าเราน่าจะไม่ถนัด ส่วนเหตุผลที่เลือกเป็นครูวิชาคณิตศาสตร์ นั่นก็เพราะเป็นคนที่ชอบตัวเลขมากกว่าตัวหนังสือ และอีกเหตุผลคือเป็นคนความจำไม่ค่อยดี ซึ่งคณิตศาสตร์ไม่ต้องใช้ความจำเยอะแต่ใช้ความเข้าใจมากกว่า เราก็เลยเลือกที่จะสอนหนังสือโดยเป็นครูวิชาคณิตศาสตร์” คุณครูคนสวยเล่าเรื่องนี้

กับลูกศิษย์ ในวันไหว้ครู
กับ “เส้นทางครู” นั้น ครูน้ำหวานบอกว่า ช่วงที่ต้องออกไปเป็นนักศึกษาฝึกสอน เธอได้ไปฝึกสอนที่ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน โดยได้รับมอบหมายให้สอนเด็กมัธยม หลังจากเรียนจบเธอก็ได้วางแผนชีวิตว่าจะไปสอบบรรจุรับข้าราชการเป็นครูเลย แต่ปรากฏปีที่เธอจบเป็นปีที่ไม่มีการเปิดสอบบรรจุครูเลย เธอจึงต้องไปสมัครเป็นครูอัตราจ้าง ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง โดยหลังสอนที่โรงเรียนเอกชนได้ 1 เทอม ก็มีการเปิดสอบบรรจุครู เธอจึงลาออกเพื่อจะไปสมัครสอบครู
“ที่ตัดสินใจลาออก เพราะว่าด้วยกฎระเบียบของโรงเรียนเอกชนเดิมที่สอนอยู่เขาไม่อนุญาตให้ไปสอบ เราก็เลยตัดสินใจลาออกเพื่อจะไปสอบบรรจุเป็นครูตามความฝัน” ครูน้ำหวานกล่าว พร้อมเล่าเสริมเรื่องนี้ว่า ถือเป็นการลงสนามสอบบรรจุครูครั้งแรกในชีวิตของเธอ ซึ่งเมื่อผลสอบประกาศ ปรากฏเธอสอบไม่ผ่าน ทำให้ต้องพับความฝันที่จะเป็นข้าราชการครูลงไว้ก่อน เพราะจะต้องหางานทำให้มีรายได้มาเลี้ยงชีวิต ซึ่งช่วงนั้นเธอยอมรับว่า ตอนที่สอบไม่ผ่าน ก็คิดว่าจะกลับไปรับงานสอนเป็นครูอัตราจ้าง แต่ช่วงนั้นก็ยังไม่มีโรงเรียนไหนเปิดรับ จึงตัดสินใจไปทำงานเป็นพนักงานเชียร์ขายสินค้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จนเพื่อนมาบอกว่าโรงเรียนที่เพื่อนสอนอยู่กำลังจะเปิดรับครูอัตราจ้าง เธอก็เลยไปสมัครและได้เป็นครูที่ โรงเรียนสตรีวรนาถบางเขน โดยหลังจากสอนหนังสือเด็กที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี ก็มีการเปิดสอบบรรจุครู โดยครั้งนี้เปิดสอบที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเธอก็ไม่พลาดที่จะไปสอบในสนามแข่งขันนี้ และโชคดีที่โรงเรียนสตรีวรนาถบางเขนที่เธอสอนอยู่ ทางผู้บริหารไม่มีกฎห้ามไม่ให้ไปสอบ ก็เลยไม่ต้องลาออกเพื่อไปสอบเหมือนครั้งแรก และการสอบครั้งนี้เธอสอบติด

กับคุณแม่ ตอนรับปริญญา
เธอสอบติดทั้งครู กทม. ครู สพฐ. และครู กศน. แต่ได้อันดับไม่ดีมาก จึงต้องรอการเรียกตัวอยู่สักระยะหนึ่ง โดยหลังรอคอยสักพักหนึ่ง เธอก็ถูกเรียกตัวบรรจุสอนเป็นครูในสังกัดของโรงเรียน กทม. ที่ โรงเรียนวัดเวฬุวนาราม ย่านดอนเมือง แต่เป็นครูอยู่ที่นี่ระยะหนึ่งโรงเรียนในสังกัด สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก็เรียกตัวให้ไปทำงาน เธอจึงลาออกจากโรงเรียนวัดเวฬุวนาราม เข้าบรรจุเป็นครูที่ โรงเรียนบ้านป่าน จ.ขอนแก่น และสอนอยู่ได้ประมาณ 2 ปีครึ่ง เธอก็ขอย้ายตัวเองมาที่ โรงเรียนวัดอัมพาราม จ.สุราษฎร์ธานี โดยสอนที่นี่มาจนถึงปัจจุบันนี้
“ที่ย้ายมาสุราษฎร์ธานี เพราะไปดูดวงมา แล้วหมอดูทักว่าหากย้ายมาเป็นครูที่นี่ชีวิตหน้าที่การงานจะดีมาก อีกทั้งจะมีเงินมีชื่อเสียงจากงานออนไลน์ ไอ้เราก็เชื่ออยู่แล้ว ก็เลยขอย้ายมาสอนที่นี่” ครูน้ำหวานเล่าแบบติดตลก
ขณะที่ “จุดเริ่มต้นอาชีพอินฟลูเอนเซอร์” นั้น เธอเล่าว่า ทำคลิปลง TikTok ตั้งแต่ช่วงที่สอนอยู่ขอนแก่น หลังมีเพื่อนครูแนะนำให้ลองเล่น เธอก็เลยลองเล่นลองโพสต์ ซึ่งคลิปส่วนใหญ่เป็นคลิปในโรงเรียนกับเด็ก ๆ และคลิปไลฟ์สไตล์ของเธอเอง ซึ่งหลังลงคลิประยะหนึ่ง ปรากฏมีคนเข้ามาดูและติดตามช่องเธอเยอะขึ้น เธอก็เลยเป็นอินฟลูเอนเซอร์มาเรื่อย ๆ


บทบาทคุณครูของเด็ก ๆ / ทูตการท่องเที่ยวและกีฬา
“ส่วนใหญ่จะเน้นคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ คลิปในโรงเรียน หรือทำคลิปเล่นกับเด็ก ๆ ซึ่งหลังจากทำได้ 1 ปี ก็มียอดกดติดตาม 100,000 คน หลังจากนั้นก็เริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อจ้างให้รีวิวสินค้า ก็ทำให้มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันเรามียอดผู้ติดตามใน TikTok อยู่ที่ประมาณ 400,000 กว่าคน” คุณครูน้ำหวานระบุ
นอกจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์แล้ว เธอยังได้รับบทบาทอย่างการเป็น ทูตการท่องเที่ยวและกีฬา จ.สุราษฎร์ธานี ประจำปี 2024 อีกด้วย โดยครูน้ำหวานเล่าว่า มีพี่คนหนึ่งได้แนะนำให้เธอลองไปประกวดเวที มิสทัวริซึมเวิลด์ไทยแลนด์ (Miss Tourism World Thailand) ซึ่งด้วยความที่เธอเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว และเห็นว่าน่าจะได้ทำอะไรใหม่ ๆ ประกอบกับการประกวดเวทีนี้ไม่ต้องเก็บตัวเหมือนกองประกวดอื่น แต่จะใช้วิธีเก็บผลงานผู้สมัคร ทำให้เธอมองว่า ไม่ได้เบียดเบียนเวลาสอนหนังสือ ก็เลยตัดสินใจลองไปสมัครเพื่อเข้าประกวดในเวทีนี้ โดยเธอบอกว่า ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้รับเลือก เพราะมีคนเข้าประกวดเยอะมาก แต่ปรากฏเธอได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ทูตการท่องเที่ยวและกีฬา จ.สุราษฎร์ธานี ประจำปี 2024 ซึ่งครูน้ำหวานบอกว่า การได้ตำแหน่งนี้มาทำให้รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก และพอได้รับตำแหน่งนี้ ก็เหมือนเธอได้เปิดโลกใบใหม่ เพราะการที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนี้ ทำให้เธอได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และทำให้เธอได้รู้จักคนมากมายหลากหลาย และยังช่วยทำให้มีคนรู้จักเธอมากขึ้นอีกด้วย

ลุคสาวรักสุขภาพ
ทั้งนี้ แม้จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ และทูตการท่องเที่ยวและกีฬา แต่เธอได้ยืนยันเสียงหนักแน่นกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า บทบาทที่เธอโฟกัสและให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือ “งานอาชีพครู” และเธอจะไม่รับงานไหนเลยถ้าหากต้องเบียดบังเวลาสอนหนังสือเด็ก ๆ ไป นอกจากนั้น เธอยังพูดถึง “อาชีพครู” ว่า ต้องพัฒนาและหาความรู้ใส่ตัวตลอดเวลา เพราะคนที่เป็นครูนั้น การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะถ้าครูความรู้น้อย จะไม่สามารถสอนเด็กได้ และการเป็นครูยุคดิจิทัลก็ต้องตามเด็กให้ทันด้วย เพื่อให้ครูคุยกับเด็กได้รู้เรื่อง อีกทั้งช่วยให้เด็กสนิทกับครูมากขึ้น เพราะเด็กจะอยู่กับครูมากกว่าอยู่กับผู้ปกครอง
“เมื่อเด็กสนิทกับครู เมื่อเด็กมองว่าครูเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขาได้ ทำให้เวลาที่เด็ก ๆ เขามีอะไรเขาก็จะมาพูดคุยปรึกษากับเราได้ทุกเรื่อง ซึ่งในฐานะครู เราก็ต้องรับฟังและพยายามช่วยเขาหาทางออก” ครูน้ำหวานระบุ
“ครูน้ำหวาน-สิริลักษณ์” ครูคนสวย ดีกรีทูตการท่องเที่ยวและกีฬา จ.สุราษฎร์ธานี และยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีแฟนคลับล้นหลาม ได้ทิ้งท้ายเอาไว้กับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า เธอมีคติว่า ไม่ว่าจะทำงานอะไร ไม่ว่าจะเป็นงานที่รักมากหรือรักน้อย ก็จะต้องทำให้เต็มที่ เต็มความสามารถ และต้องทำอย่างมีความสุขด้วย… “ชีวิตตอนนี้ น้ำหวานถือว่ากำลังดีและมีความสุขมาก เพราะเรามีความสุขกับทุก ๆ บทบาทที่ได้ลองทำ แต่ลึก ๆ แล้ว การได้สอนหนังสือเด็กเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด ซึ่งการสอนเด็ก ๆ ไม่ใช่แค่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากครูเท่านั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง กับตัวของครูเองนั้น…ครูก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กด้วย”.

‘ดราม่าเซ็กซี่’ กับ ‘วิธีก้าวผ่าน’
ด้วยบรรทัดฐานสังคมยุคอดีตเกี่ยวกับอาชีพครู ทำให้ “ครูน้ำหวาน–สิริลักษณ์ นวลชื่น” ต้องเจอกับ “ดราม่าการแต่งตัว” โดยเธอเผยว่า ปกติช่วงวันหยุดที่ไม่ได้มีสอนหนังสือ ไลฟ์สไตล์ของเธอนั้นนอกจากจะชอบท่องเที่ยวแล้ว เธอยังชอบแต่งตัวเพื่อถ่ายรูป หรือถ่ายคลิปเพื่อทำคอนเทนต์ลงโซเชียล แต่ปรากฏเครื่องกายบางชุดบางคนมองว่าดูเซ็กซี่เกินไป ก็เลยทำให้มีคนวิพากษ์วิจารณ์ พิมพ์คอมเมนต์มาด่า จนถึงขั้นบอกให้เธอลาออกจากอาชีพครูไปเลยก็มี แต่หลายคนที่ติดตามเธอก็เข้าใจว่าไม่เกี่ยวกับการสอนหนังสือ และเข้ามาให้กำลังใจเธอ อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่า ลุคในระหว่างทำงานกับวันหยุดเป็นคนละแบบ ถ้าต้องไปทำงาน ก็จะแต่งตัวเรียบร้อยมาก ทีนี้พอถึงวันหยุด เธอก็อยากจะขอทำอะไรที่เป็นตัวเองบ้าง ทั้งนี้ พร้อมกันนี้เธอได้เผย “วิธีก้าวผ่านดราม่า–วิธีจัดการความรู้สึกของตัวเอง” โดยบอกว่า… “ถ้าจะถามว่าเรารับมือกับคอมเมนต์เชิงลบยังไง รับมือดราม่าเรื่องนี้ยังไง เราก็ใช้วิธีไม่ไปตอบโต้ ใช้วิธีปล่อยผ่าน และนำคอมเมนต์เชิงบวกจากคนที่รักเราเข้าใจเราที่มีเยอะมากกว่ามาเป็นกำลังใจให้กับตัวเอง”.
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน



