ป่าไม้” ไม่เพียงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างสมดุลให้ระบบนิเวศ แต่ยังเป็นรากฐานแห่งวิถีชีวิตคนไทยมายาวนาน ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัย เพื่อการอนุรักษ์ผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่หยุดยั้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงสืบสานพระราชปณิธานผ่านหลากหลายโครงการในพระราชดำริ เพื่อให้คนไทยอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้“อรรถพล เจริญชันษา” อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและภารกิจสำคัญในการสานต่อพระราชปณิธานแห่งการอนุรักษ์ เพื่อความสมดุลของธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย ว่า “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” ทรงมีพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ ให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก โดย ครม. มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2553 ถวายพระราชสมัญญา พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ”  เนื่องในปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ พระองค์ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน โดยมีพระราชดำริในเรื่องจะทำอย่างไรให้คนอยู่กับป่าได้ จนเราได้นำแนวพระราชดำรินี้มาใช้ในปัจจุบันที่จะทำอย่างไรให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนจริงๆ ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้คนอยู่โดยไม่บุกรุกป่าและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแนวพระราชดำริที่พระองค์ท่านให้อนุรักษ์ป่า โดยเฉพาะป่าต้นน้ำเป็นแนวพระราชดำริที่ส่งผลให้พวกเราชาวไทยได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เกิดจากฐานทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าจริง

คนที่อยู่ในพื้นที่ป่าหลายๆ ชุมชน จะมีโครงการพระราชดำริที่เข้าไปพัฒนาชุมชนทั้งในเรื่องของอาชีพ เรื่องของการปรับเปลี่ยนอาชีพที่ทำลายป่า มาเป็นอาชีพทางการเกษตรในรูปแบบผสมผสาน สร้างผลผลิตมูลค่าสูง ที่ก่อให้เกิดรายได้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่า และทำให้อยู่ได้โดยไม่ต้องขยายพื้นที่ออกไป คือ ไม่บุกรุกป่าไม่ไปล่าสัตว์ทำลายป่า เรียกว่าเป็นการทำการเกษตรที่ยั่งยืน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะว่าลดการเผาป่า ลดการใช้สารเคมี หลายผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าให้กับประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็น โกโก้ ผลไม้เมืองหนาว กาแฟ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับชนิดต่างๆ เป็นต้น

พระองค์ท่านมีทุกมิติในเรื่องของการพัฒนาควบคู่กับการอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กัน  มีทั้งเรื่องของการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เรื่องของการพัฒนาชุมชน การปลูกสร้างสวนป่า การรวบรวมพันธุ์ไม้มีค่าทั้งพันธุ์ไม้ป่า กล้วยไม้ป่า ดอกไม้ป่ามากมายหลายชนิด ผมว่าเกือบจะนับ 100 ชนิดที่พระองค์ท่านพระราชทานนาม เช่นเดียวกัน ดอกไม้ กล้วยไม้ป่า หรือต้นไม้ป่าที่มีการขอพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยมาตั้งชื่อ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระองค์ท่านก็มีหลายชนิดพันธุ์ด้วยกัน

อีกทั้งยังริเริ่มให้จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อที่จะเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้มีค่า แหล่งรวบรวมกล้วยไม้ป่าต่างๆ เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้ให้กับประชาชน นำไปต่อยอดในเรื่องของการสร้างอาชีพ การทดลองวิจัย เพื่อนำเอาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ หรือการบริโภคที่เกิดประโยชน์

ดังนั้นจะเห็นว่ามีหลายโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผมว่าอุทยานฯ ที่พระองค์ท่านเคยเสด็จนั้น น่าจะไม่ต่ำกว่า 80-90% ของอุทยานฯ  156 แห่งทั่วประเทศ เกือบทุกที่ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านได้มีพระราชดำริและพระราชเสวนีย์มาโดยตลอด  

“โครงการที่สำคัญๆ เช่น โครงการป่ารักน้ำ ซึ่งมีที่มาจากพระราชเสาวนีย์ของพระองค์ท่านที่ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9  เป็นน้ำ พระองค์ท่านก็จะเป็นป่าที่จะถวายความจงรักภักดี ซึ่งพระองค์ท่านมองเห็นระบบนิเวศที่จะเกื้อกูล โดยเฉพาะเรื่องของทรัพยากรป่าไม้ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ซึ่งปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะว่าน้ำที่เป็นต้นน้ำ แหล่งน้ำ ของประเทศไทยจริงๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากพื้นที่ป่า ตรงนี้ถ้าเราดูแลป่าไว้ได้ก็สามารถทำให้ประชาชนได้ใช้น้ำอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ”

นอกจากนั้นยังมีโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะให้อยู่ในป่าได้อย่างยั่งยืน  หรือ โครงการพัฒนาเกษตรที่สูง และที่สำคัญพระองค์ท่านยังให้มีการจัดตั้งกลุ่มราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ซึ่งมีพระราชเสาวนีย์มาตั้งแต่ปี 2537  ณ วันนี้เรามีการอบรม รสทป. แล้วเกือบ 2 แสนคนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเป็นการทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 1-4  และมีการพระราชทานธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” ให้กับราษฎรที่เป็น รสทป.ทุกปี ทำให้ประชาชนได้ซึมซับกับการอนุรักษ์การดูแลรักษาป่าไปพร้อมๆ กับโอกาสในการพัฒนาอาชีพให้เขา เพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน ที่สำคัญยังเป็นรากฐานสำคัญที่เรานำไปแก้กฎหมาย ซึ่งในปี 2562 รัฐบาลได้ปรับปรุง พ.ร.บ.อุทยานฯ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าสามารถอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาชุมชนเหล่านั้นตามที่พระองค์ท่านได้ทรงมีแนวพระราชดำริไว้ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ประชาชน 4,042 หมู่บ้าน/ชุมชน ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ทั้งหมด 224 ป่า ได้รับประโยชน์และได้รับการพัฒนาชุมชนไปด้วย

โดยกรมอุทยานฯ ได้สืบสานแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาโดยตลอด กรมอุทยานฯ มีประมาณ 70 โครงการ ณ วันนี้เราก็ยังดำเนินการต่อ และพยายามที่จะสืบสานต่อยอด นำไปขยายผลในหลายๆ พื้นที่ ในบางพื้นที่หรือชุมชนต่างๆ ที่เราเข้าไปขอความร่วมมือในเรื่องของการอาศัยอยู่ทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ เราก็ใช้แนวพระราชดำริเหล่านี้เข้าไปขยายผลในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้มีรูปแบบการพัฒนาที่เป็นรูปแบบเดียวกัน เป้าหมาย คือ การอยู่อย่างยั่งยืนจริงๆ เหมือนที่พระองค์ท่านได้รับสั่งไว้ในอดีตว่า ทั้งคน ทั้งป่า ทั้งสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ทั้งหมด ก็ถือว่าการอยู่ร่วมกันได้ทั้งหมดนั้นจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุดโดยที่ไม่เป็นภัยคุกคามซึ่งกันและกัน

“พระองค์ท่านเป็นพระแม่ของผู้พิทักษ์ป่า เพราะว่าโครงการพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิตนั้น เรียกว่าเป็นคำที่อธิบายได้ชัดเจนมาก เราดูแลรักษาป่าทั้งหมด เพื่อชีวิตของประชาชน ดังนั้นหน้าที่ที่เราควรจะต้องทำเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลหรือเป็นการเทิดพระเกียรติของพระองค์ท่าน หรือสิ่งที่เราจะตอบแทนพระองค์ท่านได้ดีที่สุดคือการทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ้าเราได้มีส่วนร่วมในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ถือว่าเป็นการทำความดีถวายพระองค์ท่านแล้ว”

ทั้งนี้เรากำลังวางแผนว่าโครงการพระราชดำริ หรือพระราชเสาวนีย์ที่สำคัญจะทำอย่างไร เพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชน ได้รับรู้รับทราบ โดยการจัดนิทรรศการที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเป็นเรื่องสำคัญ อาจจะต้องมีการจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติโดยเฉพาะเหล่าผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศของเรา.