เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

ชายวัยเกษียณเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นแฟนประจำคอลัมน์ของคุณหมอโอและทีมงาน ติดตามอ่านจากหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหาของแต่ละคน โดยเฉพาะในเรื่องชีวิตกับเพศสัมพันธ์และการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ตอนนี้ผมอายุ 65 ปี สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ แต่ดื่มกาแฟวันละ 1-2 กระป๋อง เรียกได้ว่าสุขภาพร่างกายไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มีปัญหาใหญ่อาวุธสำคัญประจำตัวไม่ค่อยแข็งและบางทีก็ไม่แข็งตัวเลย ทั้งที่ตื่นนอนตอนเช้ายังแข็งตัวได้ดี แต่พอจะมีอะไรกับแฟนไม่ยอมแข็งตัว บางครั้งลองเปลี่ยนคู่นอนเป็นเด็กสาววัยเอ๊าะ ๆ ก็ยังไม่ยอมสู้ ทั้ง ๆ ที่จิตใจเกินร้อย ลองมาหลายครั้งมันก็เหมือนเดิม อยากถามคุณหมอโอ จะต้องทำอย่างไรที่จะช่วยให้เจ้านกเขามันขันบรรเลงเพลงสู้ได้อีก ปัจจุบันยังมีความต้องการเต็มพิกัด จึงขอได้โปรดให้คำแนะนำด้วย

ด้วยความนับถือ
ไพบูรณ์ 65

ตอบ ไพบูรณ์ 65
ปัญหาของชายวัย 65 ปีที่กำลังเป็นอยู่เรียกว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คือ อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัว และคงตัวไว้ได้ในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งพบได้มากในผู้สูงอายุและสามารถพบได้ในผู้ชายทุกวัย โดยทั่วไปปัจจัยที่ทำให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวนั้นมีหลายปัจจัยทั้งด้านร่างกาย เช่น ระบบหลอดเลือด ระบบประสาท ฮอร์โมน และด้านจิตใจ ทุกอย่างต้องครบจึงจะมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศเกิดขึ้นได้ การที่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็จะทำให้แข็งตัวได้ไม่ดี หรือไม่แข็งตัวเลยในบางครั้ง การมีสุขภาพแข็งแรงดีอาจเกิดอาการอีดีขึ้นได้เป็นครั้งคราว เพราะความไม่พร้อมของร่างกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความวิตกกังวลทางจิตใจ ถ้าดูแลสุขภาพดีแล้วแต่ยังมีอาการอยู่ คงต้องตรวจหาสาเหตุโดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

โดยส่วนมากแล้ว มักจะมีปัจจัยทางด้านร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แต่ไม่เคยได้รับการตรวจมาก่อนเพราะคิดว่าตัวเองไม่เป็น สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้เส้นเลือดเสื่อมสภาพ รวมทั้งภาวะพร่องฮอร์โมนจากอายุที่มากขึ้น การที่มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโรคแอบแฝงซ่อนอยู่ ซึ่งโรคแอบแฝงบางโรคเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการอีดีตามมาภายหลัง การที่อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวตอนเช้าย่อมแสดงให้เห็นว่าตัวคุณมีระดับฮอร์โมนเพศอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ดังนั้นการรักษาอาการอีดีของชายวัย 65 ปีนี้จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคที่แอบซ่อนอยู่ที่คุณอาจไม่รู้ อย่างเช่น เบาหวาน ระดับไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งเมื่อแพทย์รู้สาเหตุของอาการอีดีแล้ว การรักษาก็เป็นไปตามขั้นตอนอาจจะใช้ยากินเพื่อฟื้นฟูระบบหลอดเลือด ยาในกลุ่มขยายหลอดเลือดหรือยาเฉพาะกิจ ถ้ามีภาวะเบาหวานร่วมด้วยอาจจะใช้การยิงคลื่นเสียงความถี่ต่ำไปยังเส้นเลือดที่องคชาตเพื่อเพิ่มการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ที่องคชาต ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่ต้นเหตุของอาการอีดีโดยตรง พร้อมกับการใช้อุปกรณ์บริหารกล้ามเนื้อเพศร่วมด้วยยิ่งจะทำให้ผลการรักษาเกิดประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51