“การุณยฆาต” เป็นสิ่งถูกกฎหมายในแคนาดา มาตั้งแต่ปี 2559 สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งสิทธิดังกล่าวครอบคลุมผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคร้ายแรงและรักษาไม่หาย เมื่อปี 2564 แม้การเสียชีวิตไม่ใช่สิ่งที่ “คาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล” ก็ตาม
ชาวแคนาดา 1 ใน 20 คนที่เสียชีวิตในปี 2566 เลือกที่จะจากโลกนี้ไปด้วยตัวเอง ซึ่งในขณะที่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังพิจารณามาตรการที่คล้ายคลึงกัน แคนาดาก็เตรียมที่จะดำเนินการเพิ่มเติม
คณะกรรมการรัฐสภาแคนาดา จะเริ่มพิจารณาในเดือนหน้าว่าควรขยายขอบเขตกฎหมายการุณยฆาต ให้ครอบคลุมผู้ที่ทุกข์ทรมานจากอาการป่วยทางจิตโดยเฉพาะหรือไม่
ด้านน.ส.แคลร์ บรอสโซ วัย 49 ปี ยื่นคดีความต่อศาลเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเสียชีวิต หลังจากต่อสู้กับโรคไบโพลาร์มานานหลายสิบปี โดยเธอหวังว่านี่จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
“ฉันได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ที่ปรึกษา และการบำบัด 12 ขั้นตอนในเมืองมอนทรีออล นครนิวยอร์ก เมืองโทรอนโต และนครลอสแอนเจลิส ฉันลองวิธีต่าง ๆ มาทุกอย่างแล้ว มันมากเกินไปและนานเกินไปแล้ว” บรอสโซ กล่าว พร้อมกับเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงกฎหมายจะช่วยให้เธอจากไปอย่างสงบและปลอดภัย
อันที่จริง แคนาดาจะอนุญาตให้ดำเนินการุณยฆาตโดยไม่คำนึงถึงโรคภัยไข้เจ็บ ภายในปี 2567 แต่แผนการดังกล่าวถูกเลื่อนออกไป 3 ปี เนื่องจากรัฐบาลออตตาวาต้องการทำให้แน่ใจว่า ระบบสุขภาพจิตที่รับภาระหนักอยู่แล้ว “มีความพร้อม”
แม้ชาวแคนาดา 8 ใน 10 คน สนับสนุนการุณยฆาต แต่บางคนกังวลว่าเกี่ยวกับการขยายขอบเขตกฎหมาย ขณะที่นายทรูโด เลมเมนส์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยโทรอนโต กล่าวว่า ประเด็นนี้ถูกลดความสำคัญจนถูกนำเสนอเป็น “การบำบัดรูปแบบหนึ่ง”
“เราพบว่า แคนาดามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ เช่น เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ริเริ่มแนวทางปฏิบัติเช่นนี้ อีกทั้งความปรารถนาที่จะฆ่าตัวตาย มักเป็นส่วนสำคัญของความผิดปกติทางจิต และมันคาดการณ์ได้ยากมากว่า อาการป่วยทางจิตจะพัฒนาไปอย่างไร” เลมเมนส์ กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม นางโมนา กุปตา จิตแพทย์ และประธานคณะผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำแก่รัฐบาลแคนาดา ยืนกรานว่า ไม่มีเหตุผลทางคลินิกใดที่จะแบ่งแยกผู้มีความผิดปกติทางจิต ออกจากผู้ที่มีโรคทางกายเรื้อรัง
“เรากำลังพูดถึงคนจำนวนน้อยมากที่มีอาการป่วยทางจิตเรื้อรัง รุนแรง และรักษาไม่หาย ซึ่งเราต้องยอมรับว่ามีคนที่ป่วยมานานหลายสิบปี และได้รับการรักษามาทุกรูปแบบแล้ว และความทุกข์ทรมานที่เกิดจากอาการป่วยทางจิตบางอย่าง บางครั้งก็บรรเทาไม่ได้พอ ๆ กับความเจ็บปวดทางกาย” กุปตา กล่าวเสริม
ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอการุณยฆาตต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถในการตัดสินใจ เจ็บป่วยจากโรคที่ร้ายแรงหรือรักษาไม่หาย และประสบกับความทุกข์ทรมานทางร่างกายหรือจิตใจอย่างต่อเนื่องและทนไม่ไหว ซึ่งไม่สามารถบรรเทาภายใต้เงื่อนไขที่ถือว่ายอมรับได้ ซึ่งหากมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ แพทย์จะได้รับอนุญาตให้ยาที่ทำให้เสียชีวิต ในวันและเวลาที่ผู้ป่วยเลือก.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



