เบื้องหลังโลกเสมือนที่ดูเหมือนความรัก กลับซ่อนกลไกอาชญากรรมข้ามชาตินี้ “ทีมข่าวอาชญากรรม”แง้มเบื้องหลังกับ พ.ต.ท.ชรัส มีล้ำ สว.กก.6.บก.ปคม. หนึ่งในชุดจับกุม  สะท้อนภาพปัจจุบันในส่วนที่รับผิดชอบ 7 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีประเด็นศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การห้ามเปิดเผยของลับ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ก็ยังพบมีการค้าบริการทางเพศและสื่อลามกเด็กและเยาวชน  ล่าสุดที่ปฏิบัติการเป็นกรณีผู้ต้องหาชายปลอมเป็นหญิง “อินบ็อกซ์”หาเหยื่อเด็กหนุ่ม จนนำไปสู่การอัดคลิปวิดีโอคอล  มองเคสนี้เป็นการค้ามนุษย์แบบดิจิทัลอย่างหนึ่ง เพราะเหยื่อไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน

เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเยาวชน“หน้าตาดี” เชื่อว่ามีการใช้ AI ร่วมด้วย  เนื่องจากตัวผู้ก่อเหตุอ้างโหลดคลิปผู้หญิงเพื่อนำมาหลอก แต่จากการตรวจสอบพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือมีการใช้ AI และคลิปลามกจากแพลตฟอร์มต่างๆ ไว้เปิด เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นผู้หญิงจริง

ในเคสนี้บางรายกลัวจึงบล็อก  ทำให้ผู้ก่อเหตุส่งคลิปให้กับคนรอบตัวเหยื่อ  หลังเฝ้าติดตามมาจากโซเชียลว่าเหยื่อสนิทกับใครก็จะทักไปหา เพื่อบอกให้ปลดบล็อก  บางเคสเมื่อได้คลิปไปแล้วจะข่มขู่ให้เหยื่อไปหา  ก่อนรับบทเป็นคนดีบอกเหยื่อว่าหากมาหาแล้วจะลบคลิปให้ประหนึ่งเล่นละครให้ตายใจ

“เคสนี้ตัวผู้ก่อเหตุจะนำคลิปส่วนใหญ่ไปขายในแพลตฟอร์ม X และ LINE ส่วนตัว  เป็นการขายรายคลิป ไม่ขายเข้ากลุ่มเหมือนเคสก่อนๆ ราคาอยู่ที่คลิปละ 500 บาท  บางส่วนขายเป็นแพ็คเกจ 3 คลิป 1,200 บาท ขึ้นอยู่กับลูกค้าจะซื้อคลิปมากน้อยแค่ไหนค่อยตั้งราคา จากาการตรวจสอบพบแชทซื้อขายประมาณ 60 แชท”

พ.ต.ท.ชรัส เผยการดำเนินการหากคลิปเข้าสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศว่า  แพลตฟอร์มต่าง ๆ จะมีช่องทางรายงาน และสามารถติดต่อเจ้าของแพลตฟอร์มได้  ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายของประเทศ ปัจจุบันการปิดกั้น URL สามารถทำได้ทั้งแพลตฟอร์มและปิดกั้นโดยใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อตรวจจับถึงรูปภาพของเหยื่อ และลบได้ทั้งระบบ

พร้อมยอมรับความยากในการทำงานมี 2 ส่วน อย่างแรกคือ เหยื่อไม่ให้ความร่วมมือ เพราะมองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จนไม่กล้าแจ้งความ  อีกส่วนคือ การใช้“บัญชีอวตาร”ไม่เปิดเผยใบหน้า  ทำให้สืบสวนเป็นไปได้ยาก 

พ.ต.ท.ชรัส ระบุ จากประสบการณ์ทำคดี  เหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในอาการหวาดกลัว  อยากแจ้งความแต่ไม่กล้า  และไม่กล้าบอกผู้ปกครอง บางเคสขอเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอย่าบอกผู้ปกครองได้หรือไม่ แต่สุดท้ายเมื่อผู้ปกครองทราบก็ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายได้

“อยากฝากผู้ปกครองช่วยดูแลการใช้โซเชียลของบุตรหลาน ยิ่งปัจจุบันการใช้แพลตฟอร์มที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้  ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะสุดท้ายการส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้ผู้ก่อเหตุไปใช้ในโซเชียลเป็น Digital footprint หรือ ร่องรอยทางดิจิทัล และอยู่ในอินเตอร์เน็ต การลบออกค่อนข้างยาก”

ปฏิบัติการที่เกิดขึ้น เป็นมากกว่าการจับกุมคนผิด  แต่ส่งสัญญาณถึงภัยคุกคามยุคดิจิทัลที่ใกล้แค่(ใน)มือ  เมื่อความสัมพันธ์ปลอมในโลกออนไลน์  ผลักสู่การแสวงหาประโยชน์ทางเพศและค้ามนุษย์ได้

เรื่องนี้ครอบครัวมีส่วนสำคัญช่วยได้มาก  หากเด็กและเยาวชนรู้เท่าทันกลอุบาย  ผ่านการเปิดใจพูดคุย กล้าขอความช่วยเหลือ  เพื่อหยุดวงจร  ไม่ให้รักลวงตา…มาทำร้ายชีวิตจริง.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน