ถอดสูตรชีวิตสโลว์ไลฟ์ “ครูติ๋ม-กฤษณา ลำโนรี” อายุ 73 ปี และ “ครูน้อย-อดิสร ลำโนรี” อายุ 77 ปี คู่รักอดีตแม่พิมพ์และพ่อพิมพ์ของชาติ ปั้นสวนมะยงชิด 30 ไร่ สร้างรายได้หลักแสนหลังเกษียณ…

ในวันที่หลายคนมองหาความมั่นคง หลังเกษียณทั้งสองกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า “บั้นปลายที่สมบูรณ์แบบ” ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่เกิดจากการบ่มเพาะมานานกว่า 3 ทศวรรษ จนกลายมาเป็น “สวนพันธุ์ทิพย์” พิกัดตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ย้อนกลับไปตั้งแต่วัยทำงาน ครูติ๋มและครูน้อยไม่ได้ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ใช้ “ความชอบ” เป็นที่ตั้ง ทั้งคู่เริ่มเก็บออมเงินทีละเล็กละน้อยเพื่อซื้อที่ดิน และเสาะหาพันธุ์มะยงชิดที่ดีที่สุดมาปลูกสะสมไว้ โดยมีภาพฝันในใจว่า “วันหนึ่งที่วางมือจากไม้เรียว จะมาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสีเขียวของต้นไม้”

ซึ่งที่ “สวนพันธุ์ทิพย์” มีต้นมะยงชิดกว่า 1,000 ต้น ไม่ได้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยสารเคมี แต่ดูแลด้วยหัวใจแบบเกษตรอินทรีย์ 100%

มะยงชิดที่นี่จะมีเอกลักษณ์ “กระน้ำตาล” แม้ผิวจะไม่สวยเนียนกริบเหมือนในห้าง แต่รสชาติกลับหวานกรอบ หอมกรุ่น และปลอดภัยจนกล้าพูดได้เต็มปากว่า “เด็ดกินจากต้นได้เลย” ที่สวนมีกิจกรรมให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้สอยผลสดๆ เองกับมือจากต้น เลือกเองตามใจชอบ ลูกไหนไม่ถูกใจไม่ต้องเก็บไป

“ในขณะที่มะยงชิดนอกสวนราคาทะยานไปถึงเกือบ 200 บาท/กิโลกรัม แต่ที่สวนพันธุ์ทิพย์ยังคงปักป้าย “50 บาท” เพราะอยากให้ทุกคนได้กินของอร่อยราคาไม่แพง ได้มาสัมผัสธรรมชาติเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน” ครูติ๋มกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แม้ในปี 2569 นี้ จะต้องเจอกับวิกฤติน้ำท่วมขัง ทำเอาผลผลิตหายไปกว่าครึ่ง และต้นไม้ล้มตายไปนับร้อยต้น แต่ด้วยรากฐานที่วางมาอย่างดี สวนแห่งนี้ยังคงสร้างรายได้หลักแสน โดยเฉลี่ย 300,000 บาทต่อฤดูกาล กลายเป็นรายได้เสริมที่ทำให้ชีวิตหลังเกษียณอยู่อย่างมีความสุข

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปเที่ยวชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจากทางสวนพันธุ์ทิพย์ ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก สอบถามได้ทางเบอร์ 06-4009-9632 (ครูติ๋ม) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของจังหวัดพิษณุโลกในช่วงฤดูมะยงชิด

นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ธเนส อนุดิษฐ จ.พิษณุโลก
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..