@เริ่มจากเรื่องของการเมืองในภาพใหญ่ของประเทศ เรื่องของ ครม ที่จะเข้ามบริหารประเทศ ในเดือน เมษายน 2569 ซึ่ง มีการ ประกาศรายชื่อ รอง นายกรัฐมนตรี และ เสนาบดี กระทรวงต่างๆ เป็นที่รู้กันแล้ว ว่าส บุคคลใด จะไปทำหน้าที่เป็น เสนาบดี กระทรวงไหน ทั้งของ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย ก็ยอมรับว่า เป็น คณะรัฐมนตรี ที่มีการ ผิดฝาผิดตัว น้อยที่สุด และ นอกจากมี ผู้อาวุโสทางการเมือง ที่เรียกว่า เขี้ยวลากดิน แล้ว ยังมี นักการเมือง รุ่นใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ ครม. อนุทิน 1 ที่เชื่อว่าคง มั่นคง แข็งแกร่ง และไปได้ หลายน้ำ ไม่เหมือนกับ ครม.ที่ผ่านมาซึ่ง ไปได้ไม่กี่น้ำ ก็ ตกม้าต่าย ทั้ง เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร ….. แต่ ไม่ว่า ครม. อนุทิน 1 จะ แข็งแกร่ง ปานใด ก็ตาม แต่เมื่อมี สภาพการณ์ มรสุม ที่ ถาโถม เข้ามา จาก แปดทิศ แปดทาง ก็น่าจะเป็นห่วงไม่น้อยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำ นาวาประเทศไทย ฝ่า คลื่น ฝ่าลมมรสุม ไปในทิศทางใด แม้จะมี ครูใหญ่ อย่าง เนวิน ชิดชอบ จะเป็นผู้ช่วย ในการ ต้นหน เพื่อดู ทิศทางของ คลื่นลม ที่มาเป็น พายุบุกแคม โดยเฉพาะ คลื่นลม ทาง เศรษฐกิจ ของ ประเทศ และ ปากท้อง ของ ประชาชน ที่เกิดจาก ผลกระทบของ สงครามตะวันออกกลาง อย่าลืมว่า ครูใหญ่ อย่าง เสี่ยเน เชี่ยวชาญ และ ช่ำชอง ในเรื่องของ เกม การเมือง แต่ในเรื่องของ เศรษฐกิจ เป็นเรื่อง มหึมา เพราะไม่ใช้ ผลกระทบ ของ เศรษฐกิจ ในประเทศ แต่เป็นผลจากเศรษฐกิจโลก ที่ทุกประเทศ ได้รับผลกระทบกับ การเปิดศึกระหว่าง สหรัฐอเมริกา โดย ประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ ผู้นำที่ กระหายสงคราม กับ อิสราเอล ที่มี ประธานาธิบดี เนทันยาฮู ที่เป็น ศัตรู กับทุกประเทศใน ตะวันออกกลาง….
@เรื่องของ พลังงาน น้ำมัน และ ก๊าซ ที่ ประเทศไทยต้อง นำเข้าจาก ต่างประเทศ และ ครึ่งหนึ่ง มาจาก ประเทศตะวันออกกลาง ซึ่ง ผลพวงของ สงคราม ระหว่าง สหรัฐ กับ อิสราเอล ที่ร่วมมือกัน โจมตี ประเทศอิหร่าน ที่ ยังไม่ จบสิ้น สงครามในตะวันออกกลาง เป็น สงครามยืดเยื้อ ที่ รัฐบาลไทย โดย อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ต้องมี แผน หรือ นโนยบาย ในการ รับมือ กับ พลังงาน ที่ แพงขึ้น และอาจจะ จัดหาได้ยากขึ้นจาก ตะวันออกกลาง …..เพราะ สงครามที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 ฝ่ายต่าง ทำลายล้าง โรงกลั่น และ คลังน้ำมัน ใน 6 ประเทศ รอบๆ อิหร่าน และ อิสราเอล ให้ เสียหาย อย่าง ยับเยิน ซึ่งต้องใช้เวลาในการ ปรับปรุง ซ่อมแซม ให้กลับสู่ สภาพเดิม ซึ่งแม้ว่า สงคราม อาจจะ ยุติ ลง แต่ยังต้องใช้เวลา ในการ ปรับปรุง ซ่อมแซม ให้กลับมาเหมือนเดิม เพื่อ ป้อน น้ำมัน ให้กับ ประเทศที่เป็น คู่ค้า…..แน่นอนว่าเรื่องของ พลังงาน ทั้ง น้ำมันดิบ และ ก๊าซ โรงกลั่น ในประเทศไทย ต้องหา แหล่งน้ำมัน แห่งใหญ่มา ทดแทน ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย หรือ ประเทศอื่นๆ เพื่อ ป้อนโรงกลั่น ให้มี น้ำมันเพียงพอกับการใช้ในประเทศ และให้มี ก๊าซ เพียงพอในการ สร้าง พลังงาน ให้มีความ เสถียร ….. ที่ สำคัญ เมื่อ ทั้ง น้ำมันดิบ ทั้ง ก๊าซ ธรรมชาติ ที่ นำเข้า มา ราคาแพง ก็ต้องมีการ ขึ้นราคาน้ำมัน และการขึ้น ค่าไฟ นั้นคือ ผลกระทบกับ ประชาชน ทุกภาคส่วน ที่ต้อง แบกรับ และเมื่อ น้ำมันแพง ไฟฟ้าแพง ย่อมส่งผลให้ สินค้าทุกชนิด ขยับราคาขึ้นเป็น เงาตามตัวกับ ราคาน้ำมัน และราคาของ ก๊าซธรรมชาติ ทั้งหมด รัฐบาล และ กลุ่มทุน และ พ่อค้าคนกลาง ไม่ได้เป็นผู้แบกรับ ผู้ แบกรับ เคราะห์กรรมทั้งหมด คือ ประชาชน …..
@เช่นเดียวกับที่ผ่านมา ที่ น้ำมันขาดแคลน และ ราคาแพง ต้องมีการ เข้าคิว ต่อแถว และมีการ ให้ บัตรคิว รับบัตรวันนี้ มาเติมน้ำมัน พรุงนี้ ปรากฏว่า 20 วัน ที่ ประชาชน ต้องแบก ภาระของ ต้นทุน น้ำมันที่แพงขึ้น แต่ โรงกลั่น ได้ กำไร สองหมื่นกว่าล้าน โดยไม่มีการ ขาดทุน จาก สภาวะ น้ำมันแพง แม้แต่ สลึงเดียว เพราะ ราคาที่แพงขึ้น ได้รับการ ชดเชย จาก กองทุนน้ำมัน เรื่องอย่างนี้ รัฐบาล ที่มี พรรคภูมิใจไทย เป็น แกนนำ และ มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็น นายกรัฐมนตรี ต้องมีการ รื้อโครงสร้าง ของ พลังงาน ให้เกิดความเป็นธรรม กับ ประชาชน ผู้ใช้น้ำมัน และให้ ประเทศไม่ต้องแบกภาระในการ อุดหนุน ให้ โรงกลั่น มี กำไร เท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม ใน สภาวะวิกฤติ โรงกลั่น และ บริษัทน้ำมันเชื้อเพลิง คือ ธุรกิจของ เอกชน ซึ่งโดยข้อเท็จจริง ในการทำธุรกิจ ต้องมีการ ขาดทุน ในสภาวะของ วิกฤติ จาก สงคราม แต่ โรงกลับทั้ง 6 โรงของประเทศไทย กลับทำ กำไร มหาศาล ในสภาวะของ สงคราม และ น้ำมัน ขาดแคลน และ ราคาแพง เป็นไปได้อย่างไร และ น่าจะเป็น ประเทศเดียวในโลก ก็คือ ไทยแลนด์ นี่แหละ…..ก็ อยากจะเห็น ฝีมือของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐบาลมนตรีกระทรวงการคลัง ว่าจะ แก้ปัญหานี้อย่างไร นโยบาย ธนูสามดอก ของท่าน จะ สามารถ ยิงเข้าสู้ เป้าหมาย ที่ โรงกลั่น อยู่เหนือ กฎเกณฑ์การทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม และ อยู่เหนือ กฎหมาย ได้หรือไม่…..
@วิกฤติ ที่เกิดจาก สงครามในตะวันออกกลาง ที่เกิดขึ้น ไม่ทำลายความ มั่นใจ ของประชาชน ที่มีต่อ พรรคภูมิใจไทย และ อนุทิน ชาญวีรกูล ในการที่จะ นำพาประเทศชาติ ออกจาก หลุมดำ ทางเศรษฐกิจ เพราะเห็นถึงความ ล้มเหลว กับการ จัดการ กับ ปัญหา การ ขาดแคลนน้ำมัน ทั่วประเทศ ที่ไม่เคยเห็นภาพของ ประชาชน ที่ต้อง เข้าคิวเติมน้ำมัน ภาพของการ หอบหิ้ว แกลลอน และ ถัง เพื่อมาซื้อน้ำมันที่ ปั๊มน้ำ เพื่อใช้กับการ เกษตรกร เป็นภาพที่ บาดตาบาดใจ ให้เห็นถึงความล้มเหลว ในการ จัดการ กับปัญหาที่เกิดขึ้น …..ภาพที่ ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ยกเว้น กรุงเทพมหานคร ที่ ปิดปั๊ม และไม่มีน้ำมันขาย แม้มีเงินก็ไม่รู้ว่าจะไป ซื้อน้ำมันที่ไหน ภาพของ ปั๊มมาตรฐาน เช่น ปตท,บางจาก,ที่เป็น บริษัทของ คนไทย และ ปั๊ม เชลล์ ,คาลเท็กซ์ ที่เป็นของ ต่างชาติ ที่ ปิด ครึ่งวัน เปิด ครึ่งวัน และ ประกาศให้ ประชาชน เติมน้ำมันได้ ครั้งละ 500 บาท เป็นเหมือน ประเทศไทย ตกอยู่ใน ภาวะสงคราม อย่างไร อย่างนั้น และ การแถลงข่าวว่า น้ำมันไม่ขาด น้ำมัน สำรองมีถึง 100 วัน แต่ สงครามใน ตะวันออกกลาง ผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ ประเทศไทย ก็ขาดแคลนน้ำมัน ทั้งประเทศ ทั้งหมดคือการ ตอกย้ำ ให้ความ มั่นใจ ว่า พรรคภูมิใจไทย และ รัฐมนตรีของ ภูมิใจไทย จะนำ ประเทศไปสู่ แสงสว่าง ของ เศรษฐกิจ หายไปในทันที…..
@หาก รัฐบาล ที่ เข้ามา บริหารประเทศ อย่างเต็มตัว ถ้าไม่เป็น หลังเทศกาลสงกรานต์ หรือเป็น ต้นเดือน พฤษภาคม ต้อง เร่ง แก้ปัญหา ทั้งเรื่องของ พลังงาน เรื่องของ ผลผลิตทางการเกษตร การควบคุมราคาสินค้า ที่ สินค้าทุกชนิด ต่างอ้างเรื่องของน้ำมันแพง ขึ้นราคาไปหมดแล้ว ทั้งที่เป็น สินค้าที่ผลิตก่อนการ เกิดขึ้นของ สงครามตะวันออกกลาง ที่ ข้อเท็จจริง ที่ประชาชน แบกรับ สวนทางกับ รัฐมนตรีกนะทรวงพาณิชย์ อย่าง ศุภจี สุธรรมพันธ์ ที่ แถลงว่า สินค้ายังไม่ขึ้นราคา และ ควบคุมได้ สงสัยว่า สินค้าที่ รัฐมนตรี กล่าวถึง น่าจะเป็น ธงฟ้า กระมัง….หรือ รัฐมนตรี ที่ได้รับ รายงานเท็จ จาก พาณิชย์จังหวัด ที่รายงานแต่สิ่ง สวยหรู และ สร้างภาพลักษณ์ ให้กับ ส่วนกลาง ซึ่งไม่ต่างจาก เรื่องที่ พาณิชย์ จังหวัด และ ผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวนมาก ที่ รายงานเท็จ ว่า น้ำมันใน จังหวัดของตนเองไม่ขาดแคลน อย่าง จ.สงขลา ที่ทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง พลังงานจังหวัด ทั้ง พาณิชย์จังหวัด รายงานไปในทิศทางเดียวกัน ว่า สงขลา ไม่ขาดแคลนน้ำมัน และ แม้แต่ไป ตรวจปั๊มน้ำมัน เพื่อ ยืนยัน กับ ส่วนกลาง ก็ เลือกที่จะไปตรวจใน พื้นที่รอบนอก อย่าง อ.จะนะ ที่ไม่ใช่โซน อุตสหกรรม การขนส่ง คมนาคม และ การท่องเที่ยว แต่ไป ตรวจใน อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ อ.รัตภูมิ ที่เป็น เมืองส่งออก อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว คมนาคม อย่างนี้เป็นการบอกว่า รู้ไม่จริง และ หนีปัญหา ต้องการ สร้างภาพ และ ตบตา ทั้ง รัฐมนตรีมหาดไทย รัฐมนตรีพาณิชย์ และ รัฐมนตรี พลังงาน จนเป็นเหตุให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคมนาคม หลงเชื่อ ให้ สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ไม่เชื่อว่า สงขลาน้ำมันขาดแคลน และมีการ ปิดปั๊ม ทั้งหมดคือ ผลพวงของการ รายงานเท็จ จาก จังหวัดไปยัง ส่วนกลาง และ นี่คือ วัฒนธรรม ของ ข้าราชการ ในส่วนภูมิภาพ ที่ยัง แก้ไม่หาย …..
@สำหรับปัญหา เศรษฐกิจ เรื่อง น้ำมันแพง คือเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะ เมื่อน้ำมันแพง และ ปล่อยให้ ราคา ลอยตัว นักลงทุน เจ้าของกิจการ ก็จะ วางแผนในระยะยาวไม่ได้ และ สินค้าทุกชนิด แม้แต่ ผักบุ้ง ก็จะ ขึ้นราคา เพราะ สินค้าทุกอย่าง ต้อง ขึ้นรถบรรทุก มายัง ที่หมายปลายทาง ราคาค่าขนส่ง ที่ ปรับขึ้น ถูกนำมา บวก กับต้นทุนของ สินค้า และ ภาษี จะเห็นได้ว่า ส่วนต่าง ที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากราคาน้ำมันแพง กลุ่มคนสุท้าย ที่ต้องเป็น ผู้แบกรับทั้งหมด คือ ผู้บริโภค หรือ ประชาชน นั้น เอง …..ฟังจากปากของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เรื่องการ ดูแล กลุ่มคนเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจาก ราคาน้ำมัน และ ค่าไฟ ที่สุดท้ายแล้ว ต้องมีการปรับราคา ตามราคาก๊าซ ที่นำเข้าจากต่างประเทศที่แพงขึ้น หนีไม่พ้นที่จะต้องขึ้น ค่าไฟฟ้า การ ช่วยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะ สังคมไทย มีทั้งผู้ที่ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และ กลุ่มที่ ช่วยเหลือตนเองได้ ส่วนเรื่องการ แจกเงิน หรือ โครงการ คนละครึ่ง เพราะการ ทุเลา ความเดือดร้อนของ ประชาชน ก็คงจะเป็นอีก ทางหนึ่ง ของ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นการ ให้น้ำเกลือ ให้ เลือด ของคนที่ ป่วยไข้ จาก พิษของ เศรษฐกิจ…..
@กลับมาดูเรื่องของ น้ำมันขาด น้ำมันแพง อีกประเด็น ที่ รัฐบาล ต้อง ป้องกัน เพราะ ขณะนี้ น้ำมันจาก ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย มีรคาแพง กว่าประเทศไทย ราคาขาย หน้าปั๊ม ของ มาเลเซีย ทะลุจาก ลิตรละ 35 บาท ขึ้นไป แสดงให้เห็นว่า ประเทศที่ ผลิตน้ำมันได้เอง อย่าง มาเลเซีย ก็ เลิก อุ้ม ประชาชน ขึ้นราคาขายตาม เนื้อน้ำมัน ที่ยัง ยกเว้นภาษี กับ ประชาชน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ ปนม. สรรพสามิต ศุลกากร และ ศรชล ต้อง ป้องกัน การ ลักลอบ นำน้ำมันจากประเทศไทย ไปขายให้กับ ประชาชน มาเลเซีย…. รวมทั้งการ ลักลอบ ส่งน้ำมันจาก ประเทศไทย จาก กลุ่มทุน ที่มี กิจการค้าน้ำมัน ใน แนวชายแดนด้าน ตะวันตก ไปขายให้กับ เมียนมา และ ชายแดนด้านตะวันออก ไปขายให้กับ กัมพูชา เพื่อมิให้ เกิดการ ลักลอบ ส่งออก ที่จะทำให้ น้ำมันในประเทศ ขาดแคลน ส่วน น้ำมันเถื่อน จาก มาเลเซีย มีหรือไม่ ก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะ น้ำมันในกลุ่ม เบนซิน ซึ่งที่ มาเลเซีย มีราคาถูกกว่า หน้าปั๊มของไทย ซึ่งขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ ทางทะเล ในภาคใต้ และ ทางบก ใน จ.สงขลา และ นราธิวาส ยังมีการนำเข้า เพื่อ ขาย ให้กับ ผู้ประกอบอุตสาหกรรม แต่ ราคาขาย ก็ไม่ แตกต่างกับ ราคา หน้าปั๊ม ในประเทศไทย แต่ ถ้า รัฐบาล ใช้ มาตรการ ลอยตัว ราคา ดีเซล เมื่อไหร่ การ ลักลอบ นำเข้าก็จะมากขึ้น…..เกษตรกรของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น นาขาว ไร่มัน ไร่อ้อย สวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ คือ กลุ่มแรก ที่มีผลกระทบจาก น้ำมันแพง เพราะ วันนี้ ราคาปุ๋ย ปรับขึ้นแล้ว จาก กระสอบละ 800 บาท เป็น 1300 บาท ปีนี้ น่าจะเป็นปีที่ ต้นไม้ต้อง ขาดปุ๋ย เพราะ เกษตรกร รายย่อย หมดปัญญา ในการ หาเงินมา ซื้อปุ๋ย ปัญหานี้ คือ โจทย์ หรือ การบ้าน ที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้อง แก้ไข ทันที่ ที่มานั่งใน ตำแหน่ง เสนาบดี กระทรวงเกษตร….
@พูดได้ดีนะ วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่บอกกับ นักข่าวว่า สินค้า ขึ้นได้ ก็ลงได้ อย่างดวงอาทิตย์ เมื่อมีขึ้นก็มีลง ดวงอาทิตย์ ขึ้นลง เป็น ปรากฎการณ์ของธรรมชาติ แต่ราคา สินค้า ในประเทศไทย ผู้กำหนดราคา ขึ้น -ลง คือ มือของ กลุ่มทุน และ พ่อค้าคนกลาง ที่ ฉกฉวยโอกาส ในการ ขึ้นราคาสินค้า ทันที ที่มี โอกาส หรือ ช่องว่าง จากฝ่ายบริหารประเทศ ถ้า ฝ่าย การเมือง และ ข้าราชการ ตามไม่ทัน เหลี่ยมกล ของ กลุ่มทุน และ พ่อค้าคนกลาง ประชาชนจะถูก เชือดเนื้อเถือหนัง ในทันที ดังนั้น ทั้ง ปลัดกระทรวง ทั้ง อธิบดีกรมการค้าภายใน ต้อง ทันเกม และต้อง ใส่ใจ ในการ ติดตามราคาสินค้า อย่าให้มีการ ฉวยโอกาส จาก พ่อค้าคนกลางในการ รีดเลือดปู …..การท่องเที่ยว ที่เป็น เครื่องจักรตัวสุดท้าย ในการ สร้างรายได้ ให้กับประเทศไทย ถูก ผลกระทบอย่าง รุนแรง เห็นได้ชัดจาก ภาคใต้ตอนล่าง ที่อยู่ติดกับ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทุกครั้งในเทศกาล ฮารีรายอ จะมี ชาวมาเลเซีย หลั่งไหล เข้ามา ท่องเที่ยว ประเทศไทย ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว อย่าง สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา จนถึง เกาะภูเก็ต แต่ปีนี้ เงียบเหงา เป็นอย่างยิ่ง ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทุกแห่ง ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ติดต่อกับ มาเลเซีย ที่เคย คึกคัก ติดแง็ก เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง แต่ ฮารีรายอ ปีนี้ เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ถูก ก่นด่า ไม่ถูก ตำหนิ จาก ประชาชน เพราะ ไม่มี นักท่องเที่ยว มาเลเซีย เข้ามาท่องเที่ยว อย่าง ล้นหลาม เหมือนเดิม เพราะ รัฐบาลมาเลเซีย และ กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา ประกาศเตือนให้ชาวมาเลเซีย งดเดินทางมาประเทศไทย เงินจากการ ท่องเที่ยวจึง หายวับ จาก ประเทศไทยทันที…..และ ถ้า สถานการณ์ของ น้ำมันแพง รวมถึง น้ำมันขาด ในประเทศไทย ยังไม่จบ ผลกระทบ จะเกิดกับ เทศกาลสงกรานต์ ใน เดือนเมษายน นักท่องเที่ยว ต่างชาติ ก็จะ น้อยลง เพราะค่าเดินทางที่แพงขึ้น และความไม่มั่นใจในการ คมนาคม ในประเทศไทย ส่วนคนในประเทศ ที่ ยุ่งยาก ในการ ใช้ชีวิต ที่ น้ำมันแพง น้ำมันขาด คง คิดหนัก กับการ เฉลิมฉลอง สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย ให้ ครึกครื้น เหมือนทุกปี และ เม็ดเงิน มหาศาล จากการ ท่องเที่ยว ในเทศกาลสงการนต์ ก็จะ หายวับ ไปกับตา …..
@สำหรับ ผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ได้รับ ผลกระทบ คือผู้ที่จะ เดินทางกลับบ้าน ใน เทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะ พี่น้องชาว อีสาน และ ชาวเหนือ ที่ทุกปีของ ปีใหม่ไทย หรือ ปีไหมเมือง จะต้อง กลับไปบ้าน เพื่อ รดน้ำดำหัว บุพการี และ เครือญาติ ปีนี้ อาจจะ ยุ่งยาก ในการเดินทาง เพราะ น้ำมันแพง และ สินค้าทุกอย่างที่แพงขึ้น ทั้งหมดคือ ผลกระทบ จาก สงครามตะวันออกกลาง ที่ รัฐบาล ต้องมีการ รับมือ กับ วิกฤติทุก ช่องทาง ที่เกิดขึ้น ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำ รัฐนาวี ของประเทศ จะมีแผนในการ รับมือ กับ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น คงจะไม่มี มวลมหาประชาชน เดินทางมา ที่ รัฐสภา หรือ ทำเนียบรัฐบาล อย่างที่ นักวิเคราะห์ ทางการเมือง อย่าง อาจารย์จ๊ะ ทำการ วิเคราะห์ว่า รัฐบาลใหม่ จะอยู่ได้ไม่กี่เดือน…..
@เรื่องของ ไฟใต้ มหากาพย์ แห่งปัญหาความมั่นคง ที่ ล่าสุด มีการ กลุ่มมือปืน ประกบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ ทนายแวยูแฮ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ เขต 5 จ.นราธิวาส แม้ว่า ทนายแวยูแฮ จะ รอดจาก คมกระสุน แต่ คนขับรถ และ ตำรวจติดตาม บาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 คน ประเด็น สาเหตุ การ ยิงถล่ม มาจากเรื่องอะไร เป็นหน้าที่ของ ตำรวจ ที่จะต้อง สืบสวน สอบสวน แต่ที่แน่ๆ แวยูแฮ ต้องรู้ว่า การถูก ถล่มด้วยอาวุธสงครามครั้งนี้ มาจาก เรื่องอะไร….ที่สำคัญ เมื่อดูจาก การยิง ของปืน เอ็ม 16 ทั้ง 2 กระบอก กระสุน เกาะกลุ่มที่ ตอนหน้ารถ โดยไม่มีกลุ่มกระสุน ยิงมายังเบาะหลัง ที่เป็นที่นั่ง ของ สส.แวยูแฮ แต่อย่างใด การ ยิงถล่มรถยนต์ของ สส.แวยูแฮ จึงน่าจะ สันนิษฐาน ได้ว่า มือปืน ยังไม่ต้องการ ปลิดชีพ ของ แวยูแฮ และ ปลอกกระสุน 27 ปลอก ที่ ตำรวจ เก็บได้จากที่เกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐาน 10 ตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่า ปืนทั้ง 2 กระบอก เคยใช้ในการ ก่อเหตุ ในพื้นที่ เรื่องการ หาสาเหตุ จึงเป็นหน้าที่ของ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุริยศรี ผบก สส. สตช. ซึ่งเป็น มือสืบ ชั้นเยี่ยมของ สชต. แต่เรื่องที่ สำคัญกว่า และเป็น ประเด็น ที่ ประชาชน ส่งเสียง ถามมายัง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คือ ด่านตรวจ หรือ จุดตรวจ ที่มีอยู่ มากมายในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส สถานที่เกิดเหตุ มีไว้ทำอะไร และ มีประโยชน์อะไร เพราะ หลังเกิดเหตุ รถยนต์กระบี 4 ประตู ของคนร้าย หายจาก จุดเกิดเหตุ หน้าบ้านพักของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส อย่างไร ร่องรอย เหมือนกับว่า รถยนต์ทั้งคันเป็นเพียง โทรศัพท์มือถือ ที่ถูก ใส่กระเป๋ากางเกง นี่คือ ข้อ กังขา ของ ประชาชน ที่เกี่ยวกับ จุดตรวจ ทั้งมีทั้ง จุดตรวจความมั่นคง จุดตรวจยุทธศาสตร์ และ จุดตรวจของ ชคต. หรือ ชุดคุ้มครองตำบล ที่มีอยู่มากมาย รวมทั้ง กล้องวงจรปิด ที่ ติดตั้งอยู่ จากหลายหน่วยงาน ทำไม่จึง จับภาพ รถยนต์ ของคนร้ายไม่ได้ และ จนถึง ขณะนี้ ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ ยังไม้พบ รถยนต์ ที่ก่อเหตุ และไม่มี เบาะแส ของ คนร้าย…..
@คำตอบจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คือ หลังเกิดเหตุ รถยนต์ ของ คนร้าย ใช้ เส้นทางรอง ในการ หลบหนี ไม่ได้ใช้ เส้นทางหลัก ที่มี จุดตรวจ จุดสกัด เป็นจำนวนมาก และการที่ กล้องวงจรปิด จับภาพของ รถยนต์ของคนร้ายไม่ได้ เพราะ ก่อนหน้าที่ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีการ ทำลายกล้องวงจรปิด ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก….. ก็เป็นคำตอบที่ สมเหตุสมผล ที่แสดงให้เห็นว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่มี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้บังคับบัญชา และ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคในฐานะของ ผบ.ฉก.นราธิวาส ต่างรู้ถึง ปัญหา และรู้ถึง จุดอ่อน ของ พื้นที่ได้อย่าง ลึกซึ้ง….แต่ทำไม่ เมื่อ รู้แล้ว จึงไม่มีการ ปิดจุดอ่อน ไม่มีการแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่อง คนร้าย หลังก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้ เส้นทางรอง ในการ หลบหนี เป็นที่รู้กันมาแล้ว 21 ปี แต่ไม่มีการ แก้ไข เช่นการ มี ด่านตรวจใน เส้นทางรอง การมีชุด จรยุทธ ที่พร้อมรับมือกับ ปัญหาเฉพาะหน้า การมี ด่านลอย ใน เส้นทางรอง เช่นเดียวกับ เรื่อง กล้องวงจรปิด ที่รู้ แล้วว่า ถ้า จุดไหน มีการเผา หรือ ทำลาย ต้องมีการ ก่อเหตุ ในไม่ช้า ทำไม่ จึงไม่มี แผน ในการ รับมือ หรือ แก้เกม ของ คนร้าย หรือ ขบวนการแบ่งยกดินแดน ดังนั้นเรื่องที่ กอ.รมน.ภาค 4 แถลง จึงเป็นเรื่องของการ แก้ตัว แต่ที่ ประชาชน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการคือการ แก้ไข จุดบกพร้อม จุดอ่อน ที่เกิดขึ้น ให้การทำงานของ เจ้าหน้าที่ มีประสิทธิภาพ และ แก้ปัญหาของ ไฟใต้ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่….. แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดี ครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก

คุณภาพขีวิต. ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ,บต.) พร้อม กริช ภู่ฉุน นายอำเภอละงู จ.สตูล และ คณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ลงพื้นที่ เกาะบูโหลน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เพื่อแก้ไขคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขอดุอาร์, พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน. รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีรัลึกและขอดุอาร์ ในการเสียชีวิตครบ 100 วันขิง ร.ต.ฮากิม มาเจ๊ะมะ ผู้พลีชีพ ณ สมรภูมิช่องอานม้า ณ.บ้านสุแฆ ต,ดุซงญอ อ,จะแนะ จ,นราธิวาส

พัฒนาศักยภาพ. เฉลิมพล เรืองเริงกุลฤทธิ์ รอง นายก อบจ.ยะลา เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการศาสนสถาน (วัด มัสยิด ศาลเจ้า โบสถ์) กิจกรรม “การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวัด” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีบุคลากรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาเข้าร่วมพิธีเปิด ณ ศาลาการเปรียญวัดพุทธภูมิ อ.เมือง จ.ยะลา

ต้อนรับ. ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ให้การต้อนรับคณะเทศมนตรีนครยะลา นำโดย พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา พร้อมแนะนำคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ในการนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ร่วมกับเทศบาลนครยะลาและภาคีในพื้นที่ เดินหน้าความร่วมมือเชิงบูรณาการเพื่อยกระดับศักยภาพจังหวัด ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม มุ่งสู่การสร้าง “Med Hub – Wellness – Smart Economy” ควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเป็นระบบ ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยฯ จ,นครปฐม

ค่ายเยาวชน. ก้องสกุล จันทราช ผวจ.ยะลา เป็นประธานเปิดโครงการค่ายเยาวชนสำนึกรักท้องถิ่น เสริมสร้างความสมานฉันท์ ประจำปี 2569 รุ่นที่ 21 โดยมี พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาลนครยะลา ผู้บริหารสถานศึกษา เยาวชนจำนวน 175 คน

เยี่ยมบ้าน. กิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน , ชาติสยาม ปรีดาสา ปลัดอาวุโสอำเภอรามัน มอบหมายให้ ชิงชัย ศรีหนูสุด ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลบาลอ พร้อมด้วย ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เยี่ยมบ้านประชาชนในพื้นที่หมู่ 3 บ้านบือแนนากอ ต,บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา

กำลังใจ.พ.อ.จตุพร ธานีพัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 มอบหมายให้ ร.ท.วีระศักดิ์ มีแวว ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4112 พร้อมคณะ และ อสม.ลงพื้นที่ให้กำลังใจ มาลาเฮง บากา ประชาชนกลุ่มเปราะบาง มอบเครื่องอุปโภค บริโภค เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ณ หมู่ที่ 5 ต.กอตอตือระ. อ,รามัน จ.ยะลา

แสดงความยินดี. อาดัม มะลาบู นายกเทศมนตรีตำบลเมืองรามันห์ อ.รามัน จ.ยะลา เดินทางลงพื้นที่เข้าพบ ฮัมเซาะห์ แดเบ๊าะ เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบาโร๊ะ อ.ยะหา จ,ยะลา ณ อบต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ,ยะลา

ตรวจปั้ม. ว่าที่ ร.ต.จิรัสย์ ศิริวัลลภ รอง ผวจ.ปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ตามนโยบายของรัฐบาล ในพื้นที่อ.สายบุรี และอ.มายอ จ.ปัตตานี เพื่อกำกับดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในด้านคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ โดยมี นายอำเภอสายบุรี นายอำเภอมายอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

ตรวจสอบ. ชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ รองประธานฯ นำคณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.ตรัง ลงติดตามโครงการที่มีการทิ้งงานหรือทิ้งร้างในจังหวัดตรัง ของหน่วยงานที่ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการใหญ่ๆ 2 วัน รวม 6หน่วยงานโครงการอาคารอำนวยการผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉิน ศสล. 7 ชั้น รพ.ตรัง งบประมาณ 113,721,609,15 บาท โครงการก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้าง

อบรมเชิงปฏิบัติการ. ปัญจศีล ภูสงัด ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างทักษะการเอาชีวิตรอดจากภัยคุกคาม เพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษา เน้นฝึกปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครูสามารถตัดสินใจ รับมือ และระงับเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที

วิกฤติน้ำมัน. ณ ห้องลิบง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตรัง ทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง เป็นประธานการประชุมกำหนดมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ โดยมี สำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อติดตามสถานการณ์ทั้งด้านปริมาณสำรอง แหล่งจัดหา และราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด

ผลงานวิชาการ. เทศบาลเมืองม่วงงาม จัดโครงการจัดแสดงผลงานทางวิชาการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลเมืองม่วงงาม ประจำการศึกษา 2568 โดยมี รตท.วิวัฒ ดำคง นายกเทศมนตรีเมืองม่วงงาม #เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาล เมืองม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา

อรสุรางค์ อินทสโร หน.สนง.กองทุนฟื้นฟูฯสงขลาได้จัดอบรมสมาชิกกองทุนกลุ่มเป้าหมายจำนวน150คนเพื่อเพิ่มความรู้ทักษะการบริหารองค์กรและอื่นๆเพื่อนำไปพัฒน์องค์ของตนเองต่อไป ณโรงแรมหาดแก้วรีสอร์ต อ.สิงหนคร จ.สงขลา

เพื่อเพื่อนมนุษย์. เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ ( เถ้าแก่หลี ) คหบดีใจบุญ เจ้าของธุรกิจโรงโม่หิน เขาบรรไดนาง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พร้อมภรรยา มอบเครื่องช่วยหายใจ ให้กับ โรงพยาบาลสงขลา โดยมี ผอ.รพ.สงขลา เป็นผู้รับมอบ



