โลกสีสวยสุดสัปดาห์นี้ แวะเวียนกลับไปแถวปทุมธานีอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับแขกรับเชิญคนพิเศษอย่าง แวววาวธัญภัคสิณี ศรีสุวรรณ แรบบิทเกิร์ลสุดคิวท์จากสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

นอกจากจะเป็นสาวตาคมผมยาวตามสเปกหนุ่มไทยแล้ว แวววาวยังเป็นผู้หญิงมากความสามารถ และผ่านงานมาหลากหลายทั้งนักแสดง นางแบบ พริตตี้ เอ็มซี และวันนี้เราจะชวนเธอมาพูดคุยถึงอีกหนึ่งบทบาท ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่นั่นก็คือการทำหน้าที่เป็นแรบบิทเกิร์ล หรือทูตประชาสัมพันธ์ และผู้นำเชียร์ของสโมสร
ฟุตบอลบีจีกันครับ…

“สวัสดีค่ะ “แวววาว” ธัญภัคสิณี ศรีสุวรรณ นะคะ ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระ และเป็นพริตตี้ด้วยค่ะ ส่วนบุคลิกหนูจะเป็นคนสนุกร่าเริง ยิ้มง่าย ไม่เครียดค่ะ จะเป็นตัวเอนเตอร์เทนประจำแก๊ง”

“หนูเริ่มต้นจากการประกวดมิสแกรนด์ปี 2019 ค่ะ ซึ่งตอนนั้นได้รางวัลไรซิงสตาร์ และได้เซ็นสัญญากับช่อง 7 จากนั้นหนูก็ไปสอบเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ แชฟฟ์เลอร์และก็ได้ไปเป็นพริตตี้ประจำสนามแข่งรถ ทีนี้ก็ได้ไปเจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่สนามแข่งเขาก็ชวนไปแคสต์งานจนได้เข้ามาเป็นพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ค่ะ ซึ่งก็ถูกใจคุณพ่อเพราะท่านอยากให้ยืนมอเตอร์โชว์เพราะปลอดภัยกว่าค่ะ” 

“ความสนุกของการเป็นพริตตี้ก็คือเราได้ออกไปเจอกับเพื่อน ๆ ซึ่งคอยให้ความช่วยเหลือกัน นอกจากนี้มันยังเป็นงานที่ไม่ผูกมัดคือจบงานก็จบเลย อีกอย่างงานมันก็ไม่จำเจด้วย ซึ่งเข้ากับหนูได้ดีเพราะเป็นคนไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ ไม่ชอบอยู่กับที่ และพร้อมจะลองเดินไปสู่เส้นทางใหม่ตลอดค่ะ”

“น่าจะเป็นช่วงที่ไปยืนมอเตอร์โชว์ค่ะแล้วมีรุ่นพี่มาชวนให้ไปสมัครเป็นแรบบิทเกิร์ล ซึ่งตอนนั้นหนูไม่รู้ว่า แรบบิทเกิร์ล คืออะไร รุ่นพี่ก็เลยอธิบายว่า เป็นทูตประจำสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และต้องไปทำงานที่สนามฟุตบอล หนูก็เลยไปศึกษาดู และรู้สึกว่า มันเป็นงานที่ดีนะ”

“ประกอบกับตอนนั้นก็ทำงานเป็นพริตตี้มาสักพักแล้วก็เลยอยากลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง ซึ่งพอเข้ามาจริง ๆ แม้มันจะไม่ได้เป็นเส้นทางใหม่ขนาดนั้น แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เราได้เรียนรู้ ซึ่งก็เหมาะกับหนูที่เป็นคนชอบเรียนรู้ตลอดเวลา ชอบความท้าทาย ชอบการแข่งขันอยู่แล้วค่ะ ก็เลยตัดสินใจไปลองดูเพราะคิดว่า เหมาะกับตัวเองที่เป็นผู้หญิงแนวเท่ ๆ ไม่ได้หวานมากค่ะ”

“ก็จะมีถูกเรียกไปสัมภาษณ์ และเก็บตัวหนึ่งวันค่ะ โดยกรรมการก็จะถามเราเกี่ยวกับฟุตบอล เคยดูฟุตบอลบ้างไหม และเหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามาสมัครเป็น แรบบิทเกิร์ล ประมาณนี้ค่ะ”

“ถ้าประจำสนามฟุตบอลแบบนี้ไม่เคยค่ะ แต่สมัยเรียนมัธยมปลายจะเคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ และเป็นดรัมเมเยอร์มาบ้าง ซึ่งก็แตกต่างกับการที่เราต้องมาเป็นผู้นำเชียร์ให้กับพี่ ๆ แฟนบอลมากเพราะตอนเป็นลีดเดอร์เราก็แค่ซ้อม และเต้นไปตามเรื่อง แต่กับการเป็นแรบบิทเกิร์ลเราต้องเรียนรู้ และใช้ความสามารถหลายอย่าง”

“สำหรับหนูมันไม่ง่ายเลยค่ะเพราะเราต้องร้องได้ เต้นได้ ต้องตื่นตัว และมีพลังตลอดเวลา ซึ่งข้อหลังไม่ใช่ปัญหาเพราะปกติหนูก็เป็นคนที่พลังงานล้นเหลืออยู่แล้วค่ะ (หัวเราะ) แต่ที่ต้องเรียนรู้ก็คือการโฟนเพราะก่อนหน้านี้หนูโฟนขายของไม่เป็นเลย พอมาเป็นแรบบิทเกิร์ล เราต้องโฟนขายของในช็อปของสโมสรได้ดังนั้นงานนี้จึงไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะไม่ได้ขายสวยอย่างเดียวต้องใช้ความสามารถหลายอย่างด้วยค่ะ”

“วันแรกรู้สึกเกร็งมากค่ะ เพราะในสนามคนเยอะมาก และทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เรา ยอมรับว่า แอบกลัวเพราะเรายังใหม่มากในวงการนี้ และตอนเป็นพริตตี้ก็ไม่ได้มีใครรู้จักหนูเยอะขนาดนั้น นอกจากนี้ด้วยความเป็นคนน่าคม ๆ ดุ ๆ หนูก็เลยต้องพยายามยิ้มเอาไว้ตลอดเวลาเพราะกลัวพี่  ๆ แฟนบอลจะเข้าไม่ถึงค่ะ แต่พี่ ๆ แฟนบอลน่ารักมากนะคะ จะเข้ามาทักทายกันทุกคน เรียกว่าวันแรกบรรยากาศอบอุ่นมากรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานเป็นสิบปี”

“ตอนนี้ให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทั้งใจเลยค่ะเพราะก่อนหน้านี้หนูไม่ได้ติดตามเชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษด้วย ทีนี้พอได้เข้ามาเป็นแรบบิทเกิร์ล ได้เข้ามาดูไทยลีกครั้งแรก และดูบีจีเป็นทีมแรก หนูก็เลยยกให้บีจีทั้งใจเลยค่ะ”

“ในหมู่แรบบิทเกิร์ลเรารู้สึกต่อกันเหมือนครอบครัวจริง ๆ ค่ะ อย่างรุ่นพี่ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง อย่างเช่นเรื่องการโฟนที่ก่อนหน้านี้หนูไม่ถนัดมากนัก รุ่นพี่จะคอยให้กำลังใจว่าเราทำได้อยู่แล้วใจเย็น ๆ ไม่เป็นไรทำไปเลยเต็มที่เดี๋ยวพี่ช่วย ซึ่งเวลาทำเอ็มซีเราจะมีคู่อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเราติดขัดตรงไหนเพื่อนก็จะคอยช่วยตลอดค่ะ ส่วนแรบบิทเกิร์ลรุ่นใหม่ที่เข้ามาในปีนี้ 10 คน
แม้จะมีลุคที่แตกต่างกัน แต่กลับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวพอดี และเข้ากันได้หมดเลยค่ะ 

“อย่างแรกก็คือพกความมั่นใจเข้ามาให้เต็มที่ค่ะ เรามีความสามารถอะไรแสดงออกมาให้หมด พยายามทำให้ผู้ใหญ่ได้เห็นศักยภาพของเรา ไม่ต้องเขินอายเพราะที่นี่เปิดโอกาสให้เราได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองอาจจะไม่มีความสามารถมากพอก็อยากให้ลองมาสมัครดูก่อนค่ะเพราะที่นี่พร้อมจะให้โอกาส และคำแนะนำดี ๆ”

“คุณอาจจะทำบางอย่างไม่เป็นก็ไม่เป็นไรเพราะเราเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆอยู่แล้ว แรบบิทเกิร์ลไม่ใช่แค่อาชีพค่ะ มันคือการฝึกฝน และการเรียนรู้ที่ทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นไปได้ตลอด อย่างหนูจากที่เคยเป็นไม่ค่อยพูด ตอนนี้พูดเก่งมาก เรียกว่าสังคมหล่อหลอมค่ะ (หัวเราะ)”

“หนูจะเอาทางตลกเข้าสู้ค่ะ เช่นอาจจะพูดว่า คุณพี่ใจเย็น ๆ นะคะ ไหนมันยังไงซิ เอาใหม่ ไหนคุณพี่ติดขัดอะไรนะ หนูจะชวนตลกให้เขาลืมเรื่องที่ไม่พอใจไปก่อนค่ะ หนูจึงไม่ค่อยโดนแฟนบอลวีนใส่เท่าไร และยังไม่เคยโดนเหมือนเพื่อนบางคนที่โดนสาดเบียร์ใส่ ซึ่งตอนนั้นก็พูดแบบตลก ๆ กลับไปว่า คุณพี่ไม่สาดนะคะเดี๋ยวมันจะหนาวค่า”

“หนูอยากลองเล่นภาพยนตร์นะคะ เพราะละครกับซีรีส์เคยเล่นมาหมดแล้ว อยากลองเล่นหนังบู๊ หรือไม่ก็หนังผีไปเลยค่ะเพราะที่ผ่านมาบทที่ได้รับส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักร้องไห้ ถูกกระทำ เหมือนนางเอกยุค 90 ดังนั้นจึงอยากลองเปลี่ยนไปเล่นบทบู๊จัด ๆ ดูโหด ๆ บ้างค่ะ” 

“ด้วยความที่เป็นคนชอบกิน และกินเยอะมาก หนูจึงต้องเน้นออกกำลังกายค่ะ โดยจะตื่นมาวิ่งตอนเช้าเป็นกิจวัตรประจำวันเลย หนูจะตื่นมาวิ่งตอนตีห้าครึ่ง ครั้งหนึ่งก็ประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่ไม่ได้เป็นการออกกำลังเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ เน้นให้รูปร่างของเราลีนมากกว่าค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีด้วย”

“หนูเลือกวิ่งตอนเช้าเพราะช่วงเย็นจะไม่มีเวลาออกกำลังกายเลยเพราะด้วยลักษณะงานของเรา เราไม่รู้ว่าจะเลิกงานเย็นแค่ไหน ไม่เหมือนช่วงเช้าที่เราสามารถปลุกร่างกายให้ตื่นตัวได้ก่อนอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานค่ะ ส่วนเรื่องอาหารก็จะใช้วิธีรักษาสมดุลเอา สมมุติถ้าวันนี้กินข้าวเยอะก็จะไม่กินของหวาน แต่ถ้าวันไหนกินของหวานก็จะลดข้าวค่ะ”

“หนูชอบเที่ยวต่างจังหวัดค่ะ ชอบเที่ยวเมืองไทย ไปตามภูเขา ทะเล โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนไม่พลุกพล่านเพราะตอนทำงานเราเจอคนเยอะมากแล้ว ดังนั้นเวลาจะไปเที่ยวก็จะชอบสถานที่ที่สงบ ๆ หน่อย และมีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ อย่างที่ไปมาล่าสุดก็คือที่อำเภอขนอม แต่ไม่ได้ไปในจุดที่คนไปเที่ยวกันเยอะ ๆ แต่จะไปเที่ยวตามสถานที่ตากอากาศที่เป็นชุมชน และค่อนข้างเงียบสงบ หนูเป็นคนชอบเที่ยวกับครอบครัวค่ะ ไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เลย”

“ขอแค่คุยกับหนูรู้เรื่องก็พอค่ะ เรื่องหน้าตาหนูไม่ติดนะคะ แค่รู้สึกว่า คลิกกันก็ลองเข้ามาคุยได้เลย แต่ก็อย่างที่บอกขอแค่ว่า ให้คุยกับหนูรู้เรื่อง เข้าใจเราเพราะหนูเป็นคนติดพ่อ ติดครอบครัว เป็นลูกสาวพ่อ ซึ่งบางทีมันก็ยากเหมือนกันนะพี่ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องนิสัยก็ขอให้เป็นคนใจเย็น รักเรา เข้าใจเรา ไม่เอาเปรียบคนอื่น และไม่เจ้าชู้ค่ะ”

“หนูอยากให้ทุคนดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพให้ดี ส่วนพื้นที่ที่กำลังวิกฤติมาก ๆ ก็อยากให้มีสติเป็นอันดับแรก หนูเชื่อว่า ทุกคนจะผ่านมันไปได้ด้วยกันค่ะ อย่างบ้านหนูที่พัทลุงก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้เหมือนกัน อยากให้ทุกคนรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องทรัพย์สินปล่อยไปก่อนพอน้ำลดแล้วเราค่อยมาสู้ใหม่ไปด้วยกันนะคะ และถ้ามีโอกาสก็ขอให้ออกมาจากพื้นที่เสี่ยงก่อนเพราะนอกจากจะปลอดภัยกับตัวเราแล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยด้วย”

“ฝากละครเรื่อง “ยมยามวิกาล” ทางช่องไทยรัฐทีวีด้วยนะคะ ส่วนช่องทางการติดตามก็มี TikTok : @wawja, IG: wawkarima และ FB : Thanyaphaksini Srisuwan ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”.

ชื่อ : ธัญภัคสิณี ศรีสุวรรณ

ชื่อเล่น : แวววาว

วันเกิด : 1/11/2539

ภูมิลำเนา : พัทลุง

กรุ๊ปเลือด : B

การศึกษา : คณะรัฐศาสตร์สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

อาหารโปรด : ข้าวไข่เจียว กะเพราหมูสับ

งานอดิเรก : เล่นกับแมว ว่ายน้ำ

ช่องทางการติดตาม : TikTok : @wawja, IG: wawkarima, FB : Thanya
phaksini Srisuwan