ความต้องการที่พุ่งสูงจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) พลังงานสีเขียว และภาคส่วนการป้องกันประเทศ กระตุ้นอุปสงค์สำหรับโลหะสำคัญที่ใช้ในโครงข่ายไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล และยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อย่างมหาศาล


การแย่งชิงทองแดงเผยให้เห็นถึงการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมหาอำนาจทางอุตสาหกรรม ได้แก่ จีน สหรัฐ แคนาดา ยุโรป อินเดีย และประเทศอ่าว ต่างพยายามครอบครองแหล่งจัดหาโลหะชนิดนี้


“เราได้นักลงทุนกลับมาแล้ว” ประธานาธิบดีฮาเคนเด ฮิชิเลมา ผู้นำแซมเบีย กล่าวกับคณะผู้แทนในการประชุม “แอฟริกัน ไมนิง อินดาบา” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมกับเสริมว่า ภาคส่วนการผลิตทองแดงของประเทศ มีเงินไหลเข้ามากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 374,900 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปี 2565


ตามข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) แซมเบียเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสองของแอฟริกา รองจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และอยู่ในอันดับที่ 8 ของโลก


ทองแดง ซึ่งจำเป็นสำหรับแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลม สร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของแซมเบีย และมากกว่า 70% ของรายได้จากการส่งออก


ขณะเดียวกัน ผลผลิตทองแดงของแซมเบีย เพิ่มขึ้น 8% ในปีที่แล้ว เป็นมากกว่า 890,000 เมตริกตัน และรัฐบาลลูซากาตั้งเป้าที่จะเพิ่มการผลิตเป็นสามเท่า ภายใน 10 ปี


อนึ่ง การทำเหมืองเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของแซมเบีย ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าสูงถึง 5.2% ในปี 2568 และ 5.8% ในปีนี้ ส่งผลให้แซมเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในทวีปแอฟริกา


อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษอย่างหนัก ทำให้มีคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อชุมชนท้องถิ่น และความกังวลเรื่องการสกัดทองแดงแบบ “จากเหมืองสู่ท่าเรือ” ซึ่งแร่ทองแดงดิบถูกขนส่งไปต่างประเทศโดยตรง และผ่านการสกัดภายในประเทศเพียงเล็กน้อย


ด้านนายแดเนียล ลิตวิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มรีซอร์ส เรโซลูชันส์ ซึ่งส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย โดยอ้างอิงถึงการแย่งชิงทรัพยากรของแอฟริกาในยุคอาณานิคม


“มันมีความเสี่ยงที่ชนชั้นสูงจะร่ำรวยขึ้น โดยแลกกับความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง ส่วนวาทกรรมความร่วมมือที่เสนอโดยมหาอำนาจ อาจปกปิดผลประโยชน์ส่วนตัวที่อยู่เบื้องหลัง” ลิตวิน กล่าวเพิ่มเติม


แม้แซมเบียมีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ แต่ข้อมูลจากธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ กลับแสดงให้เห็นว่า ประชากรชาวแซมเบียมากกว่า 70% จากทั้งหมดประมาณ 21 ล้านคน ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจน


ยิ่งไปกว่านั้น ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทำเหมือง ยังส่งผลกระทบต่อแหล่งทองแดงของแซมเบียมาเป็นเวลานานแล้ว.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES