กรุงจาการ์ตาและเมืองรอบข้าง ซึ่งเรียกรวมกันว่า “จาโบเดตาเบก” (Jabodetabek) มีประชากรอยู่อาศัยราว 42 ล้านคน และผลิตขยะมากถึงประมาณ 14,000 ตันต่อวัน ทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นต่อบ่อขยะประมาณ 8 แห่งที่ให้บริการในภูมิภาค เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสภาพที่ขยะใกล้เต็ม หรือเต็มหมดแล้ว ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น
ณ ตลาดแบบดั้งเดิมแห่งหนึ่ง ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์จา ชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งกล่าวว่า ขยะที่กองพะเนินอยู่ข้างแผงขายกาแฟและขนมของเธอ ส่งผลเสียต่อธุรกิจ เพราะมันส่งกลิ่นเหม็นและดูสกปรกมาก
ด้านผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า การเติบโตของจำนวนประชากร รายได้ที่เพิ่มขึ้นจนนำไปสู่การบริโภคที่สูงขึ้น รวมถึงการขาดการบังคับใช้กฎหมายคัดแยกและกำจัดขยะอย่างเรื้อรัง ทำให้เกิดวิกฤติข้างต้น
อนึ่ง บ่อขยะบันตาร์เกบัง ซึ่งเป็นหนึ่งในหลุมฝังกลบแบบเปิดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 110 เฮกตาร์ ก็ประสบปัญหาเรื่องความจุเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นกล่าวว่า บ่อขยะแห่งนี้มีขยะอยู่ประมาณ 55 ล้านตันแล้ว แต่ไม่ระบุว่าเหลือพื้นที่ว่างอีกเท่าไหร่ แม้มีรายงานว่าปริมาณขยะเกินความจุของหลุมฝังกลบก็ตาม
ในเมืองตังเกรังใต้ คนเดินเท้าบางส่วนถึงกับสำลักและโบกมือปัดฝูงแมลงวัน ขณะเดินไปตามถนนที่มีขยะถูกทิ้งเรี่ยราด ซึ่งพวกเขาแสดงความรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลอินโดนีเซียไม่รับผิดชอบจัดการขยะ
กระนั้น ปัญหาขยะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงจาการ์ตา โดยพล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เตือนว่าบ่อขยะเกือบทุกแห่งของประเทศ จะเต็มหรือเกินความจุ ภายในปี 2571

ขณะที่รัฐบาลจาการ์ตาระบุว่า มีแผนที่จะปิดหลุมฝังกลบขยะหลายแห่ง “อย่างถาวร” รวมถึงบ่อขยะในเมืองตังเกรังใต้ และเขตซีปายุง ตลอดจนส่งเสริมโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ 34 แห่ง ภายใน 2 ปี ซึ่งพล.ท.ปราโบโว กล่าวเพิ่มเติมว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ มูลค่าเกือบ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 109,300 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม นายวาห์ยู เอคา ซีเตียวัน จากกลุ่มสิ่งแวดล้อมวัลฮี (WALHI) กล่าวว่า โรงงานที่วางแผนไว้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนการคัดแยกและการรีไซเคิลขยะได้
“นี่เป็นปัญหาที่ซับซ้อน มันเป็นผลรวมจากความตระหนักรู้ที่ต่ำ นโยบาย และความไม่สอดคล้องในวิธีการดำเนินการจัดการขยะ ซึ่งไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลานานแล้ว” ซีเตียวัน กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ซีเตียวันชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีการปฏิรูป สำหรับระบบการจัดการขยะ ที่ยังคงออกแบบตามโมเดลการเก็บรวบรวม การขนส่ง และการกำจัดขนะ โดยไม่ให้ความสำคัญกับการลดปริมาณขยะในครัวเรือน
ยิ่งไปกว่านั้น นางนูร์ อาซิซาห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ จากมหาวิทยาลัยกาจาห์มาดา กล่าวเสริมว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาลจาการ์ตา ในการให้ความรู้แก่ประชาชน และการขาดการบังคับใช้กฎหมาย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



