ชาวอิตาลีรุ่นใหม่ลงคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น คัดค้านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่เสนอโดยนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี นับเป็นบทบาทสำคัญต่อความพ่ายแพ้ในการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา
ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 40,000 คนหลังการลงประชามติ เผยให้เห็นว่า กลุ่มคนรุ่นเจนซี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงอายุน้อยที่สุด โหวตคัดค้านการปฏิรูปมากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วน 61.1%
อนึ่ง การปฏิรูปรัฐธรรมนูญของอิตาลี มีจุดประสงค์เพื่อแยกบทบาทของผู้พิพากษากับอัยการ และปฏิรูปการกำกับดูแลของพวกเขา ซึ่งรัฐบาลฝ่ายขวาจัดของเมโลนีระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นต่อความเป็นกลางของตุลาการ
แม้การลงประชามติครั้งนี้มีชาวอิตาลีออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมากถึง 55.7% แต่ผลสำรวจของอิปซอสระบุว่า คนหนุ่มสาวมีส่วนร่วมมากที่สุด คิดเป็น 67% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เนื่องจากนักศึกษาหลายคนยังลงทะเบียนในภูมิลำเนาเดิม และไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงโดยตัวแทนหรือทางไปรษณีย์
นายวิตโตริโอ โจดา นักพัฒนาซอฟต์แวร์ วัย 24 ปี ในเมืองตูริน วางแผนที่จะงดออกเสียง แต่สุดท้ายเขาก็เลือก “ไม่เห็นด้วย” กับการปฏิรูป เนื่องจากเขากังวลว่า รัฐธรรมนูญอาจตกอยู่ในมือของคนที่เขาคิดว่าไม่เหมาะสมหรืออันตราย อย่างเช่นคนที่อยู่ในอำนาจ ณ ตอนนี้
ในช่วงสัปดาห์ก่อนการลงประชามติ เมโลนีถึงกับออกรายการพอดแคสต์ของแร็ปเปอร์ “เฟเดซ” เพื่อพยายามโน้มน้าวใจผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงรุ่นใหม่ ทว่ากลยุทธ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นผลเสีย ซึ่งโจดาชี้ให้เห็นว่า แรงกดดันอย่างหนักจากเมโลนี ในการผลักดันให้คนหนุ่มสาวไปลงคะแนนเสียง “ส่งผลตรงกันข้าม”
ยิ่งไปกว่านั้น โจดากล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด ทำให้หลายคน รวมถึงพ่อแม่ของคนรุ่นใหม่ มองว่าการโหวตไม่เห็นด้วย เป็นวิธีแสดงจุดยืนต่อต้านนโยบายของรัฐบาลอิตาลี นอกเหนือจากระบบยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
ขณะเดียวกัน นายโรมัน เฟเดริโก จอร์เจตตี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ วัย 25 ปี กล่าวว่า สำหรับคนหนุ่มสาวในวัยเดียวกับเขา มันเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าใจแก่นแท้ของเรื่องนี้ โดยอ้างถึงแง่มุมทางเทคนิคของการปฏิรูปที่ทำให้หลายคนสับสน
ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ชาวอิตาลีส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เกี่ยวข้องกับกำลังซื้อที่ชะลอตัวและค่าแรงต่ำ มากกว่าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ด้านนายลอเรนโซ เดอ ซิโอ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยลุยส์ ในกรุงโรม กล่าวว่า ผลการลงประชามติครั้งนี้เน้นย้ำถึงผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ 2010 ที่มีต่อคนรุ่นเจนซี เนื่องจากมันทำให้ชีวิตของคนกลุ่มนี้มีความไม่แน่นอนอย่างมาก ในแง่ของการทำงาน
“ด้วยเหตุนี้ คนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี จึงมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนกว่าผู้ปกครองของพวกเขา” เดอ ซิโอ อธิบายในการแถลงข่าวที่กรุงโรม
ในการกลับกัน เดอ ซิโอ กล่าวเสริมว่า คนรุ่นมิลเลนเนียล ซึ่งมีอายุระหว่าง 29-44 ปี มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยพวกเขามีมุมมองฝ่ายซ้ายในบางประเด็น และมุมมองฝ่ายขวาในประเด็นอื่น ๆ.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



