สัปดาห์ก่อน มีสำนักข่าวต่างประเทศ นำเสนอข่าว ชายวัย 91 ปีที่ได้ต้อนรับบุตรวัย 6 เดือน กลายเป็นเรื่องค่อนข้างฮือฮาทั่วโลก หลายคนชื่นชมว่า เป็นบทพิสูจน์ว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” แต่ในฐานะแพทย์ ผมอยากชวนผู้อ่านมองลึกกว่าความตื่นเต้นชั่วคราว เพราะในทางสังคม อายุอาจเป็นเพียงตัวเลข แต่ในทางชีววิทยา มันไม่เคยเป็นแค่ตัวเลขเลย ผู้ชายมีลูกได้ตลอดชีวิต จริง…แต่ไม่เหมือนเดิม
ผู้ชายไม่มีวัยหมดความสามารถในการสืบพันธุ์แบบผู้หญิง อสุจิยังคงผลิตได้ตราบใดที่ฮอร์โมนและอัณฑะยังทำงาน แต่ข้อมูลทางการแพทย์ชัดเจนว่า หลังอายุ 40 ปี คุณภาพอสุจิลดลงเฉลี่ยราว 0.7–1% ต่อปี การเคลื่อนไหวของอสุจิลดลง ความเสียหายของพันธุกรรม (ดีเอนเอ, DNA) ในอสุจิเพิ่มขึ้น
เมื่ออายุเกิน 50 ปี อัตราความผิดปกติของสารพันธุกรรมในอสุจิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับชายอายุน้อยกว่า 30 ปี คำว่า “ยังมีได้” จึงไม่เท่ากับ “เหมือนเดิม” ความเสี่ยงต่อบุตรเพิ่มขึ้นหรือไม่?
การศึกษาประชากรขนาดใหญ่พบว่า บิดาอายุเกิน 45 ปี ความเสี่ยงที่บุตรจะมีภาวะออทิสติกเพิ่มขึ้นประมาณ 2–3 เท่า, ความเสี่ยงโรคจิตเภทเพิ่มขึ้นราว 1.5–2 เท่า, มีความสัมพันธ์กับการกลายพันธุ์ใหม่ (de novo mutation) มากขึ้นตามอายุ แม้ความเสี่ยงโดยรวมยังถือว่าไม่สูงมากในระดับประชากร แต่โอกาสไม่เท่ากัน และการตัดสินใจที่ดีควรตั้งอยู่บนข้อมูลครบถ้วน
สมรรถภาพทางเพศ ไม่เท่ากับ คุณภาพการสืบพันธุ์ นี่คือจุดที่คนมักสับสน การแข็งตัวเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและฮอร์โมน แต่คุณภาพอสุจิอยู่ในระดับพันธุกรรมของเซลล์ ยาเพิ่มสมรรถภาพอาจช่วยให้มีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ไม่สามารถย้อนวัยของโครโมโซม การเข้าใจผิดสองเรื่องนี้เท่ากับ อาจทำให้ประเมินสถานการณ์คลาดเคลื่อน
แล้วมิติของความรับผิดชอบล่ะ? อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายไทยอยู่ประมาณกลาง 70 ปี หากเริ่มต้นบทบาทพ่อที่ 90 ปี คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “ร่างกายไหวไหม?” แต่คือ เด็กคนนั้นจะมีพ่ออยู่เคียงข้างได้นานเพียงใด ความรักอาจไม่มีวันหมดอายุ แต่ชีวิตมนุษย์มีเส้นเวลา.
ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



