กำลังเดินสายมอบนโยบายการทำงาน สำหรับ ”รัฐมนตรีคมนาคมยูไนเต็ด” ที่พรรคภูมิใจไทยคุมเบ็ดเสร็จ นำโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และ 3 รมช.นายสิริพงศ์ อังคสกุล นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี

ประเดิมหน่วยงานแรก กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายพิพัฒน์ กล่าววิสัยทัศน์และนโยบายในงาน “DLT Next 2026: ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข” ที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ วันก่อน ว่า แผนงานสำคัญที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดค่าครองชีพ และสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล ให้ประชาชนสัมผัสได้จริงผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1.การปฏิวัติสู่พลังงานสีเขียว เดินหน้าเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะสู่ระบบ EV แบบครบวงจร ทั้งแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง(จยย.) และรถตุ๊กตุ๊ก โดยรัฐจะเข้าไปอุดหนุนและแก้ปัญหา ทั้งระบบ เช่น การเพิ่มสถานีชาร์จ ลดเบี้ยประกันภัย แก้ปัญหาอะไหล่ขาดแคลน รถเมล์ร้อนจะหายไป โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะนำรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คันมาให้บริการแทน รวมถึง บขส. เตรียมศึกษา เปลี่ยนผ่านสู่รถ EV เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มุ่งสู่เป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero)ในปี 2593

2. ยกระดับความปลอดภัยเทียบเท่าการบิน ปรับโครงสร้างตั้งศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง บูรณาการการสอบสวนอุบัติเหตุเชิงลึกทุกมิติ ทั้งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ต้องคุมเข้มมาตรฐานวิศวกรรมยานยนต์ และผู้ขับขี่ ที่สำคัญจะมีมาตรการสำหรับผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้าง ต้องมีกองทุนเยียวยา หรือกรมธรรม์ประกันภัย ที่ครอบคลุม จ่ายชดเชยประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยไม่ต้องรอ

3. มาตรการตรึงค่าโดยสาร-ลดค่าครองชีพ เดินหน้าโครงการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 2,060 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทุกกลุ่ม ตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รถตู้ รถบัส ไปจนถึงรถบรรทุกโลจิสติกส์ เพื่อพยุงสภาพคล่อง และตรึงราคาค่าโดยสารไม่ให้เป็นภาระประชาชน พร้อมเร่งผลักดัน พ.ร.บ. ตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ให้รถสาธารณะเป็น Feeder เชื่อมต่อ “ล้อ-ราง-เรือ” เพื่อปรับลดภาระค่าเดินทางของผู้โดยสารลงอย่างเป็นรูปธรรม

ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานคมนาคมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือความสุขของคนไทย

ด้านรมช.สิริพงศ์ ที่ช่วยกำกับดูแลขบ.บอกว่า ได้เน้นย้ำให้ ขบ. คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุก ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ส่วนแนวทางส่งเสริมการใช้รถ EV ตามนโยบายรัฐบาลเบื้องต้น ขบ. ได้เสนอปรับลดภาษีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ สำหรับรถ EV และรถ Hybrid 80% จากที่เก็บอยู่ในปัจจุบัน คาดว่าจะจูงใจประชาชนหันมาใช้รถ EV มากขึ้น จะเร่งหารือรายละเอียดก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา

ตั้งเป้าหมายเริ่มให้ได้เดือน มิ.ย.2569 และคาดว่าในปี 2569 จะมีรถใหม่มาจดทะเบียนมากกว่า 3 แสนคัน จากปัจจุบันมีรถEV จดทะเบียนสะสมกว่า 4.4 แสนคัน เดือน ม.ค-เม.ย.2569 ยอดจดทะเบียนเฉลี่ยเดือนละ 2-3 หมื่นคัน

ขบ.มีแผนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้าในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดย ขบ. จะสนับสนุนพื้นที่ และเปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนติดตั้งจุดชาร์จด้วย นอกจากนึ้ ขบ. ยังเสนอมาตรการรถแท็กซี่เก่าแลกรถแท็กซี่ใหม่ ให้สอดรับกับนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” ของรัฐบาล ขณะนึ้แท็กซี่ใช้น้ำมัน และจะหมดอายุใน 3 ปีข้างหน้า ประมาณ 2.7 หมื่นคัน จะนำข้อเสนอหารือกระทรวงการคลังให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ภายใน 4 เดือนยังมีนโยบายจัดระเบียบผู้ขับขี่แพลตฟอร์ม(แอปพลิเคชั่น) ให้ถูกกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีรถให้บริการผ่านแอปฯ มาจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (รย.17 และ รย.18) กับ ขบ. เพียง 18,000 คัน ยังเหลืออีก 3.8 หมื่นคัน เพื่อให้ ขบ.กำกับดูแลเข้มงวด โดยเฉพาะการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ขับขี่เมื่อกระทำผิดต่อผู้โดยสาร เพราะที่ผ่านมาไม่เอาผิดทางกฎหมาย แค่การลงโทษของแอปฯ ที่ให้หยุดขับขี่ อีกทั้งผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะเท่านั้น ที่ผ่านมามีปัญหาสวมสิทธิ์บัญชีผู้อื่นเข้ามาขับรถ

ขณะที่ อธิบดีขบ. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ กล่าวว่า ขบ. เตรียมพลิกโฉมสู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ได้แก่ ดึงเทคโนโลยี AI และ CCTV คุมเข้มสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทั่วประเทศ เพิ่มความโปร่งใสและแม่นยำ โครงการ DLT EV Roadmap เปลี่ยนผ่านรถสาธารณะ และแท็กซี่เป็น EV ภายใน 5 ปี พร้อมปรับโครงสร้างภาษีรถ EV เพื่อสร้างแรงจูงใจ การยกระดับความปลอดภัยรถโรงเรียน สู่มาตรฐานระดับสากล ระบบ GPS TWO-WAY แจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยงและเส้นทางอันตรายแบบเรียลไทม์ และ เปิดตัว DLT One App ซูเปอร์แอปที่รวมทุกบริการของ ขบ.จบครบแอปเดียว

DLT NEXT 2026 ให้ใจ..คือการเคารพและใส่ใจเพื่อนร่วมทาง ให้ทาง..คือการใช้ถนนร่วมกับผู้อื่นอย่างมีวินัยและเอื้อเฟื้อ…ให้ชีวิตและให้ความสุข…คือการลดอุบัติเหตุ และสร้างความสุขในทุกการเดินทาง…
ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่



