กรณีเสือภายใน “คุ้มเสือเชียงใหม่” หรือ Tiger Kingdom Chiang Mai ตายรวม 72 ตัว กำลังถูกสังคมจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการแจ้งตาย การควบคุมซาก และการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายว่าครบถ้วนหรือไม่

กฎหมายสิ่งแวดล้อมระบุว่า เสือจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ไม่ว่าจะเพาะเลี้ยงโดยเอกชนหรือครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อสัตว์ตาย ผู้ครอบครองมีหน้าที่ “ต้องแจ้งโดยไม่ชักช้า” ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าตรวจสอบสาเหตุการตายและควบคุมการจัดการซาก

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง” ซึ่งตามมาตรา 4 ถือเป็นสัตว์ป่าตามนิยามของกฎหมาย การเก็บรักษา แปรรูป เคลื่อนย้าย หรือทำลายซาก ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หากดำเนินการโดยพลการ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 92 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน หากตรวจพบว่ามีการนำซากหรืออวัยวะ เช่น หนัง กระดูก เขี้ยว หรือชิ้นส่วนอื่นใด ไปจำหน่าย มีไว้เพื่อค้า หรือแปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าข่ายความผิดฐานค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 89 และมาตรา 90 ซึ่งมีโทษรุนแรงขึ้น คือ จำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 1,000,000 บาท

นอกจากนี้ หากพบว่ามีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนการตาย อาจเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางอาญาและทางปกครอง รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารการครอบครอง บันทึกการตาย ใบอนุญาต และขั้นตอนการกำจัดหรือเก็บรักษาซากอย่างละเอียด หากพบการละเลยหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินคดีตามขั้นตอน พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณชนต่อไป