ลูกเรือไทย 20  คน ที่อยู่บนเรือบรรทุกสินค้า สัญชาติไทย มยุรีนารี ที่ประสบเหตุถูกโจมตี จนได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ขณะเดินเรือใน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งลูกเรือได้รับการช่วยเหลือโดยกองทัพเรือโอมาน

ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่ยังสูญหาย ประกอบด้วย 1.นายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ตำแหน่งนายช่างไฟฟ้า 2.นายภาณุพงศ์ หมื่นแทน ตำแหน่งนายช่างกลประจำเรือ 3. นายชวลิต ไชยวงศ์  ยังอยู่ในขั้นตอนการช่วยเหลือ ซึ่งหวังว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพในช่วงต่อไป

โดย พล...ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุลเสนาธิการทหารเรือ ออกมาให้มูลว่า 3 คนเป็นช่างเครื่อง ยังคงติดค้างอยู่บนเรือ เบื้องต้นยืนยันว่า ทั้ง 3 ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ความยากลำบากคือสถานการณ์ในทะเล ที่ยังมีการ ยิงอาวุธออกมา เป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถ บุกขึ้นไปบนเรือ เพื่อนำตัวออกมาได้ในทันที

สำหรับการดำเนินงานในขณะนี้ กองทัพเรือได้ส่ง นายทหารประสานงาน ไปยังศูนย์ผสมทางเรือ (CMF) และประสาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา (บาห์เรน) และกรุงมัสกัต (โอมาน) รวมถึงกองทัพเรือเพื่อนบ้าน เพื่อหาช่องทางเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตามนโยบายของ ผบ.ทร. ที่เน้นย้ำความปลอดภัย ของคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง

ส่วน พล...กรจักร์ ยศธสารรองโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่เจ้าของเรือ มยุรีนารี โยนความผิด ให้กองทัพเรือไม่แจ้งเตือนว่า เส้นทางเดินเรือ มีความเสี่ยงห้ามผ่าน และไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะว่า กองทัพเรือได้แจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด ไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 28  ก.พ. เป็นต้นมา

ซึ่งเป็นการประกาศในลักษณะที่ เรียกได้ว่า Broadcast คือหมายความว่า แจ้งเตือนให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่ว ไม่ใช่ว่าต้องแจ้งตรงไปที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งบริษัทเอง ก็ต้องรับผิดชอบ ในการที่จะดูแลความปลอดภัยของตัวเอง จะต้องมีการ ติดตามข้อมูลข่าวสาร เรื่องความปลอดภัยที่ใดบ้าง ทั้งนี้ทางกองทัพเรือขอยืนยัน เรามีการแจ้งเตือนอยู่ ตลอดเวลาตามห้วงเวลาที่เหมาะสม

เมื่อถามว่ากองทัพเรือมองอย่างไร ที่ทางบริษัทเจ้าของเรือ โทษทางทหาร ที่ไม่แจ้งเตือน พล.ร.ต.กรจักร์ ระบุว่า อาจจะยัง ไม่สามารถบอกได้ แต่ขออนุญาตไปตรวจสอบก่อนว่าเจ้าของเรือพูดว่าอย่างไรบ้าง ซึ่งข่าวออกอยู่เยอะแยะมากมาย ทั้งยังมี ช่องทางเฉพาะ ด้วยซ้ำไป มันมีข่าวสารมากมายในเรื่องนี้

คิดว่าทางบริษัทมีวิจารณญาณเองว่า จะตัดสินใจก็ต้องดำเนินการอย่างไร อันนี้อาจจะเป็นเรื่องประกันเขาก็ได้เราไม่ทราบ หรืออาจ จะมีประเด็นอื่น ที่อาจจะเกี่ยวข้อง กับเรื่องประกันก็ได้

ก่อนหน้านี้มีคำชี้แจงต่อ ตลาดหลักทรัพย์ ของ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง  จำกัด” (มหาชน) ผู้เป็นเจ้าของเรือมยุรี นารี เมื่อ 12 มี.ค.69 กรณีเรือถูกอิหร่านยิงอับปางที่บริเวณ “ช่องแคบฮอร์มุซ” โดยคำชี้แจงที่ นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิมกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ลงนามนั้นระบุว่า “ไม่มีหน่วยงานใด คัดค้านการ
เดินเรือ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ  และในขณะนั้น ไม่มีคำเตือนที่ระบุเป็นการเฉพาะว่าไม่ควรเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว”

และ “ก่อนที่เรือจะเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย บริษัท ได้ประเมินการเดินเรือ อย่างรอบด้านพร้อมกับได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน ความปลอดภัยทางทะเล บริษัทประกันภัย และ ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อย่างครบถ้วน นั่นหมายความว่าพวกคุณมีการประเมินข้อมูลรอบด้านแล้ว 

ขณะที่ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.หนึ่งในนั้นคือ เรือบรรทุกสินค้า มยุรีนารี ติดธงสัญชาติไทย เพราะไม่ฟังคำเตือน และดึงดันที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย

ได้แต่ภาวนาว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น อย่าเกี่ยวข้อง กับเงินประกัน เพราะการเอาชีวิตลูกเรือไปเสี่ยง สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย มันเป็นเรื่องไม่เหมาะ ไม่ควรจริง ๆ เลย.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่