ประเด็นร้อนเกี่ยวกับการกลับมาใช้การเกณฑ์ทหารรูปแบบใด ๆ ก็ตาม สร้างความปั่นป่วนภายในรัฐบาลเบอร์ลิน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มพรรคประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี (ซีดียู) และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (ซีเอสยู) ของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี รวมถึงพรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี) ของนายบอริส พิสโตริอุส รมว.กลาโหมเยอรมนี


เมิร์ซ ซึ่งอ้างถึงความตึงเครียดที่อันตราย ระหว่างองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กับรัสเซีย และความสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นด้านความมั่นคงของสหรัฐที่มีต่อยุโรปในอนาคต ให้คำมั่นว่าจะสร้าง “กองทัพแบบดั้งเดิมที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีป” และมอบหมายให้พิสโตริอุส ดึงดูดกำลังพลใหม่


จนถึงขณะนี้ กองทัพเยอรมนีพึ่งพาการระดมกำลังอาสาสมัคร โดยได้รับการสนับสนุนจากกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ ในการขัดเกลาภาพลักษณ์ของประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันมืดมน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่ไว้วางใจในทุกสิ่งที่เกี่ยวกับกองทัพ


ด้วยเหตุนี้เอง พิสโตริอุสจึงรู้สึกไม่พอใจ เมื่อฝ่ายอนุรักษนิยมเรียกร้องให้รวมตัวเลือกการเกณฑ์ทหารแบบจับสลาก ไว้ในกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาเยอรมนี


พิสโตริอุสปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็น “การประนีประนอมแบบขี้เกียจ” ส่งผลให้นายนอร์แบร์ต เริตเกิน สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคซีดียู กล่าวหาอย่างโกรธเคืองว่า พิสโตริอุสทำลาย “ร่างกฎหมายฉบับสำคัญ” ซึ่งเขาโต้แย้งว่า การรวมบทบัญญัติการเกณฑ์ทหารไว้ในกฎหมาย ณ ตอนนี้ แทนที่จะเลื่อนการตัดสินใจออกไปในอนาคต ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม สมาชิกรัฐสภาเยอรมนีคนอื่น ต่างแสดงความกังวลเช่นกันว่า ข้อเสนอใด ๆ ที่จะเปิดโอกาสให้กลับมาใช้การเกณฑ์ทหารภาคบังคับ จะยิ่งขัดขวางการรณรงค์ให้ชาวเยอรมันรักกองทัพของประเทศอีกครั้ง


อนึ่ง ชาวเยอรมันหลายคน โดยเฉพาะผู้ชายอายุประมาณ 18 ปี และผู้ปกครองของพวกเขา ติดตามการถกเถียงเรื่องการเกณฑ์ทหารด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบางคนกล่าวว่า รัฐบาลเบอร์ลินกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวในประเทศ


แม้เยอรมนีระงับการเกณฑ์ทหารภาคบังคับเมื่อปี 2554 ภายใต้การนำของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีในเวลานั้น แต่การรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซีย ซึ่งเริ่มต้นในปี 2565 เป็นตัวพลิกสถานการณ์ และทำให้เยอรมนีเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมหาศาล


ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของแผนการของเยอรมนีในขณะนี้ คือ การทำให้การรับราชการทหารมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้น ด้วยค่าตอบแทนที่สูงขึ้น และสวัสดิการที่ดีขึ้น


อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางคนมองว่า การถกเถียงเรื่องการเกณฑ์ทหารยังเร็วเกินไป เนื่องจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการคัดเลือกและฝึกอบรมทหารใหม่ จะใช้เวลานานหลายปี และการเร่งรัดกระบวนการข้างต้น อาจลดความพร้อมรบในระยะสั้น อีกทั้งการถกเถียงเรื่องระบบใบดำใบแดง อาจส่งผลเสียต่อความพยายามทั้งหมด.


เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES