ปัญหาชาวต่างชาติใช้ “นอมินี” ชาวไทย อาศัยช่องโหว่หลีกเลี่ยงกฎหมายเพื่อเข้ามาทำธุรกิจสารพัดรูปแบบตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในเมืองไทย ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้วเดลินิวส์ เคยตีแผ่ปัญหา วิลล่าหรูผุดเรียงรายบนเขา หลายจุดใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จากสภาพภูมิทัศน์ภูเขาตามธรรมชาติ  กลายเป็น “เขาแหว่ง” มี วิลล่าหรูหรา ระดับร้อยล้านผุดก่อสร้างอยู่บนที่ลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50  จนทำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการทนไม่ไหว

แจ้งเบาะแสผ่านสื่อ จี้ภาครัฐมาตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล 1.การถือครองทรัพย์สิน (ที่ดิน) ในประเทศไทย 2.การดำเนินกิจการธุรกิจ และ 3.การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อครอบครองวิลล่าของ “ชาวต่างชาติ” 

โชคดีได้คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ “กอ.รมน.ภาค 4” เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน สนธิกำลังหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปสะสางปัญหานานหลายเดือน โดยเฉพาะ 6 จุดใหญ่ ถูกบุกรุกบนเขากว่า 1,000 ไร่ วิลล่าหรูนับร้อยหลัง ส่วนใหญ่เป็นของ “ทุนต่างชาติ” มีทั้งยุโรป เอเชีย ฯลฯ ทยอยรวบรวมหลักฐานแจ้งเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

จากปัญหา “นอมินี” บนเกาะสมุย ยังแก้ไม่ได้แบบสะเด็ดน้ำ ล่าสุดขยับมายังพื้นที่ อ.เกาะพะงัน เป็นอีกเกาะดินแดนสวรรค์ นั่งเรือจากสมุยเพียง 30 นาที ธรรมชาติงดงามอุดมสมบูรณ์ มีทั้งหาดทรายขาว ท้องทะเล ภูเขา ค่อนข้างเงียบสงบ วิวทั้งพระอาทิตย์ขึ้น-ตก โดยเฉพาะ หาดริ้น กลายเป็นจุดจัดเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ ตราตรึงใจผู้มาเยือนจากทั่วโลก

แต่กำลังมี กระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอิสราเอล เข้ามาปักหลักอยู่ในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ต้องเรียกประชุมด่วนหน่วยงานเกี่ยวข้อง สั่งชุดเฉพาะกิจ เร่งเก็บข้อมูลละเอียด ช่วง 1-2 ปี เริ่มมีชาวอิสราเอลเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทำผิดท้าทายกฎหมายไทยหลากหลายรูปแบบ จนถูกจับกุม 20 คดี ถึงขั้นติดป้ายประกาศขายที่ดินเป็นภาษาอิสราเอล ตามเชิงเขากำลังปรับไถที่ดิน!! 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รับผิดชอบกฎหมายก็นั่งไม่ติด จี้ไปทาง พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เร่งประสาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการทำงานกับ ฝ่ายปกครอง ไม่ว่าจะเป็น กรมที่ดิน กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกอ.รมน.ภ.4 ตรวจสอบต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ

โดยเฉพาะเรื่อง 1.การถือครองที่ดินโดยนิติบุคคลต่าง ด้าว-การดำเนินธุรกิจ ที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย  2.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน-เอกสารประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์การถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัทที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุน 3.เข้มงวด
การอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว
ให้ ตร.ตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย 4.ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้กระทำผิด-ผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง

การตื่นตัวของภาครัฐทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ ถือเป็นเรื่องดีเหมือนเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนปัญหาจะบานปลายกระจายวงไปทั้งเกาะพะงัน โดยเฉพาะความผิดปกติ บริษัทนิติบุคคลบางแห่ง เชื่อกันว่าเป็น นอมินี ชาวต่างชาติ กำลังทำโครงการก่อสร้างใหญ่ บริการท่องเที่ยวครบวงจร มีทั้งอาคารที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง บริการนำเที่ยว เช่ารถ ฯลฯ  

นอกจากต้องหาทางแก้ อุดช่องโหว่ ปัญหานอมินี สกัดชาวต่างชาติได้เข้ายึดที่ดินกอบโกยผลประโยชน์แล้ว อีกเรื่องที่ภาครัฐก็อย่ามองข้าม นโยบายฟรีวีซ่า เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง เป็นเรื่องของระดับรัฐบาลต้องยกระดับกลไก การคัดกรอง ควบคู่กันไปอย่างจริงจังด้วย ไม่ให้ความพยายามหวังกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวการลงทุน

กลายเป็นใบเบิกทางให้ “อาชญากรข้ามชาติ” แฝงตัวเข้ามาใช้ไทยเป็นฐาน ฟอกเงินทำธุรกิจผ่าน “นอมินี” กันแบบง่ายดายเช่นนี้!!.

เชิงผา