บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ต่างเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานมหาศาล ในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่ดุเดือด


การตัดสินใจของนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีระดับโลก ที่ให้บริษัท สเปซเอ็กซ์ เข้าซื้อกิจการบริษัทเอไอ “เอ็กซ์เอไอ” ของเขาเอง ยิ่งผลักดันประเด็นการถกเถียงว่า ศูนย์ข้อมูลในวงโคจรนั้นเป็นไปได้ หรือเป็นการกระทำที่โง่เขลา


อนึ่ง สเปซเอ็กซ์เป็นผู้นำในตลาดการปล่อยจรวด และมัสก์เคยพูดถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ส่วนบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) “เทสลา” ของเขา ก็กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ซึ่งอาจใช้เป็นแรงงาน และทีมซ่อมบำรุงในอวกาศได้


เมื่อปีที่แล้ว บริษัทสตาร์ตอัป “สตาร์คลาวด์” ของสหรัฐ ส่งดาวเทียมขนาดเท่ากับตู้เย็น ซึ่งบรรจุหน่วยประมวลผลกราฟิก (จีพียู) ของเอ็นวิเดีย ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งบริษัทยกย่องว่าเป็น “การเปิดตัวในอวกาศ” สำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก


ขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง “กูเกิล” วางแผนที่จะปล่อยดาวเทียมทดสอบ ภายในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ซันแคตเชอร์” (Suncatcher) เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในอวกาศ


นอกจากนี้ บริษัทจรวดและดาวเทียม “บลู ออริจิน” นายเจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท แอมะซอน ก็โปรโมตเครือข่ายความเร็วสูงบนอวกาศ ที่เรียกว่า “เทราเวฟ” (TeraWave) ซึ่งศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ สามารถใช้ในการส่งข้อมูลไปยังทุกที่บนโลกได้


จุดสำคัญของการใช้พื้นที่ในอวกาศสำหรับศูนย์ข้อมูล คือ แหล่งพลังงาน โดยมีตัวเลือกของการปรับการทำงานของดาวเทียม ให้สอดคล้องกับวงโคจรของดวงอาทิตย์ เพื่อทำให้แน่ใจว่า แสงอาทิตย์จะส่องกระทบแผงโซลาร์เซลล์อย่างต่อเนื่อง


ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งปลูกสร้างในอวกาศยังช่วยหลีกเลี่ยงความท้าทายในการจัดหาที่ดิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น หรือการต่อต้านโครงการต่าง ๆ จากชุมชน ซึ่งบรรดาผู้สนับสนุนให้เหตุผลเสริมว่า ศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินการในอวกาศ จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมน้อยกว่า นอกเหนือจากมลพิษที่เกิดจากการปล่อยจรวด


“แนวคิดคือ ในไม่ช้า การสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ จะมีความสมเหตุสมผลมากกว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลบนโลก” นายฟิลิป จอห์นสตัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสตาร์คลาวด์ กล่าวในการประชุมด้านเทคโนโลยี เมื่อปีที่แล้ว


ทั้งนี้ อุปสรรคในการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ในอวกาศ คือ ต้นทุนในการนำมันขึ้นสู่วงโคจร แต่จรวดขนาดยักษ์ของสเปซเอ็กซ์ที่มีชื่อว่า “สตาร์ชิป” ทำให้มีความหวังว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการปล่อยจรวดได้


อย่างไรก็ตาม มันจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่สำคัญของปฏิบัติการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายต่อศูนย์ข้อมูลที่โคจรรอบโลก จากระดับรังสีที่สูง และอุณหภูมิที่สูงมาก รวมถึงอันตรายจากการชนกับขยะอวกาศ


อีกคำถามหนึ่งคือ การซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ทำงานผิดปกติหรือได้รับความเสียหาย ด้วยวิธีที่ประหยัดและคุ้มค่า จะทำได้อย่างไร.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES