ทั้งนี้ ข้อมูลโดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้แนะนำเกี่ยวกับ “เทคนิคการกดจุด” และ “วิธีเลือกกินผักผลไม้” ตามหลักของศาสตร์แพทย์แผนจีน เพื่อบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์จากฝุ่น PM2.5 ไว้ ดังนี้
จุดแรกเรียกว่า “จุดอิ๋งเซียง” อยู่บนร่องแก้มระดับเดียวกับกึ่งกลางปีกจมูก เป็นจุดรักษาโรคที่เกิดจากลมภายนอกเข้ามากระทบกับร่างกาย วิธีกดคือ ใช้นิ้วชี้กดจุดนี้ทั้ง 2 ข้าง นวดวนเป็นวงกลมพร้อมกัน หรือทำทีละข้าง ข้างละ 36 ครั้ง โดยจะ ลดอาการคัดจมูก เสริมภูมิคุ้มกัน เพิ่มระบบไหลเวียนเลือดรอบจมูก ซึ่งถ้านวดเป็นประจำจะช่วยป้องกันหวัดได้
จุดที่สองเรียกว่า “จุดเลี่ยเชฺวีย” อยู่เหนือรอยพับข้อมือเท่ากับความยาวของ 2 นิ้วทาบ (นิ้วชี้และนิ้วกลาง) ตรงบริเวณแนวระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ด้านนอก หรือเมื่อประสานง่ามนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ทั้ง 2มือเข้าหากัน ตำแหน่งจุดนี้จะอยู่ที่ปลายนิ้วชี้ วิธีกดคือ ใช้ปลายนิ้วกดจุดนี้จนรู้สึกตึงหน่วงประมาณข้างละ 10 วินาที โดยจะช่วยทะลวงลมปราณปอด และขับปัจจัยก่อโรคออกจากระบบทางเดินหายใจ จึงช่วยให้ ลดอาการไอ หอบ เจ็บคอ
จุดที่สามเรียกว่า “จุดเหอกู่” อยู่บริเวณมือ โดยเมื่อกางนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ออก จุดนี้จะอยู่ปลายนิ้ว วิธีกดคือ ใช้นิ้วที่ถนัดฝั่งตรงข้ามกดจนรู้สึกตึงหน่วงประมาณ 10-20 วินาทีต่อครั้ง จากนั้นสลับข้างกดไปมาข้างละ 3-5 ครั้ง จะเป็นการกระจายชี่ปอดและปรับสมดุลการไหลเวียนลมปราณ โดยจะช่วยในเรื่องของการ ขจัดเสมหะ และบำรุงปอด
นอกจากการกดจุดแล้ว ตามทฤษฎีปัญจธาตุของศาสตร์การแพทย์แผนจีนยังนำ “ผักผลไม้ที่ควรกิน” เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ว่า ควรเน้นบริโภคผักและผลไม้ที่มีสีขาวตามธรรมชาติ เพื่อช่วยบำรุงปอด เช่น สาลี่ ที่ช่วยระบายความร้อน แก้ไอ ขับเสมหะ ลดการอักเสบ, แห้ว หัวไชเท้า ที่ช่วยลดเสมหะและอาการไอ.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์
ข้อมูล : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก



