กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพ

ผมอายุ 64 ปี มีปัญหาในเรื่องความดันเลือดสูงและเป็นเบาหวานมาได้ 3 ปีแล้ว เข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลใกล้บ้าน ด้วยการกินยาควบคุมน้ำตาลและไขมันอย่างต่อเนื่อง ออกกำลังกายด้วยการวิ่งทุกเช้าเป็นประจำ แต่เรื่องที่ไม่ค่อยสบายใจก็คือสมรรถภาพทางเพศเริ่มเสื่อมลงคือแข็งตัวช้าต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องนานมาก ปรึกษาเพื่อนในรุ่นเดียวกันต่างก็แนะนำให้ใช้ยาช่วย เขาก็ซื้อมากินแข็งตัวได้ดีมากแต่มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวและก็หน้าแดง กลัวและตกใจมาก จึงหยุดกินเพราะมีโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน จึงไม่กล้า กลัวจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ง่าย ๆ จึงมาขอคำแนะนำจาก ดร.โอ โดยตรงดีกว่าเพราะคุณหมอมีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ด้วยความเคารพ
เผด็จ 64

ตอบ เผด็จ 64
ในคนปกติที่ไม่มีปัญหาในเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศแล้วกลไกการแข็งตัวของอวัยวะเพศจะเกิดจากสารเคมีที่มีชื่อว่า ไซคลิกจีเอ็มพี (C-GMP) ที่จะถูกสร้างขึ้นเมื่อฝ่ายชายได้รับการกระตุ้น ทางเพศ ซึ่งจะไปมีผลทำให้หลอดเลือดแดงที่อวัยวะเพศขยายตัวและสารเคมีชนิดนี้จะถูกทำลายลงด้วยการทำงานของเอนไซม์ฟอสไฟโคเอสเตอเรส 5 โดยสารตัวนี้จะถูกปล่อยตามหลังสารไซคลิกจีเอ็มพี ออกมาที่ผนังของหลอดเลือดที่อวัยวะเพศชายทำให้เกิดการอ่อนตัวขององคชาตซึ่งถือเป็นกลไกตามธรรมชาติในคนปกติทั่วไป ปริมาณของสารไซคลิกจีเอ็มพีและอัตราการถูกทำลายด้วยเอนไซม์ฟอสไฟโคเอสเตอเรส 5 จะเป็นไปอย่างสมดุล ส่วนในฝ่ายชายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวช้าอ่อนตัวไว ก็มักจะมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากผนังหลอดเลือดถูกทำลาย ทำให้สารไซคลิกจีเอ็มพีหลั่งออกมาน้อย จึงต้องพยายามแก้ปัญหาด้วยการหายาที่ช่วยทำให้แข็งตัวได้ดีและนานพอสำหรับการร่วมเพศ ซึ่งยาที่ผู้ชายส่วนใหญ่รู้และนิยมใช้กันคือยาเฉพาะกิจ กลไกการทำงานของยาชนิดนี้จะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ฟอสไฟโคเอสเตอเรส 5 ให้เกิดการแข็งตัวได้นานและดีพอ เนื่องจากก่อนที่จะมีการหลั่งสารไซคลิกจีเอ็มพีออกมาจะมีสารไนตริกออกไซด์ถูกหลั่งออกมาก่อนเมื่อถูกกระตุ้นทางเพศ ซึ่งสารชนิดนี้จะทำให้เกิดการขยายของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจและกล้ามเนื้อ การออกฤทธิ์ของยาก็จะไปทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเกิดการขยายตัวจึงอาจทำให้มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา หากโชคร้ายมีการใช้ยาดังกล่าวร่วมกับยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรตยิ่งทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

การรักษาอาการอีดีด้วยยากินแล้วเกิดผลข้างเคียงตามที่กล่าวมานั้นสามารถเปลี่ยนแนวทางการรักษาใหม่ได้ด้วยการใช้ยาฉีด การใช้เทคนิคบริหารให้กล้ามเนื้อเพศแข็งแรงและหลอดเลือดที่องคชาตเกิดการขยายตัวทำให้เกิดการแข็งตัวโดยที่ไม่ต้องใช้ยาช่วย ล่าสุดเรื่องที่น่าสนใจเพิ่มก็คือการใช้คลื่นความถี่ต่ำรักษาคนไข้อย่างคุณให้ฟื้นตัวสู่ปกติโดยลดหรือไม่ต้องใช้ยาเฉพาะกิจ ช่วยให้ฟื้นตัวเช่นระดับก่อนเป็นเบาหวาน วิธีนี้รักษาอีดีทันสมัยล่าสุด ในบางกรณีแค่ยากินยังไม่ทันใจตามความต้องการทั้งสองฝ่ายก็แนะนำให้ใช้ยากระตุ้น การแข็งตัวภายใน 15 นาทีก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ครั้งละ 30-40 นาที ให้เลือกได้ ยาชนิดนี้ไม่กลัวยาหัวใจ.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51