กลายเป็นกระแสความสนใจไปทั่วโลกหลังซูเปอร์สตาร์ระดับโลกสัญชาติไทยอย่าง “แบมแบม” กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ได้ปล่อยอัลบั้มภาษาไทยชุดแรกที่มีชื่อว่า [HOMETOWN] ออกมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากแฟน ๆ อย่างถล่มทลายตั้งแต่เริ่มปล่อยทีเซอร์และภาพออกมา ทำเอาอัลบั้มดังกล่าวกลายเป็นอัลบั้มที่ถูกจับตามองเพียงชั่วข้ามคืน
ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ กับหนุ่มแบมแบมถึงการทำงานที่เขาดูแลเองในทุกขั้นตอน รวมถึงความตั้งใจและเรื่องราวตัวตนของเขา ที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้กับแฟน ๆ หลาย ๆ คนทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง และที่มาที่ไปของคอนเสิร์ต “2025 BamBamHOMETOWN Concert in Bangkok” ที่ไทยที่จัดโดยผู้จัดมากความสามารถ iME Thailand (ไอมี่ ไทยแลนด์) จะเป็นเรื่องราวอะไรบ้างตามมาอ่านกันเลย

ทักทายแฟน ๆ สักหน่อย?
“สวัสดีแฟน ๆ เดลินิวส์ทุกคนครับ ผมแบมแบมครับ”
อัลบั้มไทยชุดแรก [HOMETOWN] ทำไมต้องชื่อนี้?
“ก็ตามความหมายนั้นเลย พอเกี่ยวกับบ้านเกิดผม ประเทศไทย มันไม่มีคำไหนที่จะเพอร์เฟกต์เท่าคำนี้แล้วครับ”
เตรียมตัวนานขนาดไหน และความพิเศษที่มันมีอยู่ข้างในเป็นอย่างไร?
“จริง ๆ ประมาณปีครึ่งอาจจะเลยหน่อยด้วยซ้ำ ความรู้สึกก็คือออกจากลูปของตัวเองหน่อย ปกติจะปล่อยอัลบั้ม K-POP แล้วก็เวิลด์ทัวร์ แล้วก็พักแล้วผมรู้สึกว่า มันดูไม่น่าสนุกและตื่นเต้นทั้งคนดูและผมเองด้วย ผมเลยอยากออกนอกกำแพงหน่อยครับ”
ทำไมถึงทำนานถึงปีครึ่งเลย?
“มันมีดีเทลหลายอย่างที่ต้องใส่ใจหน่อย ทั้งแต่งเพลง แต่งเนื้อ รีคอร์ดดิ้ง มิกซ์อีก คิดท่าเต้น คอนเซปต์ ดีไซน์โน้นนี่นั่น เดี๋ยวก็เขียนบทมิวสิกวิดีโอ มันก็ทุกอย่าง และตรงกลางก็มีทำอัลบั้มของ GOT7 ด้วยเลยยิ่งหนักเข้าไปครับ”
สิ่งที่ยากสำหรับอัลบั้มนี้ของแบมแบมคืออะไร?
“น่าจะเป็นการเขียนเนื้อภาษาไทยครับ ก็เลยให้เพื่อนสองคนเข้ามาช่วยครับ และวิธีการร้องภาษาไทยยังไงให้มีเสน่ห์ ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้ยากอะไรครับ”
เขาสอนทักษะยังไงให้มีเสน่ห์ เล่าให้ฟังหน่อย?
“เป็นการออกเสียงมากกว่าครับ อย่าง ร. ถามว่าประโยคที่ยากของผมในเรื่องการออกเสียงไม่มีครับ โดยรวมไม่มีครับ”
HOMETOWN สำหรับแบมแบมนึกถึงอะไร?
“ก็ภาษาไทยครับ”

ถ้าพูดถึงบ้านเกิด อยากพูดถึงอะไร?
“มันก็เป็นบ้านของผมเนอะ มันจะมีช่วงชีวิตวัยเด็กของผมอยู่ ถ้าพูดถึง HOMETOWN หรือบ้านเกิดจะนึกถึงตรงนี้ก่อนเลย
ตั้งแต่ปี 1997-2010 เป็นช่วงที่อยู่ไทย ตอนเด็ก ๆ ก็จะนึกถึงวันเก่า ๆบ้าง ตอนนี้เมืองอาจจะเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แต่ผมจำเมืองตอนนั้นได้”
พูดถึง HOMETOWN ปุ๊บ ความทรงจำไหนของแบมที่โผล่ขึ้นมาในหัวเลย เล่าให้ฟังหน่อย?
“เลียบด่วนฯ ครับ (ยิ้ม) จำเป็นสถานที่เอาครับ คือเลียบด่วนรามอินทรา ผมอยู่ตรงหมู่บ้านตรงนั้นด้วย เวลาไปโรงเรียนก็ต้องเดินผ่านทางเลียบด่วน พอขับผ่านเลียบด่วนทีไรก็จะนึกถึงวันเก่า ๆ เยอะครับ อย่างเลียบด่วนฯสมัยก่อนจะไม่มีตลาด แต่จะเป็นทุ่งหญ้าแห้ง ๆ มันเป็นหญ้าสูง ๆ แห้ง ๆ สีเหลืองเป็นแบบนั้นหมดเลย เดี๋ยวนี้เอาปูนมาถมหมดแล้ว และทำเป็นตลาดหมดแล้ว น่าจะเป็นสิ่งที่ผมเสียดายที่มันหายไปมาก ๆ ครับ”
เพลง ‘Dancing By Myself (Feat. TIMETHAI)’ การทำงานเป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็สนุกนะครับ ทุก ๆ ขั้นตอนก็เอนจอยกับมัน อัดจนถึงตอนซ้อมเต้น ถ่ายทำเอ็มวีทุกอย่างสมูทมากครับ ธามไทเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสนุก แต่เวลาทำงานเขาก็จริงจังนะครับ ก็ราบรื่นและไม่มีอะไรติดข้อง(ติดขัด)”
ตอนก่อนเจอธามไทและหลังเจอแล้ว เหมือนเดิมแบบที่คิดไหม?
“เหมือนเดิมครับ (ยิ้ม) ยิ่งสนิทและถูกขา (เข้าขา) กันมากขึ้น จากเพื่อนร่วมงานตอนนี้ก็กลายเป็นเพื่อนคนหนึ่งจริง ๆ บางทีว่าง ๆ ก็มีไปจอย ๆ กันบ้าง”
อะไรที่ทำให้แบมแบมเลือกธามไทเป็นศิลปินที่ร่วมงานด้วยคนแรก?
“น่าจะเป็นทักษะการเต้นกับคาแรกเตอร์ของเขาครับ ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่เต้นกับผมได้ในประเทศไทย เขาดูเป็นคนขี้เล่น ผมเห็นเขาจากเพลง “HIT ME UP” ก็เลยตามดูเขาและรู้ว่าเขาอยู่วงการมานานแล้วนะ พอทำงานด้วยกันคือวันแรกที่เจอ ตอนแรกธามไทเขาเกร็ง ๆ แต่พอคุยได้สัก 10 นาทีรู้สึกเหมือนรู้จักกันมา 10 ปีครับ (ยิ้ม) ก็คุยกันชิลชิล สบาย ๆ ครับ แต่ไม่ถึงขั้นแลกเปลี่ยนทักษะซึ่งกันและกัน แต่พอสนิทกันธามไทเขาก็ชวนผมไปกินข้าวบ้าง ทำนั่นนี่บ้าง ก็เหมือนได้เพื่อนคนไทยคนหนึ่งที่ชดเชยชีวิตวัยเด็กของผมได้ครับ”
สำหรับศิลปินท่านอื่น ๆ ที่ทำงานด้วยกันเป็นอย่างไรบ้าง?
“อย่างพี่เจฟ ซาเตอร์ก็ดีครับ จีบยากนิดนึงคือเพราะเพลงที่ผมอยากให้เขาร้อง มันไม่ใช่สไตล์พี่เขา พี่เจฟน่ารักครับ เขามืออาชีพอยู่แล้ว เขาอยากแต่งท่อนของเขาเอง ผมก็แบ่งท่อนเอาไว้และให้พี่เขาอัดและแต่งมาเลย คุยกันได้แป๊บเดียวก็เหมือนสนิทกันมานานมาก ส่วนพี่อิ้งค์ วรันธร ถึงพี่เขาจะร้องเพลงเศร้า แต่ผมว่าเสียงเขามีความสดใส รู้สึกว่าถ้าพี่อิ้งค์มาร้องเพลงสดใส ถ้าจะแปลกใหม่ในสายตาคน และเสียงพี่อิ้งค์มันมีความใสและหวานอยู่แล้ว จะให้ร้องแต่เพลงเศร้าก็รู้สึกเสียดาย เลยรู้สึกว่าอยากให้พี่อิ้งค์ลองอะไรใหม่ ๆ ด้วยเหมือนกันครับ แต่พี่เขามีความห้าว ๆ นิดนึง แต่เวลาทำงานพี่อิ้งค์ให้ผมคุมเสียงและคุมอัดเขา ทุกคนให้ความร่วมมือดีหมดเลย อย่างพี่ณิชา-ณัฏฐณิชา นางเอกเอ็มวีผมก็เก่งมาก ๆ รู้สึกว่าเลือกนางเอกถูกคนจริง ๆ คือเราคนละสายงานกันใช่ไหม แต่เขายังพยายามซัพพอร์ตเพลงของผมอยู่ ก็ขอบคุณจริง ๆ ครับ และเขาก็เก่งมาก ๆ พอมีการปรับเปลี่ยนซีนหน้าเซตเขาก็อนุญาตและให้ความร่วมมือมาก ๆ คือทุกคนมืออาชีพมาก ๆ ทำให้เป็นเหตุผลหลักเลยที่ทำให้อัลบั้มของผมมันคอมพลีตมาก ๆ”

การทำงานกับศิลปินทุกท่านต้องปรับอะไรไหม?
“ไม่มีครับ ผมเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องปรับอะไรเลยคือผมว่าถ้าอาร์ติสต์มาเจอกับอาร์ติสต์มันไม่ควรที่จะต้องปรับครับ เราก็
ต้องเป็นตัวของเราให้ได้มากที่สุด เราถึงจะได้ทำงานออกมาได้ดีมากที่สุดแต่เราจะไปปรับเพื่อให้งานมันราบรื่นผมว่าอันนั้นมันดูไม่เป็นตัวเอง มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
หลายคนบอกว่าคำว่าแบมแบมไม่มีธรรมดาอยู่แล้ว คาดหวังกับอัลบั้มนี้อย่างไรบ้าง?
“ผมอยากเอนจอยมากกว่า ถ้าถามว่าคาดหวังไหมก็นิดนึง อัลบั้มไทยครั้งแรก อยากให้หลายคนมาลองฟังเพลงที่เราแต่งมา สิ่งที่เราทำมา ไม่อยากคาดหวังเยอะมากครับ เพราะถ้าไม่เป็นตามหวังจะผิดหวังเยอะ ก็เอนจอยดีกว่าครับ”
เพลงไตเติ้ลของแบมแบมแค่สัปดาห์เดียวทะลุ 50 ล้านวิวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?
“จริง ๆ เกินคาดครับ ผมไม่อยากดูวิวตลอดเวลา มันไม่ควรเป็นแบบนั้น เราควรอยู่กับชีวิตจริงและผลงานที่เราปล่อยไปแล้วด้วย ผมก็ตกใจว่าแบบทำไมคนที่ไม่ใช่อากาเซ่ (ชื่อแฟนคลับ) หรือไม่ได้เป็นแฟนคลับเขาเข้ามาเอนจอยกับเอ็มวีนี้มาก ๆ แต่ผมโอเคครับ มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ไม่ใช่แค่ผม แต่มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่ของ T-POP และ K-POP ด้วย เราก็ทำให้มันดีที่สุดครับ”
นอกจากอัลบั้มไทยแล้วอยากทำอัลบั้มแบบไหนอีกไหม?
“จริง ๆ มันก็มีไม่กี่อย่าง แต่ผมอยากลองทำอัลบั้มออลอิงลิชดูสักครั้งหนึ่ง ปีหน้าถ้าผมจะจัดเวิลด์ทัวร์ แบบที่ตอนจบเวิลด์ทัวร์รอบที่แล้ว ก็อยากลองทำอัลบั้มที่มันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จริง ๆ ก็อยากทำมิวสิกวิดีโอแบบที่ปล่อยไป แต่อยากทำอีกแบบหนึ่ง แสดงอีกรอบหนึ่งก็น่าสนใจครับ”
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำอัลบั้มไทยคืออะไร?
“ได้เพื่อนเยอะขึ้นจากประเทศไทย เหมือนได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ช่วงระยะถ่ายทำก็อยู่กับตัวเองมาก ๆ ต้องงัดความทรงจำเก่า ๆ มาใช้เยอะพอสมควร รู้สึกรู้จักตัวเองมากขึ้นเยอะจริง ๆเลย ก็เลยเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และแฮปปี้ที่ได้เจอตัวตนของตัวเองจริง ๆ ว่าเรารู้สึกอย่างไร”
สำหรับคอนเสิร์ต “2025 BamBam HOMETOWN Concert in Bangkok” เล่าให้ฟังหน่อยเป็นอย่างไร?
“HOMETOWN คอนเสิร์ตเป็นคอนเสิร์ตที่โยงมาจากอัลบั้มนี้ ทั้งคอนเสิร์ตและคอนเซปต์ที่อยากจะสื่อความหมาย เรื่องโชว์ที่ผมเตรียมอยู่ ตอนนี้ก็จะมีความแตกต่างกับคอนเสิร์ตรอบที่แล้วมาก ๆ จะมีความเป็นแบมแบมในปัจจุบันตอนนี้มาก ๆ ทั้งความคิดหรือหลาย ๆ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อออกมา แล้วก็เป็นธีมงานวัด”

ภาพในหัวเป็นแบบไหน?
“ก็คือที่รับบัตรก็เป็นทรงแบบงานวัดเลย เตรียมดูรายละเอียดก่อน ตอนนี้เตรียมตัวอยู่ เพราะเหลือเวลาอีกเยอะพอสมควรเลย ก็เตรียมตัวให้ได้เยอะมากที่สุดครับ”
เหตุผลที่แฟนๆไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตครั้งนี้คืออะไร?
“น่าจะเป็นครั้งเดียวที่ผมจัดคอนเสิร์ต ที่มันไม่ใช่ในฐานะเวิลด์ทัวร์ มันเป็นคอนเสิร์ตเพื่ออัลบั้มและจัดที่ไทยแค่ที่เดียวเลย ถ้าสมมุติผมจัดเวิลด์ทัวร์ ผมต้องจัดที่ว่าไม่ว่าจะประเทศไหนเขาต้องเอนจอย แต่อันนี้ผมแค่คิดว่าต้องทำยังไงให้คนไทยคิดแล้วต้องสนุกครับ”
ทุกคนเอ็นดูแบมแบมมากเวลาพูดภาษาไทย ครั้งนี้มีอะไรมาพูดบ้าง?
“มีครับ (ยิ้ม) “เฟื่อน” เข้าใจความหมายว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพี่อนหรือแฟน อันนี้เรียนมาจากรายการ และคำว่า “โซ๊ะ” และ “แก้วมังกร” “เม็ดเยอะ ๆ” มีแค่นี้ครับ จริง ๆ ช่วงนี้มีอัลบั้มนี้และกลับไทย ก็เลยตามทันศัพท์พวกนี้ แต่ถ้าผมห่างหายไปจากอัลบั้มนี้ ผมก็อาจจะตามไม่ทันเหมือนเดิม (ยิ้ม)”
อัลบั้มนี้ได้พรีเซนต์ความเป็นไทย ถ้าแบมแบมอยากพาแฟน ๆ ไปเที่ยวสักที่หนึ่งในประเทศไทย อยากพาไปเที่ยวที่ไหน เพราะอะไร?
“ตลาดเลียบด่วนฯ ครับ เอาจริง ๆ นะ ผมรู้สึกว่าที่ที่มันดัง ๆ นักท่องเที่ยวเยอะอยู่แล้ว ต้องไปที่ที่คนไทยเราไปจริง ๆ”
ถ้าพรีเซนต์ตลาดเลียบด่วนฯ อยากพรีเซนต์อะไรทำไมต้องไปเที่ยว?
“ก็ถ้าอยากรู้ว่าอะไรคือไทยจริง ๆ อีกอย่างจริง ๆ ก็ไทยหมดแหละครับ แต่อยากเข้าถึงชีวิตคนไทยต้องที่นี่เลย เพราะถ้าไปคุณจะไม่เจอคนต่างชาติเลย จะเจอแต่คนที่อยู่แถวนั้นเท่านั้น ส่วนใหญ่ถ้าผมไปจะเน้นกินครับ เดินกิน แต่ผมไม่ค่อยได้ไปหรอก แต่ถ้าเดินกินและมีเสื้อผ้ามือสองให้ดูบ้างใครชอบดริงก์ก็มีมุมครับ เป็นสถานที่ที่เอนจอยได้หมด กับเพื่อนหรือกับตัวเองก็ได้ครับ”
อาหารไทยที่แบมแบมอยากแนะนำให้คนอื่นลองทานคืออะไร?
“ก็ส้มตำแหละครับ แต่ส้มตำคนก็เริ่มรู้จักกันเยอะแล้วเพราะผมพูดไปหลายรอบแล้ว เอาเป็นซุบหน่อไม้ หรือต้มซุปเปอร์ที่ผมชอบเพราะมันถึงใจดี ผมชอบทานเผ็ด แต่ถ้าเลือกเมนูแซ่บ ๆให้แฟน ๆ เลือกส้มตำครับ พอทานแล้วจะเผ็ดครับ วิธีแก้เผ็ดไม่มีครับ ก็ซู้ดซี้ดไป(ยิ้ม) ถึงจะเผ็ดยังไงก็ตาม ผมว่ามันต้องเผ็ดถึงจะอร่อยครับ ถ้ากินส้มตำไม่เผ็ด แล้วมันจะรู้สึกเค็มเกินไป แล้วส้มตำต้องปลาร้าด้วยนะครับ”
แฟน ๆ มีแบมแบมเป็นต้นแบบที่ดีเสมอมา มีอะไรอยากบอกคนไทยไหม?
“(ยิ้ม) ก็ไม่หรอกครับ ผมก็แค่เป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดและผมก็เรียนรู้จากความผิดพลาดบ้าง จากประสบการณ์บ้าง ผมว่าต้องเป็นคนกล้า ต้องเอนจอยกับทุกรายละเอียด ไม่ต้องมองโลกในแง่ดีมาก ๆ แต่เราต้องเอนจอยกับสิ่งที่เราทำ ถ้าเป็นอย่างนั้นทำอะไรออกมา ผลลัพธ์มันจะดีทั้งหมดเลย”

ฝากอัลบั้ม [HOMETOWN] สักหน่อย?
“ตอนนี้อัลบั้มก็ปล่อยไปแล้วนะครับ มีศิลปินร่วมงานทั้งพี่ธามไท พี่เจฟ ซาเตอร์ พี่อิ้งค์ วรันธร และนางเอกเอ็มวีพี่ณิชา ณัฏฐณิชา ทุกคนให้ความร่วมมือเยอะมาก ๆ ซึ่งทั้งผมและทีมงานไทยและเกาหลี เราใส่จิตวิญญาณไปในอัลบั้มนี้เยอะมาก ๆ หวังว่ามันจะสื่อถึงทุกคน และอยากให้ทุกคนเอนจอยกับสิ่งที่เราเตรียมมาให้ทุกคน และฝากคอนเสิร์ตด้วยครับ”
ยิ่งได้พูดคุยกับ “แบมแบม” ก็ยิ่งทำให้รู้สึกหลงรักเขามากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยผลงานหรือทัศนคติที่ทำให้แฟน ๆ เข้าใจได้ดีว่าการทำงานแบบมืออาชีพและการทำงานของศิลปินที่รักแฟนคลับอย่างมากมายมันเป็นอย่างไร ยังไงก็ฝากทุกคนรักและเป็นกำลังใจให้กับแบมแบมในทุก ๆ ผลงานที่จะปล่อยออกมาเลยนะจ๊ะ.
เรื่อง : สมคิด แซ่คู ภาพ : ธนทัต จันทารักษ์



