ใกล้ถึงวันเลือกตั้งเข้าไปทุกที การแข่งขันของผู้สมัครก็ยิ่งดุเดือด ตลอดจนความสงบเรียบร้อยทั้งใน และนอกประเทศ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการจัดเลือกตั้ง รอบนี้ยังพ่วงการประชามติรัฐธรรมนูญเข้าไปด้วย ทางฝั่งของ ผู้ดูแลกฎ” อย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการบริหารจัดการอย่างไร คอลัมน์ตรวจการบ้าน” จึงต้องมาสนทนากับพ่อบ้านกกต.แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.” มาพูดถึงภาพรวมจัดเลือกตั้งครั้งนี้ที่ได้เดินหน้ามาครึ่งทางแล้วมีความพร้อมแค่ไหน

โดย “เลขาธิการ กกต.” เปิดประเด็นว่าทุกอยางอยู่ในเส้นทางที่วางแผนไว้ แต่การทำงานกับคน กว่า 1.6 ล้านคน ในพื้นที่ก็มีปัญหามาให้แก้ไขตลอด แม้เป็นเรื่องที่ไม่กระทบกับสาระสำคัญของการเลือกตั้ง แต่เราพยายามซักซ้อมการทำงานตลอด แต่ในสิ่งที่เคยกังวล เช่น สถานการณ์ชายแดน หรือระเบิดปั๊มน้ำมัน ก็เริ่มคลี่คลาย แม้เป็นเรื่องที่ กกต.คุมไม่ได้ แต่เราต้องมีแผนรองรับ มีช่องทางกฎหมายให้กกต.บริหารจัดการให้เลือกตั้ง และประชามติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยคำนึงทั้งความสะดวกของประชาชน และความปลอดภัยต้องมาพร้อมกัน

@ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลายๆเคส เป็นเพราะย้ายคนไม่มีประสบการณ์ไปอยู่ในพื้นที่หรือไม่

มันเหมือนการพิสูจน์อักษร อาจผิดพลาดได้ บางทีคนวิจารณ์ไม่เข้าใจเจตนาคนทำงาน อย่างตัวอย่างบัตรประชามติที่ส่งไปให้ประชาชนที่บ้าน ถูกตั้งคำถามว่าทำไมเป็นเป็นสีฟ้า ทั้งที่ของจริงเป็นสีเหลือง เราก็อธิบายว่า เพราะเราพิมพ์ตัวอย่าง 2 สี เพื่อประหยัด แต่สาระสำคัญคือเราต้องการให้รู้เนื้อหาสาระของเรื่อง ถ้าเราพิมพ์ขาวดำ บัตรก็ต้องเป็นขาวดำ ไม่ใช่สีเหลืองแน่นอน แต่การประชาสัมพันธ์บัตรจริงก็ต้องทำผ่าน 2-3 ช่องทาง

@ ตั้งเป้าบัตรดี บัตรเสียในไว้แค่ไหน

ผมอยากให้เป็นบัตรดีทุกใบ กาแล้วขานง่าย ถ้าขานยากจะมีปัญหากับคนทำงาน แต่ทั้งที่มีตัวอย่างการทำสัญลักษณ์ แต่พอกาจริงก็ไม่เหมือนตัวอย่าง จึงอยู่ที่การวินิจฉัยของกปน. ดังนั้น คิดว่า ในการเลือกตั้งคงมีบัตรเสียบ้าง เราตั้งเป้าคนไปใช้สิทธิ์เยอะขึ้น บัตรเสียน้อยลง ซึ่งการเลือกอบต.ล่าสุด มีการใช้สิทธิ์เกิน 70% มากกว่าที่ผ่านๆ มา แสดงว่ามีการตื่นตัว พอเลือกตั้ง สส. กับประชามติ ก็อยากให้มากกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 75.61% มากที่สุดตั้งแต่มีมา

@ ตอนนี้การหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ใช่ช่องทางสื่อสารทางโซเชียลมีความกังวลหรือไม่

นี่คือปัญหาใหญ่ของจากนี้ไป คิดว่าเป็นปัญหาระดับโลก คือ “เฟคนิวส์ ซึ่งผู้สมัครกับพรรค ค่อนข้างระวัง ตัวอยู่แล้ว แต่กองเชียร์ หรือประชาชนอาจไม่ได้ศึกษากฎหมายแล้วไปทำข้อมูลเท็จ ใส่ร้ายผู้สมัคร ทำให้บรรยากาศไม่ดี ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะใช้ความรุนแรงทางร่างกาย เช่น การข่มขู่ ตอนนี้มีน้อยแล้ว แต่กลายเป็นการใช้เฮตสปีด (Hate Speech)วาทะกรรมสร้างความเกลียดชังเยอะขึ้น ใช้ถี่ เราจึงมีศูนย์ดูแล เพื่อให้สนามแข่งขันมีบรรยากาศที่ดี คุ้มครองทุกพรรคการเมือง”

@ หากมีเหตุไม่คาดคิดจากกรณี “โดนัล ทรัมป์”นำไปสู่ความรุนแรงในหลายประเทศจะกระทบการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรหรือไม่

การเลือกตั้งนอกราชฯเป็นการลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ต้องส่งบัตรมาให้เรานับคะแนนในเย็นวันที่ 8 ก.พ. จึงอยู่ที่สถานการณ์แต่ละประเทศ รูปแบบการลงคะแนนก็อยู่ที่สถานทูตกำหนด มีทั้งรถเคลื่อนที่ ไปรษณีย์ หรือหน่วยปกติที่สถานทูต หรือวัด  อย่างการเลือกตั้งปี 66 เกิดเหตุสู้รบที่ “ซูดาน” เราก็ขนคนเกือบร้อยคนมาลงคะแนนที่เมืองไทย ทั้งๆที่เขาลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกราชไปแล้ว นี่คือการบริหารตามสถานการณ์

@ การโยกย้ายกระทรวงมหาดไทย 200 กว่าตำแหน่งต้องขอกกต.ก่อนหรือไม่

ตามหลักกฎหมาย 1.หากเป็นตำแหน่งที่ต้องเข้าครม.ก็ต้องขอ กกต.เช่น ระดับซี 10 แต่หากต่ำกว่านั้นไม่ต้องเข้าครม. ก็ทำได้เลย ส่วนจะมองว่าเป็นกลางหรือไม่ หากโยกย้ายแล้วทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมก็ต้องมีเหตุในการที่กกต.จะต้องมาพิจารณา แต่ตอนนี้ถือว่าจะเป็นการย้ายตามอำนาจหน้าที่

ส่วนที่มีการมองว่าการโยกย้ายนอกฤดูอาจชิงความได้เปรียบ ณ เวลานี้มันไม่มีข้อมูลให้กกต.ไปพิจารณา หรือยังไม่เห็นพฤติการณ์จึงยังบอกไม่ถูก แต่ยืนยันว่าไม่กระทบกับการจัดการเลือกตั้ง เพราะระบบของเราไม่ว่าใครเข้ามาก็ทำงานได้ เพียงแต่ในความรู้สึกประชาชนอาจมองว่าการโยกย้ายเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เพื่อประโยชน์อะไรหรือไม่ แต่ตราบใดที่ยังไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.จะไปก้าวล่วงตรงนั้นก็ไม่ได้

@ จะให้ความมั่นใจกับประชาชนอย่างไรว่า กกต.ไม่มีตราสีน้ำเงินประทับอยู่ทำหน้าที่เป็นกลางจริงๆ

คิดว่าทุกคนมีความชอบส่วนตัวได้ แต่เมื่อทำหน้าที่ ก็ต้องทำด้วยความเป็นกลาง เราเป็นกรรมการ การแข่งขันเวลาตัดสินอะไรแล้วมีคนได้คนเสีย เราจึงต้องยืนตรงกฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้กกต.ทำอะไรก็ถูกจับจ้องอยู่แล้ว ไม่มีรอดหูรอดตาคน 53 ล้านคน แต่เห็นแล้วคิดอะไรก็อยู่ที่วิธีการหรือแรงจูงใจทางการเมืองของผู้นั้นด้วย

ย้ำว่า 1. กกต.รับฟังและตัดสินบนข้อกฎหมาย เรารับผิดชอบกระบวนการแต่ละวันเพื่อไปให้ถึงวันที่ 8 ก.พ.ให้ได้ 2. รับผิดชอบผลที่ออกมา คือ ความชอบธรรม การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ถ้าเราไม่ทำตามนี้ จะเสียหาย ประเทศเสียโอกาสในการพัฒนา

เราอยากให้การเลือกตั้งเป็นทางออก เรามีปัญหาขัดแย้งทางความคิด เมื่อทำการแข่งขันแล้วก็ควรจะจบ ไม่ใช่เลือกตั้งเสร็จแล้วคนมาทะเลาะกันว่าการเลือกตั้งไม่เรียบร้อย แต่การเลือกตั้งควรเป็นที่ยอมรับและ ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่มาทะเลาะเรื่องกรรมการไม่เป็นกลาง การเลือกตั้งไม่ยุติธรรม ไม่ชอบธรรม”

อย่างไรก็ตาม กกต.ก็ต้องการความร่วมมือจากทุกคนเหมือนกัน การวิจารณ์ก็ต้องอยู่บนหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง อย่าทำข้อมูลเท็จ วาทะกรรมสร้างความเกลียดชัง หรือทำคอนเทนท์สนุกสนานโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร อยากพูดอะไรก็พูดโดยไม่ถูกกฎหมาย จริงๆเป็นความผิดด้วย ไม่ศึกษากฎหมายแล้วมาอวดภูมิ อวดรู้ ชี้นำสังคมแบบนี้คิดว่ามีปัญหา

@ อยากฝากประชาชนอย่างไรกับการเลือกคั้งครั้งนี้

ผมไม่ห่วงประชาชนส่วนมาก เพราะคิดว่ามีวิจารณญาณในการเลือกอยู่แล้ว แต่เป็นห่วงภาพรวมมากกว่า คือมีคนตั้งตัวเป็นผู้รู้ เป็นผู้อวดรู้ทำคอนเทนท์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย “สร้างเฟคนิวส์” ก็ต้องพิจารณาว่าอะไรคือข้อเท็จจริง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีกับระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง การเมืองไทย แต่โชคดีที่คนพวกนี้เป็นคนส่วนน้อยไม่ได้ทำให้ระบบใหญ่เสียไป แต่วันไหนที่ให้คนแบบนี้ทำได้แบบนี้ และยังทำแบบนี้อยู่ คิดว่าการเมืองเรามีปัญหาแน่นอน.

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่