ช่วงต้นสัปดาห์นี้มีการเปิดเผยที่น่าตกตะลึงจากฝ่ายอัยการของอิตาลี โดยประกาศชัดเจนว่ากำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ในช่วงทศวรรษ 1990 กลุ่มหัวรุนแรงขวาจัดและผู้ที่ชื่นชอบอาวุธปืนจากอิตาลี สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และประเทศอื่นๆ ได้เดินทางไปยังประเทศบอสเนียและจ่ายเงินให้กับกองกำลังเซิร์บ เพื่อให้พวกเขาสามารถยิงกระสุนปืนใส่ชาวเมืองได้ในรูปแบบของ “การท่องเที่ยวสงคราม”

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ La Repubblica ชาวต่างชาติแต่ละคนที่ต้องการเข้าร่วม “เกมล่ามนุษย์” นี้จะต้องจ่ายเงินซึ่งเทียบเท่ามูลค่าเงินในปัจจุบันได้ว่าอยู่ระหว่าง 80,000 – 100,000 ยูโร (ประมาณ 3 – 3.7 ล้านบาท)  โดยมี “รายการสินค้า” ที่ระบุราคาระดับต่างๆ ขึ้นอยู่กับ “เป้าหมาย”

ชาวเมืองซาราเยโวนั่งหลบกระสุนของพลซุ่มยิงที่ริมรั้ว เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 1993 (Vincent AMALVY / AFP)

เอซิโอ กาวาซเซนิ นักเขียนข่าวสืบสวนสอบสวนและผู้มีส่วนในการขุดคุ้ยเรื่องนี้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อิตาลีว่า “มีการกำหนดราคาสำหรับการสังหารเหล่านี้คือ ‘เด็ก’ จะมีราคาสูงกว่า ถัดจากนั้นคือ ‘ผู้ชาย’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายที่อยู่ในเครื่องแบบและมีอาวุธ ตามมาด้วย ‘ผู้หญิง’ และสุดท้ายคือ ‘คนชรา’ ซึ่งสามารถฆ่าได้ฟรีๆ” 

ทหารบอสเนียและพลเรือนในย่านธุรกิจของซาราเยโวตกอยู่ภายใต้การยิงโจมตีจากพลซุ่มยิงของกองกำลังชาวเซิร์บเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1992 (MIKE PERSSON / AFP)

เขายังกล่าวเสริมว่า “พวกเขาออกเดินทางจากเมืองตรีเยสเตเพื่อ ‘ล่ามนุษย์’ จากนั้นก็กลับบ้านและดำเนินชีวิตไปตามปกติ พวกเขาเป็นบุคคลที่น่าเคารพในสายตาของผู้ที่รู้จักพวกเขา”

เบนยามินา คาริก อดีตนายกเทศมนตรีเมืองซาราเยโวเป็นผู้ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อ “บุคคลที่ไม่ทราบชื่อ” เธอบอกกับสำนักข่าว ANSA ของอิตาลีว่า “ทีมงานทั้งหมดทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและกำลังต่อสู้เพื่อให้มีคนรับฟังข้อร้องเรียนนี้”

พยานในการสืบสวนให้ข้อมูลว่า “ทริปล่ามนุษย์” จะจัดขึ้นที่เมืองตรีเยสเตซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ที่เข้าร่วมเกมจะถูกนำตัวไปยังจุดซุ่มยิงบนเนินเขาที่มองเห็นเมืองซาราเยโวโดยมีกองกำลังติดอาวุธเซิร์บที่ภักดีต่อ ราโดวาน การาจิช (อดีตผู้นำเซิร์บในบอสเนียซึ่งต่อมาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ) เป็นผู้จัดการ

แม้ประเทศเซอร์เบียจะปฏิเสธว่าไม่มีบทบาทใดๆ ในเกมการล่าสังหารที่ถูกกล่าวหา แต่พนักงานสอบสวนเชื่อว่าหน่วยข่าวกรองของเซอร์เบียทราบหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว

สภาพเมืองซาราเยโวเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ.​1992 หญิงสูงวัยในภาพกำลังออกไปซื้อหาของใช้จำเป็นในระหว่างหยุดยิง ย่านใจกลางเมืองถือว่าเป็นพื้นที่อันตรายที่สุดเพราะมีการซุ่มยิงพลเรือนเป็นประจำ (Christophe SIMON / AFP)

ขณะนี้ ทีมสอบสวนกำลังทำงานร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ Raggruppamento Operativo Speciale ซึ่งเป็นหน่วยของกองกำลังตำรวจทหารที่ดูแลการก่อการร้ายและอาชญากรรมจัดตั้ง ฝ่ายอัยการต้องการระบุตัวชาวอิตาลีที่เข้าร่วมเพื่อตั้งข้อหา “ฆาตกรรมโดยเจตนาที่มีเหตุฉกรรจ์จากการทารุณกรรมและแรงจูงใจที่น่ารังเกียจ” (การฆ่าคนโดยเจตนา ซึ่งมีความร้ายแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ และมีแรงจูงใจในการกระทำที่ต่ำช้าและน่ารังเกียจ)

เอดิน ซูบาซิก อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองบอสเนียกล่าวว่า ทหารเซิร์บที่โดนจับกุมได้บอกเขาว่า มีชาวอิตาลีหลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อจะได้ใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงพลเรือนในซาราเยโว

จอห์น จอร์แดน อดีตนาวิกโยธินสหรัฐให้การต่อศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตประเทศยูโกสลาเวียในปีค.ศ. 2007 ว่ามี “มือปืนนักท่องเที่ยว” มาที่ซาราเยโว “เพื่อยิงใส่พลเรือนเพื่อความพึงพอใจส่วนตัว” 

จอร์แดนกล่าวถึงชายคนหนึ่งที่มาพร้อมกับปืนไรเฟิลล่าสัตว์ที่ “เหมาะกับการล่าหมูป่ามากกว่าการรบในเมือง” และถือปืน “เหมือนพวกมือใหม่”

การปิดล้อมเมืองซาราเยโวเกิดขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1992 – 1996 และเป็นการปิดล้อมเมืองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรปสมัยใหม่ และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 11,500 คน

พลซุ่มยิงของกองกำลังบอสเนียเข้าประจำตำแหน่งในแนวหน้าที่เนินเขาเหนือเมืองซาราเยโว เมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1993 (Vincent AMALVY / AFP)

มีรายงานว่าหน่วยข่าวกรองอิตาลี SISMI ได้ยืนยันในขณะนั้นว่า มีกลุ่ม “พลซุ่มยิงช่วงสุดสัปดาห์” ที่เป็นชาวต่างชาติเดินทางไปเยือนซาราเยโว

ทิม จูดาห์ นักข่าวชาวอังกฤษและผู้เชี่ยวชาญเหตุการณ์ในคาบสมุทรบอลข่านกล่าวว่า เป็นไปได้ที่จะมีการกิจกรรมดังที่กล่าวหา แต่เชื่อว่ามีข้อจำกัดในแง่ของจำนวนผู้ที่เข้าร่วม

“ตั้งแต่ปีค.ศ. 1992 – 1995 ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพาเล ซึ่งเป็นกองบัญชาการใหญ่ของกองกำลังชาวเซิร์บในบอสเนีย และผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย” เขาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ The Telegraph “ผมไม่ได้จะบอกว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น เป็นไปได้ว่ามีคนเต็มใจจ่ายเงินเพื่อทำเรื่องแบบนี้ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะจำนวนมากนัก”

อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมคือภาพยนตร์ที่บันทึกภาพของ เอดูอาร์ด ลิโมนอฟ นักการเมืองชาวรัสเซียผู้มีแนวคิดชาตินิยมและการาจิช ในปีค.ศ. 1992 ระหว่างที่พวกเขายิงโจมตีคนในเมืองซาราเยโว แต่ลิโมนอฟเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2563 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

ที่มา : independent.co.uk

เครดิตภาพ : AFP