กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่เคารพ

ผมติดตามและสนใจการตอบปัญหาพร้อมกับการให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพทางเพศและสุขภาพร่างกายของคุณหมอมาโดยตลอด ปัจจุบัน อายุ 64 ปี ชอบออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน มาตั้งแต่อายุ 50 ปีเป็นต้นมา จนถึงทุกวันนี้ไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ ตรวจร่างกายทุกปีผลออกมาปกติ แต่เมื่อช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา มักจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ใจสั่นบ่อย ๆ มีอาการร้อนวูบวาบตรงบริเวณแผ่นหลังอยู่บ่อย ๆ นอนหลับไม่ค่อยสนิท ชอบตื่นขึ้นมากลางดึก พอตื่นแล้วกว่าจะหลับตานอนอีกครั้งต้องใช้เวลานานมาก ที่สำคัญที่สุดก็คืออวัยวะเพศไม่ยอมแข็งตัวพอที่จะร่วมเพศได้เหมือนก่อน จึงทำให้ต้องงดการร่วมเพศกับภรรยาคนปัจจุบันอายุ 48 ปีไปโดยปริยาย ทั้ง ๆ ที่ผมและเธอยังมีความต้องการอยู่ มันทรมานใจผมเหลือเกินที่ให้ความสุขกับภรรยาไม่ได้ อาการที่เป็นอยู่เช่นนี้คืออะไรจะเยียวยาแก้ไขให้กลับคืนเหมือนดังเดิมได้อีกหรือไม่

ด้วยความเคารพ
สมบัติ 64

ตอบ สมบัติ 64
อาการของชายวัย 64 ปี ที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ เรียกว่าวัยทอง จะพบได้ในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายอย่าง เนื่องจากในชายวัยทองนั้นลูกอัณฑะจะมีการทำงานลดลง จึงทำให้การผลิตฮอร์โมนเพศชายน้อยลงส่งผลไปยังการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ที่ควบคุมโดยฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ชัดเจน เช่น ลงพุง เกิดจากการเผาผลาญไขมันลดลง จึงทำให้มีไขมันส่วนเกิน กล้ามเนื้อลีบเล็กลง แข็งแรงน้อยลง ผมศีรษะบางขึ้น ความรู้สึกและความต้องการทางเพศลดลง เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศคือ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะร่วมเพศได้ ในชายบางคนอาจไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้เลย อาการเหล่านี้มักจะก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตคู่ อาการทางด้านจิตใจมักจะมีอาการซึมเศร้า ห่อเหี่ยว ขาดความกระฉับกระเฉงไม่กระตือรือร้น นอนไม่หลับ บางรายอาจมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น มีเหงื่อออกตามมือ หรืออาจพบอาการร้อนวูบวาบได้เช่นเดียวกับหญิงวัยทอง ชายวัย 64 ปีควรไปพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจหาระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนว่าต่ำกว่าปกติหรือไม่ จะได้เป็นตัวช่วยยืนยันการวินิจฉัย หากฮอร์โมนเพศชายต่ำ การได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศทดแทน

ปัจจุบันยาฮอร์โมนมีทั้งชนิดกิน ชนิดเจลทาที่ผิวหนัง และชนิดฉีด จะช่วยให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น อารมณ์แจ่มใส สดชื่น มองโลกในแง่ดี ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่อย่างไรก็ตามได้รับการเสริมฮอร์โมนเพศทดแทนจะมีผลต่อต่อมลูกหมาก คือทำให้ต่อมลูกหมากใหญ่ขึ้น จึงอาจเกิดอาการปัสสาวะลำบาก ดังนั้นก่อนที่จะให้ฮอร์โมนเพศเสริมนั้นจะต้องให้แพทย์ตรวจเสียก่อนว่าไม่มีปัญหาของต่อมลูกหมากโต หรือไม่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยการตรวจเลือดเพื่อดูระดับสาร พีเอสเอ (PSA) หากผลการตรวจเป็นปกติ การเสริมฮอร์โมนเพศทำได้ถ้าหากขาดฮอร์โมน

ฉะนั้นในขณะที่กำลังได้รับฮอร์โมนเสริมอยู่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด รายงานทางการแพทย์ย้ำอยู่เสมอว่าชายที่ฮอร์โมนต่ำมักจะพบมีอาการร่วมรวมแล้วเป็น 5 ชนิด คือไขมันชนิดอันตรายมีมาก ความดันสูง น้ำหนักมาก เบาหวานชนิดแอบแฝง (ตรวจแบบพิเศษไม่งดอาหาร) ฮอร์โมนชายต่ำ ศัพท์แพทย์เรียกว่าอาการร่วมเมทส์ (Mets Syndrome)หมั่นเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายจึงให้ความปลอดภัยได้มากที่สุด.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51