คณะกรรมการสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่งประชุมเป็นครั้งแรกในกรุงวอชิงตัน นับเป็นการทดสอบเบื้องต้นว่า หนึ่งในนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของเขา จะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง และช่วยให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในฉนวนกาซา มีความคืบหน้าหรือไม่
ความทะเยอทะยานที่เพิ่มขึ้นของทรัมป์สำหรับคณะกรรมการชุดนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การปกครองและการฟื้นฟูฉนวนกาซาให้เป็น “มหานครแห่งอนาคต” ไปจนถึงการท้าทายบทบาทของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ในการแก้ไขความขัดแย้ง
กระนั้น ความทะเยอทะยานดังกล่าวอาจถูกขัดขวางโดยความเป็นจริงของการจัดการกับฉนวนกาซา ซึ่งจนถึงขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างจำกัด ในการบรรลุเป้าหมายการหยุดยิงที่แคบลงกว่าเดิม
ชาวปาเลสไตน์ รวมถึงพลเรือนจำนวนมาก ยังคงถูกสังหารในการโจมตีเกือบทุกวัน ซึ่งอิสราเอลระบุว่ามีเป้าหมายเป็นกลุ่มติดอาวุธที่คุกคามหรือโจมตีกองกำลังของตน อีกทั้งกลุ่มฮามาสยังไม่ถูกปลดอาวุธ ไม่มีกองกำลังระหว่างประเทศประจำการในพื้นที่ และคณะกรรมการปาเลสไตน์ที่จะเข้ามารับช่วงต่อจากกลุ่มฮามาส ก็ติดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอียิปต์
“ถ้าการประชุมครั้งนี้ ไม่ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมในฉนวนกาซา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านมนุษยธรรม ความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการก็จะพังทลายอย่างรวดเร็ว” นายแม็กซ์ โรเดนเบค ผู้อำนวยการโครงการอิสราเอล-ปาเลสไตน์ จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (ไอซีจี) กล่าว
อนึ่ง ประเทศต่าง ๆ มากกว่า 24 ประเทศ ลงนามเป็นสมาชิกก่อตั้งคณะกรรมการสันติภาพ โดยรายชื่อรวมถึงอิสราเอล และประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอื่น ๆ ตลอดจนประเทศนอกตะวันออกกลางที่มีผู้นำสนับสนุนทรัมป์ หรือหวังที่จะได้รับความเอื้อเฟื้อจากเขา ส่วนพันธมิตรของสหรัฐ เช่น ฝรั่งเศส นอร์เวย์ และสวีเดน ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมคณะกรรมการในขณะนี้
ทรัมป์ ซึ่งแต่งตั้งตัวเองเป็นประธานคณะกรรมการสันติภาพ กล่าวว่า ประเทศสมาชิกให้คำมั่นว่าจะบริจาคเงิน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115,900 ล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา และจะส่งเจ้าหน้าที่หลายพันคนเข้าร่วมการรักษาสันติภาพและการดูแลความสงบเรียบร้อย แม้ยังไม่มีการเปิดเผยคำมั่นสัญญาทางการเงิน หรือวาระการประชุมในสัปดาห์นี้ ต่อสาธารณะก็ตาม
“เราต้องการทำให้มันประสบความสำเร็จ ผมคิดว่ามันมีโอกาสที่จะเป็นคณะกรรมการที่มีความสำคัญมากที่สุด เท่าที่เคยมีการจัดตั้งขึ้นมา” ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับเน้นย้ำคำวิจารณ์ของเขา ต่อผลงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่าจะไม่มีการฟื้นฟูฉนวนกาซา จนกว่ากลุ่มฮามาสจะวางอาวุธ ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เผชิญกับความไม่แน่นอน ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้นในวงกว้าง
แม้ข้อตกลงหยุดยิงระบุว่า กลุ่มฮามาสจะส่งมอบอาวุธ กองทัพอิสราเอลจะถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา และกองกำลังระหว่างประเทศจะเข้าประจำการในพื้นที่ ทว่ามันยังมีคำถามบางข้อที่ไม่ได้รับคำตอบ รวมถึงไม่มีการกำหนดกรอบเวลาเพื่อให้ได้รับการยอมรับ และชะลอการเผชิญหน้าในประเด็นเหล่านั้น
ทั้งนี้ อิสราเอลและสหรัฐระบุว่า การปลดอาวุธของกลุ่มฮามาส เป็นกุญแจสำคัญสู่ความคืบหน้าในด้านอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้น สมาชิกอาหรับและมุสลิมของคณะกรรมการสันติภาพ กล่าวหาว่า อิสราเอลบ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงด้วยการโจมตีรายวัน และต้องการให้สหรัฐควบคุมพันธมิตรใกล้ชิดของตนเอง ตลอดจนเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธ และอิสราเอลต้องถอนกำลังออกจากฉนวนกาซาเช่นกัน.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



