ทั้งนี้ การ “ถูกจับตัวถูกลักพาตัว” นั้น ภัยนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากเจอแน่นอน ซึ่งก็จะเป็นการดีถ้าหากรู้“วิธีเอาตัวรอด”รวมไปถึงรู้ “วิธีป้องกัน” เพื่อไม่ให้เสี่ยงตกเป็นเหยื่อถูกลักพาตัว ซึ่งทั้ง 2 วิธีที่ว่านี้ก็มีข้อมูล-แนวทาง…

ก็ “มีคำแนะนำมีวิธีปฏิบัติมีคู่มือ”

ต้องทำ “เช่นไร?-อย่างไร?” ลองมาดู

กับ“วิธีเอาตัวรอดจากการถูกลักพาตัว”ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูล เรื่องนี้มีข้อมูลใน เว็บไซต์วิกิฮาว (WikiHow) ที่จัดทำขึ้นตาม แนวทางจากผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการป้องกันตัว โดยมีการให้ข้อมูลไว้ว่า… การเอาตัวรอดนั้น หลัก ๆ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ… “เอาตัวรอดจากสถานการณ์” ที่คำแนะนำก็เริ่มจาก… วิ่งหนีเพื่อรักษาระยะห่างจากคนร้ายให้มากที่สุด โดยการวิ่งก็มีหลักวิธีคือต้องวิ่งให้เร็วที่สุด หรือวิ่งไปที่ที่คนพลุกพล่าน หรืออาคารที่อยู่ใกล้สุด และควรเลี่ยงการหนีขึ้นรถเพราะทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ยากขึ้น ถัดมา…ตะโกนเพื่อดึงดูดความสนใจคนรอบข้าง โดยมีคำแนะนำคือ ให้เริ่มตะโกนทันทีเมื่อถูกลักพาตัว และที่สำคัญให้ตะโกนด้วยคำที่ดึงดูดความสนใจได้ทันที เช่น ไฟไหม้ หรือช่วยด้วย เป็นต้น

ควบคุมสติ นี่แม้ดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็ต้องพยายามทำ เพื่อรอจังหวะคนร้ายเผลอ เพื่อค้นหาช่องทางหลบหนี หรือเห็นจุดอ่อนที่จะโจมตีคนร้ายได้ ซึ่งกรณีที่สามารถโจมตีคนร้ายได้ไม่ควรโจมตีสะเปะสะปะ ให้เล็งจุดอ่อนคนร้าย เช่น ดวงตา จมูก คอ อวัยวะเพศ หรือหาสิ่งของรอบตัวมาใช้เป็นอาวุธ อาทิ เก้าอี้ โต๊ะ แจกัน โคมไฟ ขวด เพื่อช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้ หรือถ้าหากไม่มี ก็ให้เปลี่ยนเป็นการมองหาวัตถุที่จะนำมาใช้ทำเป็นสิ่งกีดขวางแทน เพื่อเพิ่มระยะห่าง และเพิ่มเวลาหลบหนี…

นี่คือวิธีกรณีคนร้ายพยายามจะจับตัว

ระยะต่อมาคือ “การรับมือเมื่อถูกจับตัวได้” โดยมีคำแนะนำไว้ว่า… หากถูกคนร้ายจับตัวได้ อย่าพยายามแสดงอาการก้าวร้าว แต่ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งคนร้ายไปก่อน เพื่อช่วยยืดระยะเวลาที่จะถูกทำร้าย หรือถูกฆ่า และในกรณีที่ถูกนำตัวไปขึ้นรถในขณะที่ยังมีสติอยู่ มีคำแนะนำคือ ให้พยายามสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเช่น รถวิ่งนานแค่ไหนโดยไม่หยุดพัก การเลี้ยวของรถ เสียงที่ได้ยินเมื่อรถวิ่งผ่าน หรือ หากถูกจับตัวใส่ท้ายรถ ให้ลองพยายามเตะไฟท้ายให้แตก ซึ่งนี่เป็นวิธีที่ยากกับรถรุ่นใหม่ ๆ ดังนั้นจึงควรทำเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่หากถีบไฟท้ายแตกได้ก็ให้โบกมือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

รวมไปถึง ต้องตั้งสติมุ่งมั่นเพื่อเอาชีวิตรอดถึงแม้สถานการณ์จริงจะทำได้ยาก แต่ก็ต้องพยายามทำใจให้สงบ เพื่อรอจังหวะ โดยในระหว่างถูกควบคุมตัวนั้น ผู้เชี่ยวชาญย้ำถึง “สิ่งที่ไม่ควรทำต่อหน้าคนร้าย” ไว้ว่า… อย่าร้องไห้ฟูมฟาย แต่ให้เน้นพูดคุยกับคนร้ายเบา ๆ อย่างชัดเจน และ อย่าแสดงท่าทีต่อต้าน เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้คนร้ายอยากทำร้ายเราเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ “สิ่งที่ควรทำ” ระหว่างถูกควบคุมตัว มีคำแนะนำไว้ดังนี้… กรณีมีตัวประกันคนอื่นอยู่ด้วย ก็ หาวิธีสื่อสารกับตัวประกันคนอื่น ลองหาทางสื่อสารกัน แต่จะต้องเลี่ยงการพูดคุยเปิดเผยต่อหน้าคนร้าย เพราะอาจถูกจับแยก เพิ่มการควบคุม หรืออาจถูกฆ่าเพื่อข่มขวัญตัวประกันคนอื่น ๆ, ลองสร้างตารางเวลาประจำวัน ขึ้นมา โดยสังเกตสัญญาณภายนอก เช่น เสียงนกร้อง อุณหภูมิที่เปลี่ยน หรือกิจกรรมคนร้ายที่เฝ้าอยู่ และถ้าเป็นไปได้ก็ควร ออกกำลังกายด้วยท่าง่าย ๆ เพื่อรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรงซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อการหนี …นี่เป็นสิ่งที่ควรทำกรณี “ถูกอุ้มถูกลักพาตัว”แล้ว

เป็น “หลักเอาตัวรอดกรณีถูกจับตัว”

ทั้งนี้นอกจากที่สะท้อนต่อไว้ข้างต้นแล้ว ในแหล่งข้อมูลเดิมก็ยังแนะนำไว้ถึง“วิธีป้องกันตัวไม่ให้เป็นเหยื่อลักพาตัว”ซึ่งโดยสังเขปมีว่า… หากใครคิดว่าตนเอง เป็นกลุ่มเสี่ยงถูกลักพาตัว หรือรู้สึกเป็น เป้าหมายของคนร้ายลักพาตัว กรณีนี้ก็มีแนวทางที่สามารถใช้เป็นหลักเพื่อป้องกันตัว และลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อลักพาตัว ซึ่งข้อมูลที่มีการแนะนำไว้ คือ…

เพิ่มความใส่ใจกับสิ่งรอบข้าง”หรือ “ระมัดระวังมากขึ้น” โดยเฉพาะเมื่อต้องออกไปนอกที่พัก หรืออยู่ใกล้กับคนแปลกหน้า, เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง” โดยถ้าหากรู้สึกผิดสังเกต หรือเห็นถึงสัญญาณความผิดปกติ ที่แปลกแตกต่างออกไปจากทุกวัน กรณีนี้ให้เชื่อมั่นในสัญชาตญาณ และความรู้สึกดังกล่าว โดยเมื่อจับสัญญาณความผิดปกติบางอย่างได้ ควรรีบหนีออกจากสถานที่นั้น ๆ หรือพื้นที่นั้น ๆ ทันที …ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะคิดผิด แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในความเสี่ยง

รวมถึงควร “หลีกเลี่ยงลดความเสี่ยง”ไม่ให้ตัวเองเป็นเป้าสนใจของคนร้าย ด้วยการทำตัวให้ไม่โดดเด่น ไม่สะดุดตา เช่น สวมเสื้อผ้าสีไม่ฉูดฉาด, เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันทุก 2-3 วัน เพราะคนร้ายส่วนใหญ่จะศึกษากิจวัตรประจำวันเป้าหมายก่อนตัดสินใจลงมือลักพาตัว …นี่เป็น “หลักปฏิบัติ” เกี่ยวกับกรณี “ลักพาตัว” ที่เผยแพร่ไว้โดย เว็บไซต์วิกิฮาว จากคำแนะนำแนวทางโดยผู้เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัว ที่แม้จะอ้างอิงจากคู่มือของฝรั่ง หากแต่ “ในเมืองไทยก็มีกรณีลักพาตัว” เช่นกัน และแม้ว่าเหตุที่ “พระเอกชาวจีนปากแจ๋วแซวไทย” จนเป็น “ดราม่า” นั้น…ก็เพราะมี “จีนเทาอุ้มจีนในไทย” แต่กระนั้น…

ข้อมูลเหล่านี้ก็เป็น “คู่มือเอาตัวรอด”

ซึ่ง “สนใจไว้ใช่ว่าก็ไม่น่าเสียหาย”

เพราะ “ไทยก็เคยน่ากลัวภัยอุ้ม!!”.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์