ทุกวันนี้ เราเห็นสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ ขณะเดียวกันก็มีความตึงเครียดที่คุกรุ่นระหว่างอิสราเอลกับประเทศเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวัน แล้วยังมีเกาหลีเหนือที่จัดการแสดงขีปนาวุธและแสนยานุภาพของกองทัพอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสงครามปะทุขึ้นที่ใดที่หนึ่งก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะลากเอาโลกส่วนใหญ่เข้าสู่ความขัดแย้งไปด้วย ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวที่สหภาพยุโรปประกาศแนะนำประชาชนให้จัดเตรียม “ชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน” ซึ่งประกอบด้วยอาหาร ยาและสิ่งของจำเป็น
ดังนั้น หากสิ่งที่คาดไม่ถึงกลายเป็นความจริง ที่แห่งไหนเล่า จึงจะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตระหว่างสงคราม?
แน่นอนว่าความปลอดภัยของแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะปะทุที่ใด ตัวอย่างเช่น สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศซึ่งรักษาความเป็นกลางมายาวนานและมักถูกมองว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในกรณีที่เกิดสงคราม อย่างไรก็ตาม หากมีการยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์เข้าเขตยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย
ความจริงแล้ว อาจไม่มีที่ใดจะปลอดภัยแบบ 100% เลย อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายประเทศที่มักได้รับการเสนอชื่อว่า “ปลอดภัย” กว่าประเทศอื่นๆ ในยามสงคราม ดังนี้

“นิวซีแลนด์” เป็นชื่อแรกๆ ที่ติดอันดับประเทศปลอดภัย ประเทศนี้อยู่ห่างจากเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดอย่างออสเตรเลียประมาณ 2,000 กิโลเมตร ซึ่งหมายความว่าอยู่ห่างไกลจากศูนย์อำนาจหลักที่อาจเกิดความขัดแย้งกันได้ ทำให้ไม่เข้าข่ายที่จะเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตี แม้จะเป็นประเทศพันธมิตรขององค์การนาโตก็ตาม นิวซีแลนด์ยังอยู่ในอันดับที่สามของ ดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) และมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองสูง
นอกจากนิวซีแลนด์แล้ว ยังมี “รัฐออสเตรเลียตะวันตก” เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยกรุงเพิร์ท เมืองหลวงของรัฐนี้ถือเป็นเมืองใหญ่ที่ห่างไกลเมืองอื่นๆ และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหาร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัด
“ไอซ์แลนด์” ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดี ประเทศนี้อยู่ในตำแหน่งรองอันดับหนึ่งในดัชนีสันติภาพโลกมาอย่างต่อเนื่อง มักถูกจับคู่กับสวิตเซอร์แลนด์ว่าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในยุโรปหากสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้น
ความห่างไกลจากเพื่อนบ้านคือข้อได้เปรียบ ประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดของไอซ์แลนด์คือกรีนแลนด์และหมู่เกาะแฟโร ประเทศนี้ยังมีพลังงานความร้อนใต้พิภพที่อุดมสมบูรณ์ แม้จะหนาวเย็นมากในฤดูหนาวและมีการปะทุของภูเขาไฟเป็นประจำ แต่ก็ยังดีกว่าการอยู่ในเขตสงคราม
ที่นี่ยังไม่มีกองทัพประจำการ แต่เคยเป็นเจ้าภาพกองกำลังนาโตเป็นครั้งคราว ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่จะถูกกำหนดเป้าหมายนั้นมีน้อย
“ชิลี” คือประเทศปลอดภัยของทวีปอเมริกาใต้ เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากแนวหน้าของเขตความขัดแย้ง ชิลีได้รับการปกป้องโดยมหาสมุทรแปซิฟิกและเทือกเขาแอนดีส แต่ประเทศในทวีปเดียวกันอย่างอาร์เจนตินา และ อุรุกวัย ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน
“บอตสวานา” ในแอฟริกาใต้คืออีกประเทศที่ถือว่าปลอดภัย เนื่องจากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์คืออยู่ในซีกโลกใต้และอยู่ห่างไกลจากอาวุธนิวเคลียร์และเป้าหมายต่างๆ บอตสวานายังเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมากมาย
สำหรับตัวเลือกอื่นๆ ในทวีปเดียวกันคือประเทศเพื่อนบ้านอย่าง นามิเบียและแอฟริกาใต้
“ภูฏาน” ประเทศเล็กๆ ในเอเชียคือประเทศสุดท้ายที่อยู่ในรายชื่อ “ประเทศปลอดภัย” ยามสงครามโลก ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ติดกับอินเดียและจีนนี้ มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์คือตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ภูฏานวางตัวเป็นกลาง ซึ่งทำให้มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายของขีปนาวุธนิวเคลียร์น้อยมาก
ที่มา : ladbible.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



