หลังจากโค้งคำนับ และถวายผลไม้กับปลาตากแห้งแล้ว นายรยู แจ-ฮง ก็โยนแก้วเหล้าไปที่รั้วลวดหนามหนาหลายชั้น ซึ่งป้องกันเกาะกโยดงของเกาหลีใต้ จากเกาหลีเหนือ
ชาวเกาหลีใต้ประกอบพิธีฌาปนกิจเช่นนี้ ในช่วงเทศกาลเก็บเกี่ยวกับฤดูใบไม้ร่วง “ชูซอก” ที่แท่นบูชาซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายแดน เพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ยังคงอยู่ในเกาหลีเหนือ
เพียง 2 กิโลเมตรจากแท่นบูชามังฮยางแด ณ ปลายสุดทางตอนเหนือของเกาะกโยดง เกษตรกรหลายคนทำงานภายใต้ธงสีแดง และตัวอักษรขนาดใหญ่บนยอดเขาใกล้เคียงที่เรียงกันเป็นคำขวัญว่า “สังคมนิยมจงเจริญ!”
“พวกเขาอยู่ที่นั่น ผมหวังว่าพวกเขาจะสบายดี” รยู กล่าว ซึ่งบิดาของเขาหลบหนีมายังเกาหลีใต้ เมื่อสิ้นสุดสงครามเกาหลีในช่วงทศวรรษที่ 1950 แต่ยายและญาติคนอื่น ๆ ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ และเขาไม่ได้ยินข่าวคราวอีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เกาะกโยดง ซึ่งตั้งอยู่บนปากแม่น้ำฮัน ต้อนรับผู้พลัดถิ่นหลายพันคนในช่วงสงครามเกาหลี โดยหลายคนเดินทางด้วยเรือลำเล็ก หรือแม้แต่ว่ายน้ำ เมื่อกองกำลังของจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเกาหลีเหนือ รุกคืบเมืองยอนแบก ทว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่า นี่คือการข้ามพรมแดนครั้งสุดท้าย
กลุ่มผู้พลัดถิ่นได้รับการปลอบขวัญจากเหล่านกนางแอ่นบนเกาะกโยดง ซึ่งตำนานเล่าขานกันว่า มันทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร และสามารถข้ามพรมแดนที่ผ่านยากที่สุดในโลกได้ ส่วนกล้องส่องทางไกลที่ติดตั้งไว้ที่แท่นบูชามังฮยางแด กลายเป็นวิธีเดียวที่ทำให้มองเห็นสถานที่ที่พวกเขาเคยเรียกว่าบ้าน ซึ่งปัจจุบันอยู่หลังรั้วลวดหนามกั้นชายแดน
แม้ผู้ลี้ภัยรุ่นแรกส่วนใหญ่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้พลัดถิ่นที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่คน ยังคงรู้สึกเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก เนื่องจากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ แต่พ่อแม่พี่น้องทุกคน ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ
“ผมมาถึงเกาหลีใต้ และต้องทอดทิ้งพวกเขา การใช้ชีวิตอย่างหรูหราจะมีประโยชน์อะไร หากผมไม่ได้เห็นหน้าพวกเขาอีก ผมร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน และหวังว่าพวกเราจะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ผมอยากเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น ก่อนที่ผมจะหลับไปตลอดกาล” นายไช แจ-อ๊ก วัย 94 ปี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความฝันของไชยังคงห่างไกลจากความเป็นจริง เพราะถึงแม้เกาหลีเหนือแสดงความสนใจที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ แต่รัฐบาลเปียงยางระบุอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีทางคุยกับเกาหลีใต้” โดยกำหนดให้เกาหลีใต้เป็น “รัฐศัตรู” ที่การแยกตัวไม่สามารถย้อนกลับได้
อนึ่ง รัฐบาลเปียงยางรื้อถอนสถาบันทุกแห่งที่ทุ่มเทให้กับการรวมชาติ รวมถึงทำลายถนนและทางรถไฟที่เชื่อมต่อเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงผ่อนคลายความตึงเครียด เมื่อช่วงทศวรรษที่ 2000
ไชกล่าวว่า ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขา คือ ถ้าการรวมชาติไม่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเขา แต่การแลกเปลี่ยนระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ จะช่วยให้เขามีโอกาสไว้อาลัยที่หลุมศพของบิดามารดาในเกาหลีเหนือ “เป็นอย่างน้อยที่สุด”
“เกาหลีเหนืออยู่ห่างจากที่นี่แค่ 6 กิโลเมตร ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ จะใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้ และมันไม่มีอะไรที่เจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกแล้ว” ไช กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



