เปิดบริการเฟสแรกแล้ว สำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 หรือM82 ทางยกระดับบนถนนพระราม2  ตัวเชื่อมการเดินทางสู่ภาคใต้ให้สะดวกยิ่งขึ้น …..สัปดาห์นี้”นายสปีด” พาไปอัปเดตมอเตอร์เวย์สายใหม่…M5 ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุขช่วงรังสิต – บางปะอิน  ระบายการจราจรกรุงเทพฯด้านเหนือและตัวเชื่อมการเดินทางสู่ภาคอีสาน…. 

วันที่ 6 พ.ย. 2568  เวลา 08.30-12.00 น.  กรมทางหลวง(ทล.) เจ้าของโครงการ    กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Market Sounding) การให้เอกชนร่วมลงทุนในการบริหารจัดการโครงการมอเตอร์เวย์ M5 ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน   ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ที่ห้องบอลรูม ชั้นล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ นำเสนอสาระสำคัญของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนต่อภาคเอกชน พร้อมรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง นำไปประกอบการปรับปรุงร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับ การคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนต่อไป     ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรกในรอบ 1 ปี หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการM5ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.2567  

กรมทางหลวง ว่าจ้างบริษัท เอเชียน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด ร่วมกับบริษัท เอพชิลอน จำกัด บริษัท ซีแอนด์ ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เวนเจอร์ จำกัด และบริษัท วีระวงค์ ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส จำกัด วงเงินประมาณ 40ล้านบาท   เป็นที่ปรึกษาจัดเตรียมเอกสารให้คำปรึกษาการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน(Request for Proposal Document : RFP) โครงการ M5 ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุขช่วงรังสิต-บางปะอิน

คาดว่ากระบวนการต่างๆ จะแล้วเสร็จและเริ่มเปิดประมูลหาผู้ร่วมทุนไตรมาสแรกปี 2569 ได้ผู้ชนะเข้าร่วมทุนและลงนามสัญญาเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 ใช้เวลา 4 ปีเปิดบริการประมาณ ปี 2573

โครงการ  M5 ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน  มีระยะทาง 22กม. วงเงินลงทุน 31,358 ล้านบาท เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP Gross Cost เอกชนลงทุนก่อสร้าง ดำเนินงาน และบำรุงรักษาโครงการ   รัฐจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน วงเงิน 77.78 ล้านบาท  และเป็นเจ้าของรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด จ่ายค่าตอบแทนให้เอกชนตามผลดำเนินงาน ระยะเวลาโครงการ 34 ปี เฟส 1 ออกแบบและก่อสร้าง (ไม่เกิน 4 ปี)เฟส2 การดำเนินงานและบำรุงรักษา (30 ปี)

รูปแบบเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร  ใช้แนวก่อสร้างบนเกาะกลางถนนพหลโยธิน(ทล.1) มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางยกระดับอุตราภิมุขหรือที่เรียกกันติดปากว่าดอนเมืองโทลล์เวย์  ที่เปิดบริการในปัจจุบัน บริเวณทางแยกต่างระดับรังสิต (กม.33+924 ของถนนพหลโยธินบริเวณโรงกษาปณ์ ) และมีจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน ( กม.1+800 ของทล.32หรือถนนสายเอเชีย)  

แนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รวมทั้งอ.บางปะอิน และ อ.วังน้อย จ. พระนครศรีอยุธยา   เป็นข้อต่อโครงข่ายการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ด้านเหนือ  บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีรังสิต  โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนอันเกิดจากการขยายตัวของชุมชนเมืองด้านทิศเหนือ  ที่เชื่อมต่อจ.ปทุมธานีและ จ.พระนครศรีอยุธยา

รวมทั้งเชื่อมมอเตอร์เวย์M6สายบางปะอิน นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. ที่เปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการตั้งแต่ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 80 กม. แล้ว   มีแผนเปิดบริการตลอดเส้นทางภายในปี 2569  เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายเดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย  สนับสนุนการท่องเที่ยวและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ตลอดเส้นทางมีจุดขึ้น-ลง  7 แห่ง  

1) จุดขึ้นลง บริเวณด่านฯ รังสิต 1 (และจุดพักรถ)

2) จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ รังสิต 2

3) จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ คลองหลวง

4) จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ม.ธรรมศาสตร์

5) จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ นวนคร

6) จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ วไลยอลงกรณ์

7) จุดขึ้น-ลง บริเวณด่านฯ ประตูน้ำพระอินทร์

อัตราค่าผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ 20-80 บาท  และรถยนต์มากกว่า 4 ล้อ 30-130 บาทปรับขึ้นทุก 5 ปี อัตรา 2.5% ต่อปี  เก็บค่าผ่านทางแบบ Multi-lane free flow (M-Flow)

ขณะนี้โครงการดอนเมืองโทลล์เวย์ช่วงอนุสรณ์สถาน-ดอนเมือง และช่วงดอนเมือง-ดินแดง  ระยะทาง21 กม. เก็บค่าผ่านทางรวมกันครั้งเดียวที่ด่านดอนเมืองรถ 4 ล้อ  130 บาท/คัน  และมากกว่า 4 ล้อ  170 บาท/คัน  (สิ้นสุดสัญญาสัมปทานปี 2577)

เมื่อเปิดบริการส่วนต่อขยายไปถึงบางปะอินค่าผ่านทางจะถูกบวกเข้าไป  และรวมกับค่าผ่านทางของM6ที่จะเปิดเต็มระบบ อาทิ รถ 4 ล้อ 240 บาท   การเดินทางจากกรุงเทพฯเปิดประตูโคราชสู่ภาคอีสาน รถ 4 ล้อประมาณ 450 บาท แลกกับความสะดวกรวดเร็วด้วยความเร็ว 120 กม.ต่อชม. ภายในเวลาไม่เกิน 3 ชม.

……………………………………………….
นายสปีด

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่…