กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนด 5 นโยบายหลัก เพื่อยกระดับระบบสุขภาพ หนึ่งในนโยบายดังกล่าวได้แก่ “เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศด้วยการแพทย์มูลค่าสูง” เป็นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็นหนึ่งในแนวทางการดูแลผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาขั้นสูง ที่มีความแม่นยำและได้ประสิทธิภาพในการรักษาที่มากกว่าการผ่าตัดรูปแบบเดิม และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษาประชาชน


“นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์” ระบุว่า เรื่องนี้ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลในกรมการแพทย์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลสงฆ์ และสถาบันโรคทรวงอก ดำเนินการพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งจะทำให้กระบวนการดูแลผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนหรืออยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก สามารถทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของการผ่าตัดผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery) ที่ผู้ป่วยจะได้ประโยชน์จากการที่มีแผลผ่าตัดขนาดเล็ก เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย


ทั้งนี้ ในส่วนของ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ร่วมขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่สำคัญ โดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งถือ เป็นโรงพยาบาลที่สองของกรมการแพทย์ ที่สามารถทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสำเร็จ โดยมี นพ.นันทวัฒน์ ศิริธานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ทำการผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสำเร็จเป็นรายแรกของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
อย่างไรก็ตาม การทำงานจะสำเร็จได้ต้องมีทีมที่ดี มีคุณภาพ จึงได้ทีมบุคลากรทางการแพทย์แผนกผ่าตัดผ่านกล้องของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ประกอบด้วยแพทย์สหสาขาวิชาชีพ จากแผนกที่เกี่ยวข้องได้แก่ ศัลยกรรม และสูตินรีแพทย์ ทำงานร่วมกัน มีการวางแผนเพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วยในโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับอ่อนและท่อน้ำดี และมะเร็งนรีเวช ให้ได้รับการรักษาด้วยโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป.
อภิวรรณ เสาเวียง



