“ดนตรีมังคละ” จังหวัดพิษณุโลกถือว่ามีชื่อเสียงและเป็นดนตรีพื้นบ้านที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี “เรืออากาศตรีประโยชน์ ลูกพลับ” ประธานชมรมอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านมังคละจังหวัดพิษณุโลก หรือ “อาจารย์ประโยชน์ ลูกพลับ” ศิลปินพื้นบ้านและผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีพื้นบ้านมังคละ จังหวัดพิษณุโลก ผู้สืบทอดการทำกลองมังคละมาจากนายทองอยู่ ลูกพลับ ผู้เป็นพ่อและถือว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีลูกศิษย์ลูกหามาขอความรู้จากอาจารยประโยชน์กันจำนวนมาก

โดย อาจารย์ประโยชน์ ลูกพลับ ได้เปิดบ้านเป็นที่ทำการชมรมอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านมังคละ จังหวัดพิษณุโลก เลขที่ 34/4 หมู่ 4 ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเปิดให้ประชาชน นักเรียน เยาวชนทั่วไปได้มาศึกษาเกี่ยวกับกลองมังคละ โดยอาจารย์ประโยชน์ได้สร้างโรงเรือนซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านจำนวนมาก ทั้งไม้แก่นขนุน ที่นำมาทำกลองมังคละ หนังวัว สำหรับทำหน้ากลอง และไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดนตรีในวง อาทิ คืนต้นมะพร้าว ก็จะนำมาไว้ทำกลอง 2 หน้า

อาจารย์ประโยชน์ เปิดเผยว่า ดนตรีมังคละเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านและได้คลุกคลีมาตั้งแต่เกิด เนื่องจากบิดาเป็นทั้งผู้เล่นและผู้ทำกลองมังคละ ตื่นเช้ามาก็ได้ยินเสียงกลอง เรียกได้ว่าเป็นสายเลือดโดยตรง ปีนี้ตนอายุ 77 แล้ว เรียนรู้เรื่องกลองมังคละ และสืบทอดจากบิดาตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆ ทำให้ผูกพันกับกลองมังคละมาตลอด เมื่อบิดาป่วยจึงเข้ามารับหน้าที่ดูแลวงและก่อตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านมังคละ เพื่อเป็นศูนย์กลางกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยดนตรีมังคละพบใน 3 จังหวัดหลัก คือ พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์

ตอนแรกมีหน่วยงานต่างๆ ติดต่อดนตรีมังคละไปแสดงจำนวนมาก ก่อนที่ระยะหลังจะมีพื้นที่แสดงน้อยลงจนกระทั่งสถาบันราชภัฏเข้ามาฟื้นฟูดึงคนเฒ่าคนแก่กลับมารวมวงแสดงอีกครั้งจึงเกิดการรวมกลุ่มจัดตั้งวงมังคละอย่างจริงจัง และในช่วงเดือนพฤษภาคมทุกๆ ปี ก็จะมีพิธีไหว้ครูมังคละเพื่อรำลึกถึงบูรพาจารย์ต่างๆ

สำหรับเสน่ห์ของมังคละ คือ “กลอง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “โกรก” แต่การเล่นเพียงตัวเดียวไม่เกิดความไพเราะ ต้องบรรเลงเป็นวงครบองค์ประกอบ ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ เคยทรงเรียกวงมังคละที่วัดสกัดน้ำมันว่า “เบญจดุริยางค์” ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 5 ชนิด หากขาดเสียงใดเสียงหนึ่งจะไม่ถือเป็นดนตรีมังคละที่สมบูรณ์ โดยหัวใจสำคัญคือการรักษาจังหวะให้ชัดเจน

ตลอดหลายสิบปีของการทำงานชมรม สามารถรักษาอัตลักษณ์ดนตรีมังคละไว้ได้ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาในหลายโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดทำกลองมังคละส่งต่อให้โรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 9 ชุด ครอบคลุม 9 อำเภอ ให้เป็นศูนย์มังคละประจำอำเภอ พร้อมคิดท่ารำประกอบการแสดง จำนวน 15 ท่า สะท้อนวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ และบรรจุเป็นรายวิชาเรียน

นอกจากนี้ ยังมีความตั้งใจผลักดันการเรียนการสอนดนตรีมังคละสู่ระดับมัธยมศึกษาเพื่อขยายการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน อาจารย์ประโยชน์ ยังเปิดเผยหลักสูตรวิชาดนตรีมังคละ ซึ่งจัดทำร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เป็นชุดองค์ความรู้ที่รวบรวมเรื่องราวดนตรีมังคละไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดพิษณุโลกและของชาติสืบไป

สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับกลองมังคละจาก อาจารย์ประโยชน์ ลูกพลับ หรือต้องการไปศึกษาหรือติดต่อดนตรีมังคละไปแสดงตามงานก็สามารถติดต่อได้ที่ 081-6056338

นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ธเนส อนุดิษฐ จ.พิษณุโลก
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..