เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ
ปัจจุบันผมอายุ 56 ปี เคยแต่งงานครั้งแรกเมื่ออายุ 30 ปี อยู่กินกับภรรยาคนแรกอย่างสุขสบาย เรื่องเพศไม่เคยมีปัญหา ร่วมเพศได้ทุกวันทำให้รักภรรยาคนนี้มาก สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี พบหมอไม่เคยขาด แต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาภรรยาได้ทิ้งไปอยู่กับชายอื่น เสียใจ เศร้าใจมาก ผมกลับมาใช้ชีวิตคนเดียว ดื่ม กิน ทุกอย่างเพื่อให้ไม่ต้องคิดถึงภรรยา จนกระทั่งมาพบผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาถูกใจมากก็เลยแต่งงานเป็นครั้งที่สอง ภรรยา อายุ 36 ปี อยู่กินกันมาได้ 2 ปีแล้ว ตอนนี้เริ่มป่วยเป็นโรคความดันโลหิต โดยปกติดื่มเหล้าเกือบทุกวัน เวลาจะมีความสุขกับภรรยา พอเริ่มสอดใส่กลับอ่อนตัวไปเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ก่อนใส่เขาปลุกอารมณ์เร่งเร้าอย่างเต็มที่ ภรรยาก็เล้าโลมช่วยจนแข็งตัวได้ดี แต่พอเวลาจะสอดใส่กลับอ่อนตัวปวกเปียกไปทันที ปลุกเร้าอย่างไรก็ไม่เป็นผล ทำให้เราสองคนต่างกลุ้มใจมาก จึงขอความกรุณาจากคุณหมอโอ ช่วยตอบปัญหาพร้อมทั้งแนะนำถึงหนทางในการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนที่สุดด้วย
ด้วยความนับถือ
สงกรานต์ 56
ตอบ สงกรานต์ 56
วัย 56 ปีหลังจากภรรยาคนแรกทิ้งไป ก็ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพของตัวเอง กินตามใจปาก จนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคนี้จะมีความสัมพันธ์กับระบบการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนลดลง ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ เกิดการเสื่อม เลือดไหลไปเลี้ยงหัวใจไม่พอก็เกิดหัวใจขาดเลือดกลายเป็นโรคหัวใจซึ่งอันตรายมาก หากเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศไม่พอกล้ามเนื้อเพศก็ไม่แข็งเลย การแข็งตัวจะไม่เต็มที่ กิจกรรมทางเพศเริ่มถดถอย นอกจากนี้ยังมีระดับฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เมื่อฮอร์โมนลดลงการอ้วนลงพุงก็มักจะตามมามีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศเช่นเดียวกัน
การดำเนินชีวิตถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ การขาดการออกกำลังกายจะส่งผลทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานจากการกินอาหารประเภทแป้งและไขมันที่มากเกินไปลดน้อยลง เกิดการสะสมตามผนังหลอดเลือดทำให้เกิดการแข็งที่ผนังหลอดเลือด ยืดหยุ่นน้อยลงการไหลเวียนเลือดช้าลงตามมา การแข็งตัวของอวัยวะเพศเกิดได้ช้าและไม่เต็มที่จึงเกิดการอ่อนตัวไว การดื่มเหล้าเป็นประจำมีผลต่อตับทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) ในร่างกายสูงขึ้นและอัณฑะทำงานผิดปกติผลิตฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนลดลง การดื่มจัดยังมีผลไปกดระบบประสาทส่วนกลางอาจทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัวไปชั่วขณะ ชายวัย 56 ปี ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายเจาะเลือดดูระดับน้ำตาลสะสมว่ามีเบาหวานแอบแฝงหรือไม่ ดูระดับไขมันที่พอกอยู่ตามหลอดเลือด ดูระดับฮอร์โมนเพศชายและความผิดปกติทางต่อมลูกหมากร่วมด้วย หากพบความผิดปกติก็ต้องรับการรักษาฟื้นฟูโดยแพทย์
ปัจจุบันมียาฟื้นฟูช่วยขยายเส้นเลือดช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว โรคทางกายที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการของโรคอีดีก็ต้องรักษาควบคู่กันไปจะทำให้ซ่อมแซมส่วนบกพร่องให้กลับมาฟื้นตัวได้เหมือนเดิม อย่านิ่งดูดายปล่อยให้สุขภาพเลวร้ายแย่ลงจะเสียครอบครัวไปได้.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



