ในคลินิกระบบทางเดินปัสสาวะ มักพบคำถามจากผู้ป่วยว่า “หมอครับ ผมใส่ถุงยางตลอด ทำไมยังเป็นหนองในได้?” เรื่องที่จะเล่าในวันนี้เป็นกรณีจริงของชายอายุ 24 ปี สุขภาพแข็งแรง ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงตามที่หลายคนคิด เขายืนยันว่าใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งตอนมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ แต่กลับมาพบด้วยอาการที่บ่งบอกว่าอาจมีการติดเชื้อ ได้แก่ มีหนองออกจากท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด เป็นมา 3 วัน
เมื่อรับการตรวจ ทั้งการตรวจหนอง การตรวจหาเชื้อโดยตรง และการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่น ๆ ยืนยันว่า ผู้ป่วยติดโรคหนองในจริง เมื่อแจ้งผลตรวจให้ทราบ ผู้ป่วยถามทันทีว่า ใส่ถุงยางทุกครั้ง ทำไมยังเป็นได้ครับหมอ?
คำตอบนั้นไม่ซับซ้อน แต่หลายคนไม่เคยรู้ เพศสัมพันธ์ทางปาก–แหล่งแพร่โรคที่คนเข้าใจผิดว่าปลอดภัย
หลังซักประวัติอย่างละเอียด ผู้ป่วยเล่าว่า เขาใส่ถุงยางเฉพาะตอนมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ แต่ไม่ได้ป้องกันเลยเวลาที่อีกฝ่ายทำเพศสัมพันธ์ทางปากให้ และคู่ของเขามีปัญหาในช่องปากเป็น ๆ หาย ๆ เช่น เหมือนมีเม็ดเล็ก ๆ หรืออาการอักเสบในลำคอ ตรงนี้คือประเด็นสำคัญที่สุดของเหตุการณ์นี้ เพราะโรคหนองในสามารถอยู่ในช่องปากและคอของอีกฝ่ายได้ โดยที่เขาอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย และสามารถแพร่เชื้อได้โดยตรงผ่านน้ำลายหรือบริเวณที่สัมผัสขณะทำเพศสัมพันธ์ทางปาก
หลายคนเข้าใจผิดว่า เพศสัมพันธ์ทางปากไม่เสี่ยงโรค แต่จริง ๆ แล้วสามารถทำให้ติดโรคได้หลายชนิด เช่น โรคหนองใน, โรคหนองในเทียม, โรคซิฟิลิส, เริม, หูดหงอนไก่ และโรคอื่นที่ติดต่อผ่านน้ำลายหรือแผลในช่องปาก
ที่สำคัญคือ ถึงจะใส่ถุงยางตอนสอดใส่ ก็ยังมีโอกาสติดโรคจากช่องปากได้อยู่ดี.
ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



